วันที่ พุธ พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คู่มือติดตามเกมฉาวฟุตบอลโลก: Football Inquiry


Football Inquiry

 

 

 

 

สิ่งที่ Lord Triesman ให้การต่อ Parliament กล่าวหาผู้บริหาร FIFA ในพฤติกรรมส่อทางทุจริต ผิดจรรยาบรรณในหน้าที่ ซึ่งหนึ่งใน Executive member ที่ถูกกล่าวหานั้นมีสัญชาติไทย

เหตุการณ์นั้นเป็นเพียงส่วนประกอบของ Inquiry ที่เพิ่งเริ่มต้น มีที่มาและตัวละครอยู่หลายหน่วยที่เกี่ยวข้อง จากเรื่องราวซับซ้อนไม่แพ้พล็อตหนังสืบสวนชั้นดี

ปูมหลัง

2 ธันวาคม 2553 การประกาศผลเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่สร้างความผิดหวังให้คนอังกฤษทั้งเกาะ บุคคลระดับสูงของชาติที่ฟังผลการตัดสินในวันนั้น มีตั้งแต่ Prince William นายกรัฐมนตรี และ David Beckham อีกทั้งประชาชนที่ชมการถ่ายทอดสด ต่างเกิดความรู้สึกร่วมกัน ... จากผิดหวังไปจนกระทั่งเสียหน้า หลายประเด็นถูกนำมากล่าวโทษ โดยเฉพาะที่สื่อมวลชนอังกฤษและ BBC เปิดโปงเรื่องอื้อฉาวของ Fifa ซึ่งถูกตราหน้าว่าผิดเวลา

แม้บางเสียงจะบอกว่าการพลาดโอกาสครั้งนี้ เป็นเรื่องได้มากกว่าเสีย (Blessing in disguise) เมื่อวัดจากปฏิกิริยาของชาติที่ถอนตัวจากการต่อสู้ในเกมนี้ อย่างดัทช์ซึ่งเปิดเผยเงื่อนไขที่ Fifa เรียกร้องว่ามีถึงขั้นให้ประโยชน์ยกเว้นภาษีกับผู้สนับสนุนรายหลักในช่วงปีที่เกิดเหตุ

จะอย่างไรก็ว่าไป คนอังกฤษก็ยังแสนเสียดายที่พลาดโอกาสครั้งนี้

สาเหตุของการคลี่ปม

ความเสียดายจากการพลาดโอกาสของ 2018 World Cup Football ที่ลงแรงทำงานไปถึงสองปีนั้นประเมินเป็นหน่วยได้ยาก แต่ความสูญเสียที่จับต้องได้ชัดเจนคืองบประมาณจำนวนมหาศาล โดย The Football Association (FA) ใช้เงินไปถึง 15 ล้านปอนด์ บวกกับเงินลงขันอีก 2.1 ล้านปอนด์ ที่ FA เรียกเก็บจากอีก 12 เมือง ที่หวังจะมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในสนามแข่งด้วย

อังกฤษมั่นใจในศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพ เพราะสนามมาตรฐานสูงมีอยู่ทุกหัวระแหง ทำให้เกิดกติกาว่าเมืองไหนอยากได้เกมไปลง ก็ต้องสมทบทุนด้วย อย่างเช่น Leeds, Liverpool, Manchester, Newcastle และ Sunderland สำหรับ London นั้นไม่มีทางเลี่ยง เพราะรวมคลับชั้นนำไว้หลายที่

ความสูญเสียที่จับต้องได้เหล่านี้ จึงต้องมีทางแก้ไข และคำอธิบายให้กับประชาชนผู้เสียภาษี

 

โรคเรื้อรังและแนวทางในการการเยียวยา

ปัญหาในวงการกีฬา ไม่มีประเภทไหนจะร้ายแรงเท่าวงการฟุตบอล ความลึกลับในการบริหารงานของ FA เริ่มสร้างคำถามส่งถึงระดับรัฐบาลถึงขั้นว่า FA ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเพียงไร Hugh Robertson รัฐมนตรีที่ดูแลด้านกีฬาได้ออกปากว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีการจัดการได้แย่ที่สุดในชาติ

