วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Miss USSR สาวงามคอมมิวนิสต์


สหภาพโซเวียตมีอายุยืนยาวมาหลายสิบปีก่อนจะล่มสลายลงไป แต่ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีนั้น ประเทศมีประธานาธิบดีแค่คนเดียวคือ มิคาอิล กอร์บาชอฟ ซึ่งพอแกปรับบทบาทมาเป็นประธานาธิบดี ประเทศก็เริ่มพังในบัดดล 55555

หนึ่งในผลพวงจากปฏิรูปการเมืองการปกครองของท่านประธานาธิบดีคนเดียวคนนี้ คือการกำเนิดของ Miss USSR หรือนางสาวสหภาพโซเวียต 2 คน ก่อนประเทศจะพังไป พร้อมๆกับท่านกอร์บาชอฟ

วันนี้เป็นวันครบรอบที่สหภาพโซเวียตมี  Miss USSR คนแรก ก็เลยอยากจะเขียนถึงเรื่องนี้ครับ

เลนินปฏิวัติรัสเซียด้วยความคิดเพื่อสร้างรัฐในอุดมคติ ที่ไม่มีการกดขี่ข่มเหง ทุกคนในสังคมมีคุณค่าในตัวของตัวเอง จากความสามารถในการทำงาน การจะเอาผู้หญิงมาแข่งขันกันในเรื่องของความสวยความงาม จึงขัดแย้งกับคอนเซ๊ปต์แบบโซเวียต ที่มองผู้หญิงในเรื่องการเป็นคนทำงาน  เป็นแม่ เป็นภรรยา ไม่ได้มองเรื่องความน่าสนใจในหน้าตาทรวดทรงองค์เอว เรื่องที่จะให้ผู้หญิงมาใช้เวลามากมายให้หมดไปกับการทำผม แต่งหน้า แต่งตัว ยิ่งแล้วกันไปใหญ่

แต่แม้จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานตัวเป็นเกลียว ไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องความสวยความงาม และแฟชั่นอะไรมากมายนัก ผู้หญิงรัสเซีย ก็มีความสวยความงามโดยธรรมชาติ แต่พวกเธอก็ไม่เคยได้ออกมาโชว์ตัวตามเวทีประกวดสาวงามทั้งในและนอกประเทศ แม้ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่การประกวดประชันความงาม จะได้รับความนิยมอย่างมากในทั่วโลก

แต่จากการโฆษณาชวนเชื่อของชาติตะวันตกที่มุ่งโจมตีสหภาพโซเวียต ผู้คนมากมายก็เลยคิดกันไปว่าผู้หญิงโซเวียตเป็นพวกที่อ้วนๆ หน้าตาน่าเกลียด และชั่วร้าย 


 
มาช่า คาลินิน่า

หลังนโยบายปฏิรูปของกอร์บาชอฟเริ่มระอุ โซเวียตก็เริ่มจัดงานประกวดสาวงามรายการโน่นนี่มากมายไปหมด แต่รายการแรกที่ชาติตะวันตกยกย่องว่าได้มาตรฐานการประกวด น่าจะเป็นการประกวด  Miss Moscow เมื่อปี 1988 ซึ่งครั้งนั้น มาช่า คาลินิน่า สาวกรุงมอสโก ได้รับตำแหน่งไป และรายนี้ ชีวิตหลังการประกวดก็ไปได้สวยทีเดียว เพราะได้ไปเป็นนางแบบของบริษัทชื่อดัง อย่าง Burda-Moden ก่อนจะเรียนการแสดงโดยได้รับการสนับสนุนจากสองสามีภรรยาอเมริกันคู่หนึ่ง ที่เธอพบที่ทำเนียบขาว หลังได้รับเชิญจากประธานาธิบดีจอร์จ บุช

ในยุคนั้น ประชาชนชาวโซเวียตเจอแต่ความขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง เงินในกระเป๋ามีมากมาย แต่ก็ซื้ออะไรไม่ได้ เพราะไม่มีให้ซื้อ การได้ออกนอกประเทศ เพื่อไปเจอกับข้าวของฟุ่มเฟือย จึงเป็นความใฝ่ฝันอันสูงสุดของคนโซเวียตมากมาย และการชนะการประกวดสาวงาม ก็เป็นหนทางหนึ่งสำหรับการได้ไปเจอกับความสวยงาม ความสะดวกสบายแห่งโลกทุนนิยม 

จนกระทั่งในปี 1989 ประเทศจึงจัดการประกวดสาวงามระดับประเทศ หรือ Miss USSR ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจัดกันที่กรุงมอสโก เพื่อค้นหาสาวที่สวยที่สุดในประเทศ

การประกวดสาวงามเวทีนี้ เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ชี้ว่า สหภาพโซเวียตกำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่สุดท้ายแล้ว มันเปลี่ยนแปลงมากเกินความจำเป็น ประเทศก็เลยพัง 55555

และก็เหมือนกับของใหม่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นละครน้ำเน่า เป๊ปซี่ แฟนต้า โคคา-โคล่า แม็คโดนัลด์  และอื่นๆ ที่คนโซเวียตจะแห่กันให้ความสนใจอย่างล้นหลาม

