วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึก..ความรักทิ้งรอยเท้าไว้





สมุดบันทึกเมื่อเกือบ10ปีที่ผ่านมา



ช่วงวันหยุดต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ชวนลูกชายเก็บกวาดบ้าน ทำความสะอาดซอกมุมต่างๆ หลังจากที่ทิ้งร้างขาดการเอาใจใส่ดูแลมานาน จนกองหนังสือบางส่วนถูก ”ปลวกนักอ่าน” แทะเลมไปหลายเล่ม แล้วบังเอิ้น..บังเอิญ ให้ไปพบกับบันทึกลับของตนเองตั้งแต่ปีมะโว้ เปิดออกมาอ่านทบทวนความทรงจำเก่าๆ ซึ่งไม่มีวันหวนกลับ ก็พบว่า..หลายอย่างหลายเหตุการณ์เราหลงลืมไปแล้ว หรือถ้าไม่ลืมก็คงไม่ได้นึกถึงมันเลย หากไม่ค้นไปเจอบันทึกเหล่านี้

อยากอ่านมั๊ย..

 

 

น้องมาร์กซ์



 พฤษภาคม ...

 บางครั้ง บางคืน

พ่อรู้สึกว่าบ้านเรามันเงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงสายลมกระซิบกับกอไผ่ เงียบจนได้ยินเสียงกระพือปีกของนกกลางคืน เงียบจนได้ยินได้ยินเสียงน้ำค้างตกกระทบใบกล้วยหลังบ้าน เงียบจน..จนบางครั้งพ่อได้ยินเสียหัวใจตัวเองร้องคร่ำครวญ

เมื่อความรักทิ้งเพียงรอยเท้าไว้ ความเงียบจึงเป็นอะไรที่มากกว่าความเงียบ

 

เป็นเรื่องเหลือเชื่อนะ ที่คนๆหนึ่งจะสามารถรักใครอีกคนหนึ่งได้มากมายขนาดนี้ แล้วมันก็เป็นเรื่องเหลือเชื่ออีกเช่นกันที่ คนๆหนึ่งจะแปรเปลี่ยนความรักกลายเป็นความเกลียดชัง ได้มากมายขนาดนี้ เกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา เหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างสูญเปล่า ไร้ความหมาย ไร้แม้ความเยื่อใยบางๆต่อกัน

 

สองสามคืนที่ผ่านมานี้ พ่อนอนดึกมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศร้อน หรือ..เป็นเพราะหัวใจพ่อรุ่มร้อนไปเอง เมื่อวานตอนเช้าพ่อแอบไปฉีดยาบำรุงร่างกายที่คลินิก ความจริงไม่ได้ตั้งใจจะไปฉีดยาหรอก แค่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลียมากจนเกินความพอดี ก็เลยไปพบหมอ เมื่อคุณหมอเห็นใบหน้าอันซีดเซียว กอรปกับฟังเสียงตับไตไส้พุงพ่อเต้นดิสโก้ผ่านหูฟังจนเป็นที่แช่ชัดแล้ว คุณหมอจึงลงความเห็นว่า..พ่อเป็นโรคเครียดลงกระเพาะ พ่อแอบคิดในใจตามประสาคนขี้สงสัยว่า ทำไมโรคเครียดมันถึงชอบลงกระเพาะ ในกระเพาะไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจนอกจาก..อึ ทำไมมันไม่ขึ้นมาข้างบน ขึ้นมานั่งอยู่บนหัวพ่อ หรือไม่ก็มานั่งหย่อนขาเล่นที่หัวไหล่พ่อ ดีกว่าเป็นไหนๆ และเนื่องจากร่างกายของพ่ออ่อนเพลียมาก คุณหมอจึงจำใจต้องเอาเข็มฉีดยาจิ้มก้นขาวๆอวบๆของพ่อหนึ่งเข็ม

 

ช่วงนี้งานในไร่หนัก และเหนื่อย ไม่มีใครบังคับให้พ่อทำหรอก แต่พ่ออยากทำ ทำให้มันหนักและเหนื่อย พ่ออยากอาศัยความหนักและเหนื่อยเป็นตัวทำลายความคิดฟุ้งซ่านในใจพ่อ อย่างน้อยมันก็ลืมไปได้ชั่วขณะหนึ่ง พ่อเคยอ่านพบในหนังสือเล่มหนึ่ง เขาเขียนเอาไว้ว่าอย่างนี้..”ถ้าหากหัวใจคุณรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะทนต่อไปไม่ไหว ก็จงสร้างความเจ็บปวดขึ้นมาอีกให้มากกว่าเก่า เพราะความเจ็บปวดอันใหม่จะทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง..” พ่อไม่รู้ว่า..คำพูดนั้นจริงหรือเท็จ แต่พ่อก็ยินดีจะลองทำดู พ่อจะอาศัยความหนักและเหนื่อยจากการตรากตรำงานในไร่ เป็นเสมือนความเจ็บปวดอันใหม่ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง

