วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก


พระราชานุสาวรีย์

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก

ที่ อู่ราชนาวีมหิดล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ทัศนียภาพด้านหน้า

ทำไมถึงออกแบบเป็นดังนี้ ? คำถามประมาณนี้ผู้เขียน (ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอีกตำแหน่งหนึ่ง) ไม่ได้ร่างตัวหนังสือไว้ก่อนออกแบบ ต่อเมื่อก่อสร้างไปแล้วถึงได้ถูกถามคำถามข้างต้น ผู้เขียนขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้จบทางด้านอักษรศาสตร์ อัตถาธิบายอาจจะดูวกวนตามประสาช่าง

ข้อมูลทั่วไป ตำบลที่ก่อสร้างคณะผู้ทำงานฝ่ายต่างๆได้พิจารณากันอยู่หลายแห่งด้วยกันที่สุดได้มติให้อยู่ทางด้านทิศใต้ของอาคารกองบังคับการอู่ราชนาวีมหิดล (ภาพที่ 2)

ภาพที่ 2

ศูนย์กลางองค์พระรูปนั้นอยู่ในแนวเดียวกับเสาธงหน้าอาคาร บริเวณพื้นที่ก่อสร้างมีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ แต่ใช้จริงสำหรับก่อสร้างฐาน ประมาณ 4 ไร่ และส่วนที่เป็นฐานและทางเท้าโดยรอบประมาณ 2 ไร่ (ภาพที่ 3

ภาพที่ 3

 บริเวณพื้นที่สีเขียวจะทำการจัดสวนภายหลัง รูปทรงของฐานอยู่ในลักษณะแปดเหลี่ยม โดยแบ่งเป็นส่วนแท่นและลานสักการะซึ่งจุคนได้ประมาณ 200 คน (ภาพที่ 4)

ภาพที่ 4

แนวความคิดในการออกแบบ

 

การออกแบบพระราชานุสาวรีย์ฯ ให้ความสำคัญกับองค์พระรูปเป็นหลัก แท่นประดิษฐาน,ฐานรอบบริเวณ และองค์ประกอบอื่นๆ ต้องไม่เด่นแข่งกับองค์พระรูป เนื่องจากพระราชานุสาวรีย์ฯ ก่อสร้างในบริเวณพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 12 ไร่โดยประมาณ  การกำหนดขนาดแท่นต้องไม่เล็กเกินไป เพราะจะทำให้หาไม่เจอและดูไม่สมพระเกียรติ

ในอนาคต ณ ด้านหลังพื้นที่ก่อสร้างจะเป็นที่ตั้งอาคารกองบังคับการของอู่ราชนาวีมหิดลแห่งใหม่ ขนาดอาคารค่อนข้างใหญ่ เมื่อแท่นและองค์พระรูปกำหนดขนาดที่เหมาะสม อัตราส่วนก็จะสอดรับกับอาคาร องค์พระรูปจะเกิดความงามสง่าอยู่หน้าอาคารขนาดใหญ่

การออกแบบแท่นจะพิจารณาจากขนาดองค์พระรูปจำลอง สูง 3.9 เมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้พระบาท ผู้ออกแบบใช้ความสูง 1.5 เท่าขององค์พระรูป ซึ่งก็คือ 5.85 เมตร ส่วนพานพุ่มจัดอยู่ในระดับต่ำกว่าพระบาท และทำมุมประมาณ 60 องศา กับองค์พระรูป หากองศาทำมุมน้อยกว่านี้พานพุ่มจะขึ้นไปแข่งชิงเด่นกับองค์พระรูป หรือว่าถ้าหากองศาทำมุมมากกว่านี้แท่นก็จะดูสูงชะลูด ดูน่าเกลียด

การออกแบบยกระดับฐานโดยรอบสูง 1.4 เมตร เพื่อทอนระยะการบดบังของรถลาที่สัญจรผ่านไปมา หรือหากว่าจอดบังด้านหน้า แท่นก็ยังคงสูงกว่า ทัศนียภาพก็ยังคงดูสวยงาม

ระยะมองไปที่องค์พระรูปที่ดีที่สุด คือห่างประมาณ 100 เมตร (ระยะ APPROACH) ในการออกแบบอนุสาวรีย์แต่ละแห่งระยะ Approach ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับขนาดองค์พระรูปและขนาดแท่น

 

ขอขยายความคำว่า ระยะ Approach ซึ่งหมายถึง ระยะการมองไปที่พระรูปรวมทั้งแท่นประดิษฐานเมื่อเดินทางเข้าหาพระราชานุสาวรีย์ฯ ถือเอาระยะที่มองแล้วงานสถาปัตยกรรมเกิดความสวยงามสง่าว่าเป็นระยะ APPROACH เช่น เมื่อไปยืนที่ด้านหน้าแท่นที่ระยะ 10 เมตร จะต้องแหงนคอตั้งบ่า ก็จะรู้สึกว่าทำไมแท่นใหญ่โตมโหฬารอย่างนั้น หรือว่า ออกไปยืนมองที่ระยะ 1 กิโลเมตร ก็จะไม่เห็นรายละเอียดอะไร และมองไม่เห็นความงาม

ทั้งหมดที่ผู้เขียนอธิบายเหตุผลความจำเป็นในการออกแบบ ตามที่พอจะจำความได้ จึงมีที่มาและที่ไปเป็นเช่นนั้น ส่วนความสง่างามนั้นเป็นความรู้สึกจำเพาะบุคคลที่จะตัดสิน ความรู้สึกเป็นเรื่องทางศิลปะ งานสถาปัตยกรรมเป็นงานที่ทำตามเหตุและผล ของทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่มิได้เอ่ยนาม และเหตุผลของผู้ออกแบบเอง หากผิดพลาดประการใดผู้ออกแบบขอน้อมรับ หากถูกต้องดีงาม เป็นเพราะผู้หลักผู้ใหญ่ท่านสอนสั่งดูแล ขอจบเรื่องแนวความคิดในการออกแบบไว้แต่เพียงเท่านี้ สุดท้ายนี้งานออกแบบนี้จะสำเร็จลุล่วงมิได้หากขาดทีมงานตามที่เอ่ยนาม หากตกหล่นรายนามใด ผู้เขียนก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้

คณะทำงานออกแบบ กองออกแบบ กรมช่างโยธาทหารเรือ 

สถาปนิก : น.ท.สุรินทร์  ปรีชาธรรม

วิศวกรโยธา : น.ต.พรชัย  บันลือศรีสกุล

วิศวกรไฟฟ้า : น.ท.เกรียงศักดิ์  พลหาญ

วิศวกรประปาและสุขาภิบาล : น.ต.สมศักดิ์  อุนานุยา

โดย จอมยุทธไร้กระบี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net