วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากระบอบประชาธิปไตยวิถีทุน สู่ระบอบประชาธิปไตยวิถีพุทธ


.


..  ..

พฤติกรรมตามธรรมชาติของมนุษย์ ที่ความอยากได้และความกลัวว่าจะไม่มีกินมีใช้ ทำให้มีการสะสม สะสมทั้งทรัพย์สินและอำนาจ เกิดเป็นกิเลส ทำให้โลกเป็นทุนนิยมมาโดยธรรมชาติ โลกจึงเป็นวิถีทุนมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ แม้จะเป็นราชาธิปไตย ก็เป็นราชาธิปไตยทุนนิยม พระราชาเป็นเจ้าของอำนาจและเจ้าของทุน ทั้งชีวิตคนและที่ดินก็เป็นของพระราชา เรียกว่าพระเจ้ามหาชีวิต หรือพระเจ้าแผ่นดิน ศักดินา เป็นเจ้าของอำนาจและเจ้าของทุนตามพระบัญชาของพระราชา

ต่อมาได้เปลี่ยนจากระบอบราชาธิปไตย มาเป็นระบอบประชาธิปไตย กลายมาเป็น “ระบอบประชาธิปไตยวิถีทุน”

.
.. 
............  ............ 

ทุนนิยม มีการแข่งขัน มีการเอารัดเอาเปรียบ แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ออกวิธีการ ออกเครื่องมือต่างๆ เพื่อเพิ่มความนิยมต่อสินค้าและบริการของตน สร้างและซื้อของหรือซื้อคนที่มีชื่อเสียง หรือตนเองพยายามมีชื่อเสียงเอง เป็นดารา ทั้งดาราละคร ดารากีฬา (Celebrity) เอาการโฆษณามาใช้ในธุรกรรมการขายสินค้าและบริการ เป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอบาย เป็นมิจฉาอาชีวะเป็นส่วนใหญ่

ทุนนิยม เป็นเรื่องชองปัจเจกขนานแท้ เป็นเรื่องของคนส่วนน้อย 5-10 เปอร์เซ็นต์ เอารัดเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ 90-95 เปอร์เซ็นต์ ทำทุกอย่างให้ตนเองมั่งคั่งขึ้น มั่งคั่งทั้งทรัพย์สินและอำนาจ ใช้เล่ห์กลเข้าไปเป็นเจ้าของทรัพยากรระบบ เอาสินทรัพย์ของระบบไปขาย คิดทำลายแม้ทรัพยากรของระบบ เพื่อความมั่งคั่งแห่งตน ทุนนิยมทำให้คนส่วนน้อยมั่งคั่งขึ้น คนส่วนใหญ่ยากจนลง

เศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป และโลกเบี่ยงเบนหนัก ทรัพยากรของระบบแทบไม่มีเหลือ ทรัพยากรของระบบตกไปเป็นนายทุน แล้วก็ตกไปเป็นของกองทุนโลกแทบหมด ทั้งยุโรปอเมริกาและโลก ยากจนลง  เป็นอยู่ด้วยความทุกข์เข็ญลำเค็ญ ยากระกำ ลำบาก


 
ทุนนิยม มีความเป็นสามานย์มากขึ้น คือมี "ตลาดทุน" เป็นองค์ประกอบ กิจกรรมหลักของตลาดทุนคือการซื้อขายตัวเลขในกระดาษ ซึ่งคล้ายๆกับการซื้อขาย เบอร์ หวยใต้ดิน ซื้อขายล๊อตเตอรี่ ซึ่งเป็นอบาย ตลาดทุน จึงเป็นอบายมุขกองโตที่สุดในโลก ก่อให้เกิดความเสื่อมแก่ระบบมากขึ้นไปอีก

ในการหาเสียงเลือกตั้ง นายทุนจะให้ทุนแก่พรรคการเมืองทุกพรรคไปทำการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้นไม่ว่าพรรคการเมืองใดได้เป็นรัฐบาล ก็จะเป็นรัฐบาลของนายทุน

อาชีพนักการเมืองวิถีทุน เป็นอาชีพที่ไม่มีเกียรติ

พระรักเกียรติเทศน์ถึงอาชีพนักการเมือง
http://www.mixpod.com/playlist/79890367

ไม่มีรัฐบาลใดเป็นของประชาชนคนไทย จะมีแต่รัฐบาลของนายทุน ทุกรัฐบาลจึงทำงานรับใช้แต่นายทุน

