วันที่ พุธ มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชมการแสดงหุ่นละครเล็ก ณ.บ้านศิลปิน คลองบางหลวง


ถ้าพูดถึงกรุงเทพฯ ใครจะคิดว่ายังมีสถานที่ให้เราตามหาอดีต ภาพในวันวาน ให้หวนรำลึกถึงการดำเนินชีวิตที่สงบเงียบ ถ้อยทีถ้อยอาศัย มากน้ำใจ ด้วยสภาพบ้านเรือนสมัยเก่าอายุเกือบ 100 ปี ปลาสวายตัวโตยังเวียนว่ายอยู่ในคลอง และวัดในสมัยอยุธยาซ่อนตัวอยู่ในชุมชนเก่าแก่กลางกรุง ที่เรียกว่า "คลองบางหลวง" หรือคลองบางกอกใหญ่

 

จากท่าน้ำวัดคูหาสวรรค์ เดินเลี้ยวขวาเลียบคลองไปตามชานบ้านที่สะอาดเสียจนเราเกรงใจ จะย่ำผ่านไปก็ต้องเคาะรองเท้ากันอยู่หลายที



ระหว่างทางไปบ้านศิลปินเพื่อชมหุ่นละครเล็ก จะผ่านบ้านที่เปิดขายของที่ระลึก แกลเลอรี่ ร้านกาแฟ บ้านของเล่น ไล่เรียงกันไป 5-6 หลัง “ตลาดน้ำคลองบางหลวง” คงเรียกตามอดีตที่ผ่านมาแล้ว 50 ปี

เดินผ่านร้านแรก กาแฟดีเลิศ



จัดร้านแนวเรโทร มีทั้งของเก่าสะสม และของที่หาซื้อใหม่เพื่อมาตกแต่งร้าน ขายกาแฟ ขนมปังปิ้ง และเครื่องดื่มร้อนเย็นต่าง ๆ ราคาแก้วละ 25 บาท

สยามนามมงคล

ขายเสื้อภาพพิมพ์ โปสการ์ด หนังสือ ภาพเขียน และข้าวเกรียบปลาทู ชื่อร้านมาจากชื่อเพื่อนสองคนที่มาเปิดร้านร่วมกัน

ดูเก้าอี้เสียก่อน…เห็นแล้วก็เหมือนเขากวักมือเรียกให้เข้าไปนั่ง… ไม่ขัดศรัทธาค่ะ


มองออกไปเห็นสะพานข้ามคลอง สร้างตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2479

ฝูงปลาสวายว่ายเวียนรออาหาร ที่มีขายกันเกือบทุกบ้าน


ริมคลองแกลเลอรี่

โชว์ผลงานภาพถ่ายของ Francis Chit นายจิตรเป็นคนไทยเชื้อสายฝรั่งกุฎีจีน ฝากผลงานในสมัยนั้นไว้มากที่สุด ถ่ายทั้งคนสำคัญ และไม่สำคัญ ถ่ายทั้งเหตุการณ์และสถานที่ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ล้ำค่าไม่มีใครเทียบ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4-5 ในอัลบั้มเก่าบางเล่มของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จะพบภาพพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ รวมทั้งเจ้าขุนมูลนายต่าง ๆ รวมแล้วหลายร้อยภาพ พร้อมตราร้านนายจิตรเต็มไปหมด ภาพถ่ายล้วนมีความคมชัด ขนาดขยายใหญ่เท่าบานหน้าต่าง บานประตูก็ยังชัด สรุปว่ามากทั้งคุณภาพและปริมาณ



 

ปี 2542 อาจารย์ พิพัฒน์ พงศ์รพีพร ค้นพบงานถ่ายภาพกรุงเทพฯ แบบพาโนรามาหรือมุมกว้างอันยิ่งใหญ่ของนายจิตร

บางหลวงแกลเลอรี่

คุณป้าจัดร้านได้เก๋ไก๋เพราะลูกชายเป็นสถาปนิก จัดสินค้าให้คุณแม่ว่าจะวางมุมไหน คุณแม่ก็ยกไปวางตามนั้น

ขายสินค้าโอทอป พวกเครื่องหอมและของที่ระลึก แต่เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา เคยเปิดเป็นร้านยาแผนโบราณมาก่อน



หลังบ้านคุณป้าจัดได้น่าอยู่มากค่ะ

ร้านศ.จิตรกร

มีคุณบ๊อบบี้เป็นเจ้าของร้าน จบช่างศิลป์ เขียนรูปมาประมาณ 31 ปี ก่อนจะมาเปิดร้านที่นี่ เป็นนักท่องเที่ยวมาชมบ้านศิลปินก่อน เกิดติดใจในบรรยากาศ พอดีกับว่าบ้านนี้ว่างเลยมาขอเช่า ขลุกอยู่ 3 ปียังไม่ได้ไปไหนเลย

แบบนี้เลยได้ฉายา“อกหักตลอดเวลา” หรือ เพื่อน ๆ เรียกว่า “เซอร์เฮริท์”

อกหักถึงเขียน ?