วงการฟุตบอลคลับของอังกฤษเต็มไปด้วยความระส่ำระสาย การเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐานของทีมชาติในการแข่งขัน World Cup ภาระหนี้สิน ล้มละลาย การซื้อขายคลับ เงินทุนจากต่างชาติ การแตกคอของแฟนคลับ อะไรคือสาเหตุแห่งความวุ่นวาย ทำไม FA จึงปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและผลักดันไม่ให้รัฐบาลเข้ามายุ่งเกี่ยว

ปัญหาเหล่านี้เรื้อรัง และเกี่ยวข้องกับชีวิตและวัฒนธรรมของชาติเกินกว่าจะวางเฉย

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 รัฐสภาจึงตั้งกรรมการสอบสวนที่เรียกว่า Inquiry

Inquiry หรือ Public Inquiry คือการไต่สวนหาข้อเท็จจริง ในเหตุการณ์หรือเรื่องราวใดๆ เพื่อหาสาเหตุและหนทางในการป้องกันแก้ไข ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นได้รับการพิจารณาตามกฎหมายหรือรับคำตัดสินไปแล้ว สรุปข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรรายงานต่อรัฐบาลเป็นลำดับแรก และเผยแพร่แก่ประชาชนต่อไป

 

ประเด็นที่ต้องหาข้อเท็จจริงใน Inquiry นี้ คือการหาเหตุและคำอธิบายในการบริหารกีฬาฟุตบอล (The governance of football) ในหัวข้อ

หนึ่ง. ฟุตบอลคลับใน United Kingdom ควรได้รับการดูแลจัดการแตกต่างจากองค์กรพาณิชย์อื่นหรือไม่

สอง. หน่วยงานที่ดูแลจัดการกับกีฬาฟุตบอลในอังกฤษและเวลสส์ ทำหน้าที่ได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่

สาม. หนี้สินใน Professional Game มีมากเกินไปหรือไม่

สี่. ข้อดีข้อเสียของ The supporter trust shareholding model

ห้า. การเข้าแทรกแซงของหน่วยงานรัฐบาลเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเหมาะสมควรเป็นในรูปแบบใด

การไต่สวนนี้จะดำเนินไปทุกสัปดาห์ประมาณแปดครั้ง ก่อนทำสรุปรายงาน

 

กรรมการและผู้เล่น

เมื่อเป็น Parliament Inquiry จึงสามารถดึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนไปจนถึงนักวิชาการและสื่อมวลชนเข้าร่วมให้การ ผู้เกี่ยวข้องจากวงการฟุตบอลจึงไม่พลาด Chairmen ของ FA

หนึ่งในคนสำคัญที่ต้องรู้จัก คือ Lord Triesman

การกลายเป็นอดีตประธาน FA ของ Lord Triesman นั้นมีที่มา

ย้อนหลังไปเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553 เมื่อ Lord Triesman มีนัดกับ Melissa Jacobs ในบางบทสนทนา ลอร์ดทรีซแมนพูดถึงข่าวลือว่าสเปนและรัสเซียกำลังวางแผนจะ ‘ซื้อ’ กรรมการผู้ตัดสินในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก เจคอบซ์แอบอัดเสียงการคุยร่วมชั่วโมงนั้น แล้วเอาไปให้ Max Clifford ฟัง (Clifford เป็นมืออาชีพรับจ้างทำประชาสัมพันธ์ให้คนดัง) Clifford ก็เอาไปขายให้ The Mail on Sunday (The Daily Mail ฉบับวันอาทิตย์) หนึ่งแสนปอนด์

The Mail on Sunday เอาไปเขียนว่า เป็นตัวลอร์ดทรีซแมนที่กล่าวหาสเปนและรัสเซีย

ลอร์ดทรีซแมนต้องลาออกจากการเป็น Chairman of England 2018 World Cup bid ทันที ฝ่าย FA ก็หาว่ายังไม่พอ บีบต่อให้ลาออกจากตำแหน่ง Chairman ของ FA ด้วย

เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ลอร์ดทรีซแมนทำเรื่องร้องเรียนต่อ Press Complaints Commission ผู้กำกับการดูความประพฤติของสื่อมวลชน กรณี The Mail on Sunday โดยระบุสาเหตุสามประการ คือ 1) ข้อมูลไม่ถูกต้อง 2) ละเมิด Breach of Privacy 3) ได้ข้อมูลมาอย่างไม่สุจริต

Gary Lineker นักฟุตบอล (ที่ทั้งชีวิตในอาชีพไม่เคยได้ Yellow card) ประกาศลาออกจากการเขียนข่าวให้ The Mail เป็นการประท้วงทันที ทั้งที่เพิ่งเข้าไปเขียนแทน Sir Bobby Robson ได้เพียงหกเดือน เพราะรับไม่ได้กับการกระทำที่เขลา จัดฉาก และขาดจรรยาบรรณในการทำงานของสื่อ

คนจำนวนมากโกรธ The Mail และ Jacobs ที่อ้างไปถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับประธาน FA ที่ทำเสียเรื่อง มากกว่าจะสนใจว่าเรื่องจะมีมูลหรือไม่ สื่อบางฉบับเชื่อว่าคนจัดฉากที่แท้จริงคือ FA ที่ต้องการขีดวงกันคนนอกทุกคนออก แม้กระทั่งลอร์ดทรีซแมนที่เข้ามาโดยการแต่งตั้งของ Gordon Brown นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

ลอร์ดทรีซแมน เก็บปากเก็บคำเงียบ จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีการลงมติเปิด Inquiry ก็ปรากฏตัวเป็นหนึ่งในผู้ให้การ

10 พฤษภาคม ลอร์ดทรีซแมน จึงแถลงรายชื่อคณะกรรมการ Fifa ที่มีพฤติกรรม “improper and unethical behavior”

ผู้ถูกกล่าวหาได้ Yellow card ติดตัวมาแล้ว

หกรายชื่อที่ถูกกล่าวหานั้น ล้วนแต่มีเรื่องฉาวติดตัวมาก่อนแล้ว และแต่ละเรื่องไม่ช่วยให้ภาพพจน์ดีขึ้นเลย ข้อกล่าวหาใหม่คงเป็นที่รู้กันแล้ว ขอสรุปคดีเก่าดังนี้

Issa Hayatou, Cameron: Fifa vice-president

เป็นคณะกรรมการของ IOC (International Olympic Commitee) ที่ถูกกล่าวหารับเงิน 40,000 ปอนด์ และกำลังอยู่ระหว่างการถูกพิจารณาไต่สวนโดย IOC

 

Jacques Anouma, Ivory Coast: Fifa executive committee member

ให้สัญญากับ David Cameron นายกรัฐมนตรีเอาไว้ว่าจะลงคะแนนให้อังกฤษ จึงถูกกล่าวหาว่าให้คำสัญญาเท็จ เมื่อประกอบกับข้อกล่าวหาใหม่ว่ารับเงิน US$1.5 ล้านจากคาทาร์

Jack Warner, Trinidad: Fifa vice-president

ผู้อื้อฉาวที่สุดจากทั้งหมด ด้วยข้อกล่าวหาเก่าว่ายักยอกโควต้าตั๋ว 2006 World Cup ไปให้บริษัทของครอบครัวจัดการขาย และเกิดกรณีกับผู้เล่นเรื่องเงินโบนัสที่ยังไม่ยอมจ่าย

 

Nicolas Leoz, Paraguay: Fifa executive committee member

ปี พ.ศ. 2551 ถูกกล่าวหาขึ้นศาลที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เรื่องการรับเงินใต้โต๊ะจำนวน US$130,000 ซึ่งรายการ Panorama ของ BCC เปิดเผยว่าตัวเลขที่แท้จริงคือ US$730,000

 

Ricardo Terra Teixeira, Brazil: Fifa executive committee member

ปัจจุบันถูกแบนจากตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลาสามปีจากข้อหาเลี่ยงภาษี ในปี พ.ศ. 2544 ถูกไต่สวนจากรัฐสภากรณีทุจริต

 

Worawi Makudi, Thailand: Fifa executive committee member

ผู้ใกล้ชิดของผู้ชิงตำแหน่งประธาน Fifa Mohamed Bin Hammam และเกี่ยวข้องกับกรณีรวมกันโหวตระหว่างคาทาร์และสเปน ซึ่งถูก Fifa ไต่สวน