 

เมื่อคืน พ่อนอนคนเดียว..เหงาจะตาย ลูกไปนอนบ้านยายแม่นม เพราะหลานชายของยายซึ่งอ่อนกว่ามาร์กซ์สี่ปีกลับไปเยี่ยมพ่อ(ซึ่งแต่งงานใหม่)อยู่ต่างอำเภอ พ่อเข้าใจยาย..ยายคงเหงาเหมือนพ่อนี่แหละ แต่พ่อยินดีให้ยายแบ่งความเหงามาให้พ่ออีก ด้วยการขอให้มาร์กซ์ไปนอนด้วย

 

เช้านี้พ่อตื่นตั้งแต่ตี4 ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ..พ่อยังไม่ได้หลับจริงๆจังๆเลย ลุกขึ้นมาแล้วก็เข้าห้องน้ำ แล้วไปเปิดประตูรั้ว พ่อก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองจึงคิดไปเปิดประตูรั้วตอนตี4 จากนั้นก็มานอนเล่นหน้าทีวี จิบกาแฟดูอะไรเรื่อยเปื่อย นาน..นาน จนมีแสงเรืองรองที่ขอบฟ้าด้านตะวันออก พ่อจึงลุกไปจากหน้าทีวีออกไปเดินท่อมๆมองๆที่ประตูรั้ว คอยทางว่า..เมื่อไหร่ลูกจะกลับจากบ้านยาย

 

อึดใจเดียวก็เห็นลูกชายพ่อปั่นจักรยานมาจากบ้านยาย

โอ้โห..ลูกพ่อตื่นแต่เช้ามากเลยนะเนี่ย ปกติลูกจะขี้เซามาก ในวันที่ต้องไปโรงเรียน ทุกเช้าพ่อต้องอุ้มลูกจากที่นอนไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่พ่อถอดกางเกงให้ ลูกก็จะยืนคอพับคออ่อนยังไม่ยอมตื่นง่ายๆ จนพ่อเปิดน้ำฝักบัวซู่ลงมานั่นแหละ ลูกพ่อถึงยอมลืมตาแป๋ว เมื่ออาบน้ำแต่งตัวกินข้าวเสร็จแล้ว

 

ขณะที่พ่อขับรถพาไปส่งที่โรงเรียนในตัวจังหวัด ซึ่งมีระยะทาง47กม. และต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ40นาที ลูกก็จะใช้เวลาในช่วงนั้นหลับไปในรถอีกรอบหนึ่ง ถ้าเป็นวันหยุดลูกจะตื่นประมาณสามโมงเช้า

 

ลูกปั่นจักรยานเข้าไปจอดในโรงรถ และยืนรอพ่อที่หน้าประตูบ้าน พอพ่อเดินไปถึงยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม ลูกก็พูดขึ้นก่อน..”เมื่อคืนมาร์กซ์นอนไม่ค่อยหลับ คิดถึงพ่อ อยากกลับมาหาตั้งแต่เมื่อคืน แต่เกรงใจยาย..”

ฝนก็ไม่ได้ตก น้ำค้างก็ไม่มี แต่ทำไมดวงตาพ่อถึงฝ้าฟางและมีน้ำใสๆไหลนองไปหมด ว้า..ไอ้ตัวจ้อยของพ่อนี่ พูดเรียกน้ำตาพ่อแต่เช้าเลย เว้ย.. พ่อย่อตัวลงไปกอดลูก พยามกลืนน้ำตาลงในอก ซุกซ่อนน้ำตาไม่ให้ลูกเห็น

 

ลูกรัก..เมื่อคืนนี้พ่อได้ตัดสินใจบางอย่างโดยลำพัง พ่ออยากสารภาพบางอย่างกับลูก แต่ลำคอพ่อกลับตีบตันจนไม่สามารถพูดอะไรออกมา มีเพียงเสียงเงียบในอกพ่อที่กล่าวคำสารภาพกับลูกว่า..ลูกรัก วันนี้พ่อจะบวช พ่อขอใช้ร่มเงาอันสงบเงียบของศาสนา เป็นยารักษาความเจ็บป่วยทางใจของพ่อซักหนึ่งอาทิตย์

 มาร์กซ์อย่าคิดว่า..นี่เป็นการทอดทิ้งลูกเลย นะลูกนะ     พ่อ

  พฤษภาคม ..



โดย เดือนค้างณทะเลหญ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net