…เขียนเพราะเข้าใจในโลกมากขึ้น “กำลังเดินทางอยู่ระหว่างรอยต่อของความรักกับชีวิต”

มาบรรจบกันเมื่อไหร่ชีวิตจะได้สมบูรณ์เสียที ไม่รู้ว่าจะดีไหม แต่จะรอแบบไม่ซีเรียส …

วันนี้ไม่เขียนรูป เพราะเกิดอาการศุกร์เมา เสาร์แฮงค์

ลูกค้ามีมาถาม 3-4 ราย แต่เขียนไม่ไหว โอ! ศิลปิน…

เครื่องรีดทอง แต่เราเข้าใจว่าเป็นเครื่องรีดปลาหมึก นึกแล้วขำ เฮ้อ…

ชุดเก้าอี้ไม้ที่ตั้งไว้ต้อนรับแขกหน้าชานบ้านเป็นไม้ที่ลอยน้ำมา เขาเลยเก็บเอามาตอกตะปูทำเอง เพราะช่างหายาก ตกแต่งตามจินตนาการ ก็สวยงามอย่างที่เห็น คนมีความคิดสร้างสรรค์ นึกอยากจะได้เก้าอี้ก็เก็บเอาตามน้ำ...

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าทุกสิ่งในโลกล้วนมีคุณค่าในตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะฉกฉวยหรือปล่อยโอกาสให้มันผ่านไป

ร้านบ้านของเล่น

 

ข้างประตูติดป้ายเก่าไม่จริง ป้ายนี้มีที่มา กลัวคนจะว่า เพราะมีทั้งของเก่า และของใหม่ ประกอบกับมีคนถามเยอะว่าเก่าจริงไหม?

ของเล่นเป็นของสะสม ขายเป็นบางชิ้น เช่น พวกของเล่นสังกะสี อยากได้ชิ้นไหนสอบถามดูนะคะ

ขายของภาชนะในครัวเรือนและกาแฟโบราณด้วย


บ้านศิลปิน (The Artist’s House)

บ้านศิลปิน เป็นบ้านหลังสุดท้ายของเส้นทางนี้ ด้านหน้าติดคลองบางหลวง ด้านข้างติดคลองบางจาก เข้าไปชมในบ้านกัน

เป็นบ้านไม้ทรงมะนิลา รูปตัว L มีเจดีย์เก่าตั้งอยู่ภายในบ้าน ซื้อต่อมาจากคุณยายพี่น้องเจ้าของบ้านเดิมในราคา 2 ล้านบาท หลังจากนั้นก็เข้ามาตกแต่งต่อเติมโดยซื้อบ้านไม้เพิ่มอีกสามหลัง บวกค่าขนย้ายด้วยเบ็ดเสร็จประมาณ 6 ล้านบาท

พระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปะสมัยธนบุรี

สันนิษฐานว่าเป็นพระเจดีย์ทิศหนึ่งจากสี่ทิศ เพื่อบอกอาณาเขตของวัดกำแพง บางจาก คำว่า”ย่อมุมไม้สิบสอง” หมายถึง เหลี่ยมของอาคารเจดีย์ พระเมรุหรือสิ่งอื่น ๆ ที่ทำให้มุมมีหยักเป็นเหลี่ยมออกมาแทนที่ตรงมุมจะมีเพียงมุมเดียว กลับทำหักย่อลงทำให้เป็น 3 มุม เพื่อเพิ่มความงดงามให้แก่สิ่งก่อสร้างนั้น เจดีย์ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างทรงสี่เหลี่ยม มีสี่มุมจึงกลายเป็น 12 มุม สิ่งก่อสร้างใดมีลักษณะดังกล่าวนี้ จึงเรียกตามที่กล่าวข้างต้น

ชั้นล่าง ขายโปสการ์ด เสื้อ ขนม กาแฟ ของที่ระลึก

ชั้นสอง เป็นแกลเลอรี่แสดงภาพเขียน

รูปแบบบ้านสมัยก่อนทำหน้าต่างตรงกัน ส่งยิ้มให้กันได้ …ไม่เหมือนสมัยนี้บ้านติดกันยังไม่ค่อยจะพูดกันเลย


ภาพพิมพ์แกะสลักลายแบบเซาะร่องลึก

พี่เขาจะช่วยอธิบายวิธีทำให้ค่ะ อุปกรณ์มี ยาง 1 แผ่น กับ ชุดแกะสลัก 1 กล่อง แล้วก็โซโลกันไปตามอารมณ์ของแต่ละคน ใช้แรงกดเหมือนกัน จากเซาะร่องกับไม้สมัยก่อน ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นยาง คงเป็นเพราะสะดวกและหาง่าย เสร็จแล้วนำแผ่นยางที่แกะได้ภาพเรียบร้อยแล้วเข้าแท่นพิมพ์

ภาพพิมพ์ลงบนกระดาษราคา 50 .- ลงบนสมุด 100 .-

หุ่นละครเล็กคลองบางหลวง คณะคำนาย



“หุ่นละครเล็ก แต่หัวใจใหญ่ ขอร่วมอาศัยสายน้ำแห่งนี้”
 

เริ่มจากแสดงการแต่งตัวโขน...