 

การไม่พูดโต้แย้งของอดีต FA Chairman ลอร์ดทรีซแมนตั้งแต่ต้นนั้น ก็เป็นกรณีที่พูดกันว่า เรื่องใหญ่ขนาดนี้เก็บเงียบได้อย่างไร ลอร์ดทรีซแมนอธิบายว่า หากเปิดโปงออกมาก็เกรงว่าจะกระทบกับการชิงเป็นเจ้าภาพ 2018 World Cup Football แต่เมื่อมาถึงวันนี้แล้วก็ยอมรับว่าควรออกมาโวยกับ Fifa เสียตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อย้อนคิดดูแล้ว ก็ขอยอมรับว่าได้ตัดสินใจพลาดไป

 

แต่อันที่จริงแล้ว เรื่องความฉาวและอิทธิพลมืดของ FA เป็นที่จับตาของรัฐบาลมานานแล้ว นักการเมืองรุ่นเก่าอย่างลอร์ดทรีซแมนคงจะอ่านเกมได้ว่า Inquiry ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว หากเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตัวเองก็จะได้มี Immunity ชั้นดี เป็นภูมิคุ้มกันจากการฟ้องร้องของผู้ที่ถูกกล่าวหา

ภูมิคุ้มกันที่ว่า คือ  Parliamentary privilege ซึ่งระบุไว้ว่า Evidence given under parliamentary privilege cannot be used in a court of law.

สิ่งที่รัฐสภาคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล ก็เพื่อให้คนดำเนิน Inquiry ทำงานกันได้ ให้การตรวจสอบเป็นไปได้ แต่ขณะเดียวกันความคุ้มครองนี้ก็ไม่ใช่เพื่อไปนั่งด่าคนเรื่อยเปื่อย

การตีความของการคุ้มครองนี้ สรุปสั้นๆ คือ ปกป้องผู้ให้การ จากการถูกฟ้องกลับ และในทางตรงข้าม ผู้ให้การจะยกเมฆกล่าวหาคนโดยไม่มีมูลไม่ได้

 

การแถลงข่าวของผู้เสียหายที่ประเทศไทย ข่าวในเกรทบริเทนรายงานว่า  ผู้เสียหายจะดำเนินการฟ้องร้องทรีซแมนในศาลบริทิช และตบท้ายว่า

... Worawi may have difficulties with his legal action, because Triesman's comments were made under parliamentary privilege to a select committee.  

 

คำถามจากใจคนอังกฤษยังมีอีกมาก โดยเฉพาะเรื่องการทำตัวอยู่ในแดนสนธยาที่แตะต้องไม่ได้ของ FA ส่วนกรณีทุจริตใน Fifa จะมีจริงหรือไม่ อีกไม่นานคงเป็นที่เปิดเผย ทั้งที่หลายคนเชื่อไปแล้วว่าการที่คาทาร์ได้รับเลือกก็เป็นเรื่องคลุมเครือแล้วจากเงื่อนไขของประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจนเกินทน เพราะทุกประเทศที่ได้รับเลือกต้องจัดการแข่งขันในฤดูร้อน (ซัมเมอร์ของยุโรป) เท่านั้น เพราะยุโรปเป็นลีกที่ใหญ่ที่สุด

หาก FA รู้อยู่เต็มอกในเรื่องซับซ้อนของ Fifa ทำไมจึงเดินหน้าใช้เงินเต็มที่ใน 2018 World Cup Bid หากอังกฤษได้รับเลือก เรื่องเหล่านี้คงไม่ปูดขึ้นมา ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ จะว่าไปแล้วแม้จะเป็นความสูญเสียโอกาส แต่ยังช่วยเปิดทางให้เกิดการปฏิรูป FA ที่ดูเหมือนจะเน่ามานาน

ที่สำคัญ ช่วยรักษา Pride แห่งชาติที่เป็น Birthplace ของฟุตบอลไว้ได้...ไม่มากก็น้อย

Reference: BBC, The Daily Telegraph, The Guardian

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net