นายทุนมีจิตใจอำมหิต รัฐบาลทุกรัฐบาลจึงอำมหิตเช่นเดียวกับนายทุน นายทุนหรือทุนนิยมทำมาหากินแบบ “เกินความพอเพียง” มั่งคั่งแบบร้อยชาติก็ใช้ไม่หมด

นอกจากจะลงทุนและเป็นเจ้าของทุนในประเทศแล้ว ยังไปลงทุนยังต่างประเทศด้วย รวมทั้งลงทุนในอินโดนีเซีย พม่า ลาว และกัมพูชา

นี่คือเหตุหนึ่งที่ปัญหาเรื่องเขาพระวิหารและเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาไม่สามารถทำให้จบลงได้ เพราะรัฐบาลทำงานรับใช้นาบทุน เพื่อช่วยรักษาทุน รักษาโอกาสของนายทุนที่ไปลงทุนไว้ในกัมพูชา

เมื่อเป็นเช่นนี้ จะปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้นได้อย่างไร

การปฎิวัติรัฐประหาร การถวายคืนพระราชอำนาจ ราชประชาสมาสัย และโหวตโน ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เนื่องจาก ไม่ใช่สิ่งที่จะให้เกิดเป็นการถาวรในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว ..แต่

การปฎิวัติ การถวายคืนพระราชอำนาจ การราชประชาสมาสัย และโหวตโน มีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน คือต่อต้านความล้มเหลว ความเละเทะการบริหารราชการแผ่นดิน มีคอร์รัปชัน มีความล้มเหลวในระบบนิติรัฐ เกิดความเบี่ยงเบนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

การถวายคืนพระราชอำนาจ การราชประชาสมาสัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่เคยตรัสบ่อยครั้ง ว่าไม่มีพระราชประสงค์จะให้เกิดขึ้น

สิ่งที่จะเกิดขึ้นพร้อมการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการ "โหวตโน" เป็นกระแสที่แรงพอสมควร คะแนนโหวตโนจะมากจะน้อย จะมีผลทางกฏหมายหรือไม่ แต่ก็เป็นเรื่องที่แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อกลุ่มการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ

การปฏิวัติเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้ง แต่หลังการปฏิวัติ ระบอบการเมืองก็กลับมาสู่วงจรน้ำเน่ามากกว่าเดิม แสดงว่าการปฏิรูปการเมืองที่ผ่านมาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

สิ่งสำคัญ "หลัง" การปฎิวัติ การถวายคืนพระราชอำนาจ การราชประชาสมาสัย และโหวตโน เป็นเรื่องสำคัญกว่า คือ การปฏิรูประบอบการปกครองที่ก่อให้เกิดความเจริญ ความเป็นธรรม ต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่แท้จริง

ทุนนิยม คือการแข่งขันกับกอบโกยผลประโยชน์จากระบบเข้าตน

บุญนิยม หรือพุทธนิยมคือการแข่งขันกันเสียสละให้แก่ระบบ


 
ปัญหาทุกปัญหามีทางออก ระบอบประชาธิปไตยวิธีพุทธ เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีการนำมาใช้มาก่อน “ระบอบประชาธิปไตยวิถีพุทธ ให้นักการเมืองเป็นนักอาสา หรือเป็นนักบุญ ไม่มีเงินเดือน ไม่มีสินทรัพย์เป็นของตนเอง ให้รัฐเลี้ยงดูไปตลอดชีวิต และเลี้ยงดูสมาชิกครอบครัวนักการเมืองแบบมีเงื่อนไข” อ่านลิงค์ที่แนบท้ายบล๊อก

หากสามารถนำมาพัฒนาใช้ได้ ก็จะทำให้ยุติปัญหาความเลวร้ายที่เกิดกับประเทศไทยทุกด้าน จะทำให้เกิดความเจริญทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ยุติการคอร์รัปชั่น ยุติความแตกแยก  เกิดความร่มเย็น อยู่ดีมีสุข

อ่านเพิ่มเติม

ระบอบประชาธิปไตยวิถีพุทธ ทางเจริญมั่นคงเศรษฐกิจการเมืองสังคมไทย http://t.co/NcRTP3i

บัญญัติสู่การเมืองใหม่ นักการเมืองเป็นนักอาสาหรือเป็นนักบุญ http://bit.ly/bnaZpC

.....................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท
indexthai@yahoo.com
http://twitter.com/indexthai

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net