เริ่มทำการแสดงหนุมานไล่จับนางเบญจกาย






ทางคณะหุ่นละครเล็กมีผู้แสดงทั้งหมด 15 คน เป็นการแสดงแบบเปิดหมวก แต่เพื่อให้หุ่นละครเล็กอยู่รอด และช่วยกันอนุรักษ์ศิลปะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมต่อไป เชิญหยอดกระปุกต่อชีวิตหุ่นละครเล็ก และต่อลมหายใจให้กับนักแสดงได้ตามกำลังทรัพย์ค่ะ

ใกล้จบการแสดงหุ่นละครเล็ก จะเดินทักทายและหยอกล้อกับคุณผู้ชม ซึ่งมีบางท่านเข้าใจผิดคิดว่าหนุมานลงมาขอสตางค์เหมือนขอทาน จึงรู้สึกไม่ดี พูดให้นักแสดงได้ยิน แต่ความจริงแล้ว…เป็นคาแรกเตอร์ของตัวหนุมานเองค่ะ

มุกนี้ต้องมี ขาดไม่ได้…ก้มลงไปดูในถัง ว่ามีใครหยอดกระปุกให้ผมบ้างหรือป่าวเอ่ย…

จบการแสดงทางคณะเปิดโอกาสให้ถ่ายรูปร่วมกับนักแสดงหุ่นละครเล็ก

เปิดการแสดงทุกวันเวลาบ่ายสองโมง ยกเว้นวันพุธ เนื่องจากทางคณะรับงานแสดงที่อื่นด้วย กันพลาดไปแล้วไม่ได้ชม สอบถามล่วงหน้าได้ที่ บ้านศิลปิน โทร. 0-2868-5279

ของกินริมคลอง

ที่คลองบางหลวงมีร้านอาหารให้เลือกอยู่ 2-3 ร้าน เช่น ผัดไท ก๋วยเตี๋ยวหยุดบ่อย (เจ้าของตั้งเอง ถ้าไปแล้วไม่เปิดก็อย่าแปลกใจ) และก๋วยจั๋บน้ำข้น กับข้าวเหนียวมะม่วง

เที่ยงกินก๋วยเตี๋ยวหมู

ชอบก๋วยเตี๋ยวรสชาดแบบนี้ อร่อยถูกใจ อาชีพเสริมทำเรือจำลองขายค่ะ

บ่ายสาม กินก๋วยจั๋บ
ส่วนเฮียร้านนี้ ก็ไม่น้อยหน้ากันเพราะมีอาชีพเสริมเป็นช่างภาพ รอเขาทำบ้านใหม่ให้เสร็จก่อนนะ จะขนของเก่ามาแต่งร้านให้แจ่มเลย เช่น ป้ายโรงเตี๊ยมจีนขนาดใหญ่

อร่อยสมคำบอกกล่าว ทั้งก๋วยจั๋บน้ำข้น 30.- และข้าวเหนียวมะม่วง จานละ 40 .-

วัดกำแพง

จากสะพานข้ามคลองที่เห็นในภาพข้างต้นเดินตรงเข้าซอยไป -->ถึงสามแยก-->เลี้ยวซ้าย

แวะเข้าไปชมวัดสมัยกรุงศรีอยุธยา ผ่านการปฏิสังขรณ์มาแล้วหลายครั้ง ตอนนี้กำลังบูรณะซ่อมแซมภาพวาดตามผนังโบสถ์เก่าอยู่ค่ะ



การเดินทาง:

 

เข้าซอยเพชรเกษม 28 ไปตามป้ายวัดคูหาสวรรค์ จอดรถที่ท่าน้ำหน้าวัด

อีกเส้นทางหนึ่งที่สะดวกถ้าไม่เอารถไปคือเข้าทางจรัญซอย 3 นั่งมอเตอร์ไซส์จากปากทางเข้ามา

...เป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆ เงียบสงบ...

หากคุณต้องการใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบในวันว่าง

ชมการแสดงหุ่นละครเล็กที่หาดูไม่ง่าย

ประดิษฐ์งานศิลปะแบบไม่ยาก

จิบกาแฟอ่านหนังสือยามบ่าย

ปล่อยอารมณ์สบาย ๆ นั่งชมสายน้ำ

...คลองบางหลวง…ยินดีต้อนรับค่ะ...


ขอขอบคุณ :-

ข้อมูลเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองจากบ้านศิลปิน

ประวัตินายจิตรจากร้านริมคลองแกลเลอรี่

ภาพเคลื่อนไหวจาก bloggang.com-lozocat

เราทอดสะพานไปให้.. เขาทอดไมตรีกลับมา… ถ่ายภาพคนละใบ…เวลคัม ทู ไทยแลนด์ …


++ แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ++

 

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net