ในการประกวด  Miss USSR  ไม่มีการขายตั๋วเข้าชมการประกวด บัตรเข้าชมส่วนมากจะเป็นการแจกจ่ายในหมู่คนใกล้ชิดกับคนที่มีส่วนร่วมในการประกวด ส่วนประชาชนคนทั่วไป ก็ชมกันตามจอทีวี ตอนนั้น การประกวดมีขึ้น 2 วัน และทีวีก็ถ่ายทอดสดการประกวดนานถึง 6 ชั่วโมงแบบไร้โฆษณา เพราะสมัยนั้นระบบโฆษณาทางจอทีวียังไม่เกิดขึ้นในโซเวียต



ยูเลีย ซูคาโนว่า

สรุปแล้วมีผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 35 คน และนักเรียนสาววัยแค่ 16 ปี ชาวเมืองหลวงชื่อ ยูเลีย ซูคาโนว่า ก็สร้างประวัติศาสตร์คว้าตำแหน่งไปครองได้สำเร็จ 

เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดเมื่อ 19 พฤษภาคม 1989 หรือวันนี้เมื่อ 22 ปีก่อน

เมื่อชนะเวทีนี้ ยูเลียก็ได้สิทธิไปแข่งในระดับโลกในรายการ "Miss World"  แต่สุดท้ายแล้วเธอไม่ได้ไปแข่งในรายการนั้น เพราะพ่อแม่ไม่อนุญาต เนื่องจากเธออายุยังน้อย จึงไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง

หลังได้รับตำแหน่ง เธอเดินทางไปสหรัฐครั้งแรก คนอเมริกันยุคนั้นยังมองว่าผู้หญิงโซเวียตเป็นตัวอะไรที่น่าเกลียด คงจะอ้วนเผละ การมาของเธอจึงเป็นเสมือนการมาทำลายม่านเหล็กที่บังตาคนอเมริกัน สถานทูตสหภาพโซเวียตได้จัดงานต้อนรับเธออย่างยิ่งใหญ่ มีการเชิญนักการทูต และผู้สื่อข่าวมาร่วมงานมากมาย ภาพที่ยูเลีย ถ่ายคู่กับ Miss USA เด๊บบี้ เทย์เลอร์ ถูกสื่อต่างๆทั่วสหรัฐนำไปเผยแพร่ ในฐานะของการประชันโฉมครั้งแรกของ 2 สาวงามของ 2 มหาอำนาจของโลกในยุคนั้น

ยูเลียไม่ใช่มือใหม่สำหรับวงการเวทีนางงาม เพราะ 1 ปีก่อนหน้านั้น เธอเข้าประกวดในเวที Miss Moscow 1988 แม้ตอนนั้น คณะกรรมการจะบอกว่าเธออายุน้อยกว่าที่กำหนด แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลใดจึงไม่ปรับให้เธอออกจากการแข่งขัน  และท้ายที่สุดเธอก็สามารถเข้าไปจนถึงรอบ semifinal ขณะที่ผู้ชนะ ก็คือ มาช่า คาลินิน่า ที่ได้พูดถึงไปแล้ว

ในการให้สัมภาษณ์สื่ออเมริกัน ยูเลียบอกว่า ไม่ชอบสวมมงกุฎ เพราะไม่สะดวกในการทำตัวให้เหมือนกับ " ราชินี " เธอบอกว่า รู้สึกอายตอนประกวดบนเวที และตอนที่แย่ที่สุด เห็นจะเป็นตอนที่ต้องมายืนนาน 10 นาทีเพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูป จากนั้นก็กลับไปรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมาให้ช่างภาพถ่ายรูปอีกครั้ง

หลังอายุบรรลุนิติภาวะ นางสาวประวัติศาสตร์รายนี้ก็ย้ายไปอยู่สหรัฐ และทำงานเป็นนางแบบ ต่อมาก็แต่งงาน และทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬา



มาเรีย เกช่า

หลังการประกวด Miss USSR ครั้งแรก ในปีต่อมา คือปี 1990 ก็มีการประกวดครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย การประกวดครั้งนี้ใหญ่โตกว่าการประกวดครั้งแรกเสียอีก เพราะมีผู้เข้าประกวดมากมายจากทั่วประเทศที่ใหญ่โตมโหฬาร ผู้ชนะในปีนั้นเป็นสาวจากสาธารณรัฐเบาลารุส ชื่อ มาเรีย เกช่า วัย 17 ปี มาเรีย ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หลังได้ตำแหน่ง ก็แต่งงานมีครอบครัว และเดินทางไปอยู่ที่เยอรมัน

จากนั้นในปี 1991 สหภาพโซเวียตก็ล่มสลาย Miss USSR  ก็เลยหายไป และเปลี่ยนมาเป็น Miss Russia ในปี  1993



ยูเลีย เลมิโกว่า

แต่ข้อมูลอีกแนวหนึ่งบอกว่า ในปี 1991 ก่อนโซเวียตล่มสลาย ยังมี Miss USSR  อีกคน ชื่อ ยูเลีย เลมิโกว่า เธอได้ไปประกวดบนเวทีนางงามจักรวาลด้วย และได้รองอันดับ 2 กลับมา ( ผมสงสัยว่าเธออาจจะไม่ได้ผ่านการประกวดในระดับประเทศ แต่น่าจะได้รับการคัดเลือกให้ไปประกวดในเวทีนางงามจักรวาล จึงไม่มีประวัติการประกวดในประเทศบันทึกไว้ )

ปัจจุบันเห็นว่าเธอไปควงกับ คุณป้านักเทนนิสชื่อดังอย่าง Martina Navratilova

4 สาวงาม 4 ปี ต่างก็ออกไปนอกประเทศกันหมด......เวรกรรม

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net