วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แมนฯยู-บาร์ซ่า ..ใครได้เล่นเกมของตัวเองจะเป็นผู้ชนะ


        แล้วฟุตบอลยุโรปก็มาถึงคิวถ้วยใหญ่ที่กคนรอคอย นั่นคือนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งปีนี้เป็นการพบกันของ 2 ยักษ์ใหญ่บนแผ่นดินยุโรป
        หนึ่งคือผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้
        อีกหนึ่งคือเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า แชมป์ลาลีกาสเปน

        นั่นหมายความว่า ใครชนะในเกมนัดชิงวันเสาร์นี้(28พ.ค.)ก็จะเป็น"ดับเบิลแชมป์" และจะเป็นการปิดฉากซีซั่นที่สวยงาม
        น่าสนใจก็คือ จนถึงวันนี้ ยังไม่มีเกจิคนไหนหาญกล้าฟันธงหรือคอนเฟิร์มแบบตรงไปตรงมาว่าทีมไหนจะชนะ โดยส่วนใหญ่จะป้องกันการหน้าแตกด้วยการบอก(สั้นๆ)ว่า "ใครได้เล่นเกมของตัวเองจะเป็นผู้ชนะ" ...
        ทั้ง 2 ทีมมีผลงานในเกมทางการแบบไม่มีใครเหนือใคร โดยทั้ง 2 ทีมพบกันมาแล้ว 10 ครั้ง ชนะกันทีมละ 3 ครั้ง และเสมอกัน 4 ครั้ง โดยทั้งคู่เคยชนะในการชิงถ้วยยุโรป นั่นคือแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะบาร์ซ่า  2-1 ในนัดชิง คัพ วินเนอร์ส คัพ ที่ร็อตเตอร์ดัมเมื่อปี 1991 ขณะที่บาร์เซโลนาชนะแมนฯยู 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่กรุงโรม เมื่อปี 2009
        อีกหลายอย่างที่ทั้ง 2 ทีมเหมือนกัน หนึ่งคือการชิงชนะเลิศถ้วยนี้ครั้งแรก ซึ่งทั้งคู่เข้าชิงกับเบนฟิก้า โดยบาร์ซ่าข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในฤดูกาล 1960-61 ขณะที่แมนฯยู ชิงกับ เบนฟิก้า เมื่อปี 1967-68 และทั้งคู่ต่างเคยเป็นแชมป์ 3 ครั้ง โดยบาร์ซ่าแพ้ในรอบชิง 3 ครั้ง ส่วนแมนฯยู แพ้ครั้งเดียว คือแพ้บาร์เซโลนา 0-2 ในปี 2008-09 นั่นแหละ
        ทั้งคู่ต่างก็เป็น"ยอดทีม"ในวันนี้ที่ยังไม่มีใครกล้าฟันธง !!!
        "นี่เป็นการสู้กันของพละกำลัง และเทคนิค แมนฯ ยูไนเต็ด พิเศษแบบอังกฤษ แต่ บาร์เซโลนา เล่นสวยงาม ผมคิดว่าถ้า บาร์ซ่า เล่นฟุตบอลของตัวเองได้พวกเขาจะเป็นแชมป์" โจวานนี ตราปัตโตนี โค้ชทีมชาติไอร์แลนด์ กล่าวถึงบอลคู่นี้
        เช่นเดียวกับ เปาโล เบนโต โค้ชทีมชาติโปรตุเกส ที่ไม่กล้า"ฟันธง" โดยกล่าวว่า "บาร์เซโลนา มีสไตล์ของตัวเองมานาน ผู้เล่นทุกคนรู้ทางกันดี องค์ประกอบดีทั้งเกมรุกและรับ มีความสม่ำเสมอ ขณะที่แมนฯต็ด มุ่งมั่นมีผู้เล่นที่พลิกเกมได้ ซึ่งสร้างผลงานชั้นยอดมาได้ตลอด" และนั่นก็ไม่ต่างจาก กุส ฮิดดิงค์ โค้ชทีมชาติตุรกี ที่เชลซีกำลังตามจีบไปคุมทีม ซึ่งกล่าวว่า "ทั้งสองทีมเล่นเกมรุกทั้งคู่ พวกเขาประสบความสำเร็จจากระบบทีมของตัวเอง ทั้ง บาร์เซโลนา และแมนฯ ยูไนเต็ด เล่นฟุตบอลอย่างที่แฟนบอลอยากดู ความตื่นเต้นรอพวกเราอยู่"
