วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คัมภีร์ใบลาน


คัมภีร์ใบลาน

 โดย ปแฏงมหาบุญเรือง คัชมาย์

เมื่อเราไปวัดหรือเมื่อมีโอกาสสนทนากับพระภิกษุสงฆ์ มักจะได้ยินอยู่เสมอว่า “ตามพระคัมภีร์ หรือ คัมภีร์ใบลาน” เพื่อความกระจ่างใคร่ขออธิบายคำว่า คัมภีร์ กับคำว่า ใบลานก่อน คำว่า “ คัมภีร์ แปลตรงตัวว่า ลึก หรือความลึก (ละเอียด) (สำหรับใช้ขยายคำที่ตามมาเช่น คัมภรภาพ – สุขุมคัมภีรภาพ = ความรอบคอบ, สุขุม ( meaningful, deep, profound) คัมภีรใบลาน ฯลฯ อีกนัยหนึ่ง หมายถึง ศาสตรา, กฎหมาย ระเบียบ หรือพระธรรมวินัย หรือหลักของศาสนาต่าง ๆ ใบลาน (LAAN) หมายถึงใบของต้นลาน ต้นลาน หรือลาน เป็นพันธุ์พืชชนิดใบเลี้ยงเดี่ยวคล้ายต้นตาล ( แต่ไม่ยืนต้นอยู่นานปีเหมือนต้นตาล ต้นลานจะมีอายุ ไม่เกิน ๔๐–๕๐ ปี เมื่อออกดอกแล้วก็จะตายในปีต่อมา) เป็นต้นไม้ ในตระกูล ( Palmae) ในภาคพื้นเอเซียมีอยู่ประมาณ ๖-๗ ชนิด ในประเทศไทยมีอยู่หลายแห่งเช่น ที่เทือกเขาปักธงชัย ด้านใต้ ที่อุทยานทับลาน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี หรือที่ กิ่งอำเภอดงลาน จังหวัดขอนแก่น ฯลฯ การจารหรือการเขียนลงในใบลาน การเขียนตัวหนังสือหรือบันทึกเรื่องราวต่าง ๆในใบลานนั้น ท่านเรียกกว่า “จาร” คำว่า จารเป็นคำยืมจากภาษาเขมร (car = caar) การจารนั้นท่านจารหรือเขียนด้วยเหล็กแหลม โดยการนำเข็มตอกไปในไม้แข็งที่มีขนาดประมาณนิ้วมือ ยาวประมาณ ๑๐ เซนติเมตร แล้วหักเข็มให้โผล่ออกมาพอมองเห็น แล้วเหลาปลายให้แหลม เพื่อสะดวกในการจาร ในการจารนั้นท่านจาร ๔-๕ บรรทัดต่อหนึ่ง (๑) แผ่น เมื่อจารเสร็จแล้ว ท่านเอาเขม่ามาทา อันเขม่าที่นำมาทานั้นนำมาจากวัสดุหลายชนิดต่างกันเช่น ๑. ขูดเอาเขม่ากะทะหรือเขม่าหม้อ ถ้าได้เขม่าหม้อทองเหลืองด้วยจะดีมาก ๒. นำถ่านไฟฉายมาทุบเอาแต่แกนนำข้างใน ครั้นแล้วนำมาบดให้ละเอียด แล้วนำมาทา ครั้นแล้วบางท่านเอาน้ำผึ้งซ้ำ บางแห่งนำน้ำชันมาทาก็มี ครั้นแล้วเพื่อให้สวยงามคงทน ท่านเอารำละเอียด ( กันต็วก (ข.) จะทำให้อักษรเด่นเห็นชัดและคงทนนาน อนึ่งในการสักยันต์หรือสักน้ำมันหน้าผากหรือกลางกระหม่อม ท่านใช้เหล็กจารดังกล่าวเช่นกัน เอกสารจารจารึก เอกสารจารจารึกใบลานที่พบในประเทศไทย (จังหวัดสุรินทร์) และต่างประเทศที่พบในประเทศไทยโดยเฉพาะในจังหวัดสุรินทร์นั้น ช่วงก่อนพุทธศักราช ๒๕๐๐ นั้นมีมาก หลังจากนั้นคัมภีร์ใบลานและสมุดข่อยถูกเผาทำลายไม่น้อยกว่า ๘๐ เปอรเซ็นต์ของจำนวนที่เหลืออยู่ (เพราะคดีเขาพระวิหารเป็นเหตุ) เนื้อหาสาระที่จารึกหรือจารในใบลานนั้น ส่วนใหญ่จารจารึกพระพุทธธรรม และนิทานชาดกต่าง ๆ อาทิเช่นพระชนก พระเวสสันดรชาดก (หรือที่ภาษาอีสานว่า คัมภีร์ผะเหวด) ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีจารจารึกคำสั่งคำสอนต่าง ๆ เช่น “ศาสตราโกนเจ้า เป็นศาสตราที่ว่าด้วย คำสั่งและคำสอนลูกหลาน ภาษาที่จารึก จารจารึกภาษาเขมร อักษรเขมร (ขอม) นอกจากนั้นยังได้พบจารจารึก อักษรธรรม (ลาวโบราณ) ด้วย (ดังรูป ๒) สำหรับต่างประเทศนั้น ประเทศในภาคพื้นเอเซีย ล้วนใช้จารจารึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยใบลานเหมือนกัน เช่นประเทศกัมพูชา (เขมร) และจัมปา นอกจากจารจารึกประวัติศาสตร์ไว้ในอักษรหิน ( ศิลาจารึกแล้ว) ยังจารึกลงในใบลานเหมือนกัน ดังตัวอย่าง (๓) เป็นจารจารึกพระราชพงศาวดารเขมร ( และเอกสาร ๔ จารจารึกพระราชพงศาวดารจัมปา ‘จาม’ ด้วยภาษาเขมรอักษรเขมร) อนึ่งตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนานั้น ใบลานได้ถูกนำไปใช้จารจารึกพระพุทธธรรมตั้งแต่ พุทธศักราช ๔๓๓ ครั้งทำสังคายนาครั้งที่ ๕ ที่ประเทศลังกา นัยว่า “จารจารึกพระพุทธธรรมในใบลานโดยบรรทุกบนหลังช้างได้ถึง ๗ เชือก” จึงกล่าวได้ว่า ใบลานนั้นนั้น เป็นใบไม้ที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อมนุษยชาติ สมควรที่ประเทศที่เกี่ยวข้องจะพึงสงวนรักษาพัฒนาขยายพันธุ์ให้ดำรงคงอยู่คู่โลก สำหรับการเก็บรักษาคัมภีร์ใบลานนั้น ท่านเก็บในหีบไม้เล็ก ๆ หรือในตู้พระธรรมโดยการห่อด้วยผ้าไหม ผ้าซิ่น ผ้ามัดหมี่ ฯลฯ ดังนั้นจังมีคำพังเพยว่า “ อยากเป็นปราชญ์ให้แก้ผ้าซิ่น”

อาจารย์บุญเรือง คัชมาย์

 

โดย ปแฎง,หลวงลุง

 

กลับไปที่ www.oknation.net