วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เบิ่งบั้งไฟ ที่ศรีสะเกษ


   

 เมื่อกลางเดือนมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่า สมัยทำงานโรงงานด้วยกัน ที่ อ.กัณทรารมณ์ จ.ศรีสะเกษ  รวบรวมสมาชิกเก่าๆได้มา ๔ คน  หลายคนที่ไม่ได้มาบอกว่า “งบหมดตั้งแต่วันแรงงานแล้ว เอาไว้เจอกัน ชุดใหญ่”

    นัดเจอกับเพื่อนคนแรกที่ หัวลำโพง  มันใหญ่จริงๆครับ นั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปเห็นศูนย์รวมของรถไฟ  หลังคาสูงรูปโค้ง คลุมส่วนที่เป็นชานชะลา กว่า ๑๐ ชาน ส่วนจำหน่ายตั๋วก็ไม่แพ้กัน ห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยผู้มาใช้บริการ  รถไฟสาย กรุงเทพ – อุบล ออกเวลา  ๖.๑๐ น. นั้นคือรถขบวนที่ผมจะนั่งไป  คนไม่ค่อยเยอะครับ มีถ่ายเท ขึ้น –ลง บ้างบางสถานี  เพื่อนอีกสองคนนัดกันไว้ที่สระบุรี  แต่มันดันมาไม่ทัน  ต้องเสี่ยงดวงนั่งรถบขส.ต่อไปที่โคราช ไม่น่าเชื่อครับ!  มันไปทันรถไฟ 

   

  

บนรถไฟ มีเรื่องราวมากมาย เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของผู้คน (ใครไม่คิด ผมคิด)  สิบกว่าตู้ที่เคลื่อนตัวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งเราชอบเรียกมันว่าปลายทาง ผมเชื่อว่าผู้โดยสารทุกคนมีความหวัง  ไม่เว้นแม้กระทั้งยาย ที่ขึ้นมาขายของบนรถไฟ ผู้คนสลับสับเปลี่ยนแต่ไม่หมุนเวียน บ้างใกล้บ้างไกล   มิตรภาพก็ยังก่อตัว

 

 

   บนรถไฟ ทำให้เราได้พบประสบการณ์ อาจจะไม่ใหม่ แต่ก็น่าสนใจ  ผมเรียกว่า ตลาดบนรถไฟ  ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสิ่งที่คุณต้องการเกือบทุกอย่างบนนั้น โดยเฉพาะของกิน ซึ่งถ้าจะให้สาธยาย ก็คงจะบอกไม่หมด  ขนาดแซนวิชยังมี  กระติกน้ำร้อนอันเดียว กาแฟ มาม่าคัพ ไม่เหลือ  ผลไม้ยกมาทั้งตลาด  เครื่องดื่มกินได้ยันถึงอุบล  ยารักษาโรคเหรอ แค่บอกคำเดียวว่าคุณเป็นอะไร (เยอะกว่าร้านขายยาแถวบ้านอีก)  ของฝากทุกจังหวัดที่ผ่านมีหมด  นี่ยังไม่รวมสินค้าเบ็ดเตล็ดนะ

    ที่สำคัญทุกอย่างพร้อมบริการให้คุณถึงที่  คุณมีหน้าที่ชำระเงิน และก็กินหรือใช้ แค่นั้นเอง

ผมเชื่อว่าถ้าไม่ใช่บนรถไฟก็จะไม่มีบริการแบบนี้ที่ไหนอีก

คำเตือน คุณอาจจะไม่เจอสิ่งเหล่านี้ที่ ชั้น๑ หรือ ชั้นสูงๆๆ กว่านี้

 

สีคิ้ว อ. สูงเนิน

 

 

นายสถานี ห้วยทับทัน   ช่วยอธิบายวิธีการทำงาน (ทำยังไงไม่ให้รถไฟชนกัน)

 

มิตรภาพต่างสายพันธุ์  (บนรถไฟ ) 

 

 

เริ่มต้นกับอาหารพื้นเมือง  หมกเห็ดใส่ไข่  , ป่นเห็ด (ป่นแปลว่าน้ำพริก)  ผักหนาม  กระทือ , อ่อมหน่อไม้ ,ปลาทูทอด  ตามด้วยข้าวเหนียว ๒ กระติบ  (ก่อนกินต้อง ยอดข้าวสักสองเป็ก เพื่อเพิ่มดีกรีให้กับอาหาร) 

 

ผู้สืบทอด ตำนานหมอแคนคนต่อไป

ดูงานสวนยาง

ตัวอะไรเอ่ย ?

