วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนตรังประกาศค้านตัดถนนบนเขาบรรทัดต่อ


ภาพจากเวบตากล้องดอทคอม บรรยายภาพว่า"มุมหนึ่งของเทือกเขาบรรทัดฝั่ง จ.ตรัง"

        หลายวันก่อน ผมเขียนเรื่อง"ถนน..สร้างไปหาวิมานอะไรนักหนา" http://www.oknation.net/blog/chainews/2011/05/09/entry-1
        ผมเขียนขึ้นมาเพราะหน่วยงานที่"สร้างถนน" กลับเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ "รักษาป่า" นั่นคือ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด" ที่ดูเหมือนจะไม่ให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องของชาวบ้าน ที่มองว่าการตัดถนนครั้งนี้เป็นการทำลาย"ต้นน้ำ"และจะส่งผลกระทบต่อเนื่อง
        ในวันที่เขียนเอนทรีนี้ ผู้ว่าฯตรังรับหนังสือและบอกว่าจะทำเรื่องถึงอธิบดีกรมป่าไม้ใน 24 ชั่วโมง
        แต่วันนี้ผ่านไปแล้ว 20 วันก็ยังไม่มีคำตอบใดๆ
        ว่าแล้ว กลุ่มชาวบ้านหลายองค์กรในจังหวะดตรัง นำโดยเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.) จ.ตรัง ร่วมกับองค์กรต่างๆ เช่น น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ ผอ.โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา , นายกุศล แก้วเพ็ง ประธานองค์กรชุมชนปฏิรูปที่ดินบ้านลำขนุน ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว , นายสายันห์ ชูคง สมาชิกสภา อบต.นาชุมเห็ด หมู่ที่ 8 รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้ร่วมกันเปิดเวทีสาธารณะเรื่อง "ตัดถนนกันแนวเขตเขาบรรทัด เพื่ออะไร ใครได้-ใครเสีย"
       ในเวทีเสวนาครั้งนี้ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า เมื่อเดือนเมษายน 2550 ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากที่บริเวณน้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกไพรสวรรค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 38 ศพ เนื่องจากขาดหน่วยเตือนภัย เพราะ"ชมรมรักษ์สายรุ้ง”ที่คอยดูแลนักท่องเที่ยวต้องยุบลงเนื่องจากป่าไม้ไม่ยินยอมให้ชุมชน และ อบต. ร่วมกันจัดการน้ำตก
        ขณะเดียวกัน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัดก็เริ่มตัดถนนบนพื้นที่ต้นน้ำ กว้าง 5 เมตร ยาว 15 กิโลเมตร ในพื้นที่หมู่ที่ 1, 4 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว, หมู่ที่ 4,8 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว และ ต.ช่อง อ.นาโยง ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลไปจากน้ำตกไพรสวรรค์ น้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกกะช่อง โดยขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 6 กิโลเมตร แต่กลับมีการปิดกั้นไม่ให้ชุมชนและคนตรังมีส่วนร่วม
        ก็คือเหตุผลที่ทำให้ผมเขียนเอนทรี""ถนน..สร้างไปหาวิมานอะไรนักหนา"นั่นแหละครับ
        วันนี้ ผ่านมาเกือบ 20 วัน ชาวบ้านจึงตัดสินใจเปิดเวทีเสวนาขึ้นมาเพื่อให้"มีข่าว"ออกมา เนื่องจากจนถึงวันนี้ พวกเขายังรู้สึกว่าถูกภาครัฐ"ไม่เห็นหัว" 3 เรื่องด้วยกัน นั่นคือ
        1. ไม่มีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ไม่มีการจัดเวทีประชาพิจารณ์ ไม่ผ่านประชาคมหมู่บ้าม และไม่เปิดเผยข้อมูลโครงการ
        2.การตัดถนนดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ จากการขุด-ไถ-ดันไหล่เขา และเชิงเขา ซึ่งเป็นดินร่วนปนทราย แถมยังมีการตัดไม้ทำลายป่าและสายน้ำ เป็นการเพิ่มช่องทางการลักลอบตัดไม้ แถมถนนไม่ได้เชื่อมต่อกับชุมชน
        3.พื้นที่โครงการส่วนหนึ่ง อยู่ในพื้นที่บ้านลำขนุน บ้านลำพิกุล และบ้านยูงงาม ดังนั้น ชุมชนจึงมีสิทธิและศักดิ์ศรีในการจัดการทรัพยากรตามรัฐธรรมนูญ แต่หน่วยงานป่าไม้กลับมองไม่เห็นหัว และทำลายทรัพยากรที่ชุมชนดูแลรักษา
        วันนี้ ผมในฐานะ"คนตรัง" จึงร่วมเรียกร้องให้ภาครัฐตรวจสอบโครงการนี้อีกครั้ง !!!

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net