        ถ้าจะมีคน"ฟันธง"ก็มีเหตุผลเดียว..ทีมชนะมีลีโอเนล เมสซี่ !!!
        นั่นคือ สตาเล โซลบัคเคน โค้ชเอฟซี โคเปนเฮเกน ผู้สรุปเกมคู่นี้ว่า "บาร์เซโลนา จะครองบอลถึง 65-70 เปอร์เซ็นต์ และยูไนเต็ด คงมาแบบ 4-5-1 โดยหวังว่าจะมีใครสักคนหลุดแนวรับบาร์ซ่าไปได้ บาร์เซโลนา คงไม่เจองานง่ายเพราะ ยูไนเต็ด มีกองกลางแข็งแกร่ง และผมคิดว่าพวกเขาสามารถจัดการแดนกลางของ บาร์เซโลนา ได้ดี แต่บาร์ซ่ายังมี ลิโอเนล เมสซี ที่หยุดได้ยากจริงๆ"
        แต่ฟุตบอลมันกลมและยากที่จะบอกว่าใครชนะ
        สำหรับความพร้อมของทั้ง 2 ทีมนั้น ทีมของ โฆเซป กวาร์ดิโอลา เดินทางไไปอังกฤษตั้งแต่ต้นสัปดาห์หลังจากเจออากาศในยุโรปปั่นป่วนจากภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ระเบิด แต่ถึงวันนี้ แชมป์จากสเปนจะต้องรอตรวจสอบสภาพร่างกายของ คาร์เลส ปูโยล และ เอริค อบิดัล แต่เชื่อว่าน่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงได้ทั้งคู่ ขณะที่"ห้องเครื่อง"ก็ครบทั้งซาบี เอร์นันเดซ และ อันเดรส อิเนสตา แถม 3 กองหน้าทั้งง ลิโอเนล เมสซี , ดาวิด บีญา และเปโดร โรดริเกซ ก็เป็นผู้เล่นที่แมนฯยูห้ามพลาดแม้แต่ช็อตเดียว
        สื่อมองว่าบาร์เซโลนาชุดนี้เป็นผู้เล่นดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร
        มองทางด้านแมนฯยู ที่ได้เล่นในประเทศของตัวเอง ถือว่าโชคดีที่ปัญหาเรื่องการบาดเจ็บ และติดโทษแบนไม่มี นั่นหมายความว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ จะได้ยืนคู่กับ เนมันยา วิดิช ส่วนกองกลาง แมนฯยูจะเล่นแบบ"วิ่งสู้ฟัด"ด้วยผู้เล่นจอมขยันอย่าง ปาร์ค จีซุง และ อันโตนิโอ บาเลนเซีย แถมอาจจะส่ง ดาร์เรน เฟลทเชอร์ ลงมามาช่วยไล่อีกคนเพื่อพัก ไรอัน กิ๊กซ์ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องกิ๊ก และคู่หน้าก็เป็นภารกิจของ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ กับ เวย์น รูนีย์
        ถึงวันนี้ ขอสารภาพว่ายากที่จะบอกว่าทีมไหนชนะ
        แต่หากจะต้อง"ฟันธง" ก็คงต้องเลือกบาร์เซโลนา ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องระบบทีมเวิร์ก แถมแดนกลางก็เป็นผู้เล่มจากทีมแชมป์โลก หัวหอกทีมแชมป์โลกยืนคู่กับนักเตะรางวัลบัลลงดอร์
        แต่นักเตะผีแดงคือผู้จะให้คำตอบว่าธงที่ฟันครั้งนี้ หักหรือไม่

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net