 

 

สาวน้อยหน้าใส ติดโบว์ให้แก่ผู้มาเที่ยวชมการแข่งขัน บั้งไฟ 

     จากคำบอกเล่า นั้นคือประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน ของชาวบ้านทางภาคอีสาน ยิงบั้งไฟขึ้นไปเพื่อขอฝนจากเทพยาดา ให้พวกเขามีน้ำกินน้ำใช้ตลอดหน้าแล้งในปีนั้นๆ

     จากสิ่งที่เห็น  ประเพณีก็ยังคงเป็นประเพณีต่อไป แต่สิ่งที่มาเพิ่มเติม จะด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็ตามของผู้เล่น  ความสนุก หรือ เงินทอง   ส่วนตัวผมว่ามันก็สนุกดี  ดีกว่าเรามานั่งดู บั้งไฟขึ้น แล้วก็บั้งไฟหล่น  แต่ก็ควรจะอยู่ในความพอดีด้วย

      เล่าสู่กันฟังนะครับ  วิธีการเล่น  หลังจากประกาศชื่อบั้งไฟแล้ว  เจ้ามือก็จะตั้งเวลาว่า บั้งไฟอันนี้รวมเวลาขึ้นและตกถึงพื้นน่าจะใช้เวลาเท่านี้  คนแทงก็ต้องคิดดูเอาเองว่ามันจะเกินจากที่เขาตั้งไว้หรือไม่  ผลสรุป ถ้าบั้งไฟใช้เวลาเกินจากที่กำหนด คนแทงก็จะได้เงิน ถ้าไม่ถึงก็กินเรียบ

      เทคนิคของบั้งไฟคือ จะขึ้นสูงหรือไม่ ไม่สำคัญ   แต่จะทำอย่างไรให้ตกลงมาช้าที่สุด โดยที่หางยังคงอยู่

 

มีโพยด้วยนะครับ  ตัวเลขด้านบนเขารู้กันว่าต้องบวกอีก๑๐๐ เป็น ๑๙๕ วินาที  (ในอดีต เคยมีหมู่บ้านที่ทำขึ้นถึง๔๐๐-๕๐๐  ปัจจุบันยังมีให้เห็นบ้าง โดยเฉพาะทีมใหญ่ งบหนาๆ)

 

กำลังติดตั้ง เมื่อก่อนฐานยิงจะทำด้วยไม้ไผ่ ปัจจุบันใช้เหล็กเพื่อความปลอดภัย   ขั้นตอนนี้สำคัญมากอาจล้มลงมาแล้วพุ่งใส่คนได้

จุดชนวน ด้วยระบบไฟฟ้า

 

 

ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า  กับองค์การนาซ่าของเมืองไทย ที่ศรีสะเกษ

 

 

คนกับควาย.....ควายกับคน

ส่วนหนึ่ง จากบรรยากาศริมแม่น้ำมูล

จากนี้ไปจะเป็นการสาธิตวิธีการทำ ไก่อบลีโอ   ที่ริมแม่มูล  

  ส่วนประกอบ       ไก่ ๑ ตัว    ลีโอ ๑  ขวด (ให้คนทำกินให้หมดก่อน แล้วขวดไปเสียบที่ตูดไก่) 

before

>

>

>

>

 

After ! shock

เราจึงได้รู้ว่า ทฤษฎี กับ ปฏิบัติ มันไม่เหมือนกัน  สุดท้ายก็เป็นจั่งซี่

ช่วงเก็บตก

แวะเยี่ยมอีกหนึ่งครอบครัว หลังจากใช้ชีวิตในเมืองหลวงมาช่วงหนึ่ง (พ่อลูก ๒ แล้ว )

 

สองหลาน พยายามจะโพสท่า คนหนึ่งสองนิ้ว อีกคนห้านิ้วเลย

     ธรรมดาผมก็ชอบฟังเขาพูดภาษาอีสานอยู่แล้ว ฟังออกมั่ง ไม่ออกมั่ง เป็นภาษาที่มีคำขยายมากที่สุดนะ ผมว่า  พอเวลาพวกแปลให้ฟังก็อดอมยิ้มไม่ได้  ยิ่งได้ฟังเด็กน้อยสองคนนี้พูด รู้สึกถึงความใสซื่อ บริสุทธิ์ มันเพิ่มความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 

 

จี่เห็ด นะครับไม่ใช่ จี่หอย (จี่ แปลว่า ปิ้งหรือย่าง)

 

อันนี้แถมให้      ใครจะเชื่อ เธอผู้นี้เป็นถึงผู้ใหญ่บ้านนักพัฒนา ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว (แต่ว่าจะใกล้ชิดลูกบ้านเกินไปรึเปล่าผู้ใหญ่)  

 

 

 

   รู้สึกดีใจที่ได้ไปเยือนอีกครั้ง  กับบรรยากาศเก่าๆ อารมณ์เก่าๆ กับคนที่เราแค่มองเห็นก็รู้สึกได้  เรายังคงศรัทธาในสิ่งที่เราทำ แม้จะมีขวากหนามบ้าง ขอเพียงเรามีกำลังใจ มันก็เป็นได้แค่หนาม

"วิถีชีวิตผู้คนชนบท ที่เกี่ยวร้อยกันไปกับวิถีของธรรมชาติ สายน้ำ ต้นไม้ ก่อให้เกิดความสุขที่ไม่อาจคิดคำนวนออกมาเป็นมูลค่าได้ "

 

                              

     จอกนี้มอบให้แด่เพื่อนๆ woodman และทีมงานเฉพาะกิจ ทุกๆท่าน

แล้วพบกันใหม่

                        

ขอขอบคุณ   -การรถไฟแห่งประเทศไทย และเพื่อนร่วมทาง           

                  เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ

                -ครอบครัวและญาติพี่น้อง จ่าคม 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย กระโจม

 

กลับไปที่ www.oknation.net