วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เทคนิคลดความขัดแย้งในชีวิตคู่..


          มีผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า "ชีวิตคู่" เปรียบเหมือน

"ลิ้นกับฟัน" กระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าปล่อยให้กระทบกัน

บ่อย ๆ เข้า เป็นไปได้ที่จะเกิดแผลและนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง

ตามมาได้       
       วันนี้ มีแนวทางคลี่คลายความขัดแย้งจาก ดร.นพ.ยุทธนา ภาระนันท์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการให้คำปรึกษาและเวชศาสตร์ครอบครัว อีก

หนึ่งท่านที่ใช้หลักอหิงสามาเป็นตัวช่วยลดความขัดแย้งในชีวิตคู่ ซึ่งเป็นแนว

ทางที่ท่านมหาตมะ คานธี นักปราชญ์ชาวอินเดียได้แปรความรู้สึกโกรธแค้น

จากเหตุการณ์สังหารหมู่ให้กลาย เป็นความรักสามัคคีในหมู่ชาวอินเดีย ซึ่ง

ให้คุณค่าความรักเป็นอันดับหนึ่ง      
       โดยหลักอหิงสาที่ว่านี้ ประกอบด้วย ความรัก ความอดทน ความกล้าหาญ

ความบริสุทธิ์ และ ความซื่อสัตย์ โดย "ความรัก" ถือเป็นหนึ่งใน 5 ที่ทรงพลัง

มากที่สุด และสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อลดความความขัดแย้งในครอบครัว

ได้ดี โดยเฉพาะความขัดแย้งในชีวิตคู่เพื่อให้แต่ละฝ่ายรู้จักบังคับตัวเองไม่ให้

โกรธง่าย รู้จักให้อภัย มีใจถ่อมสุภาพ และเป็นคนรอบคอบมีวิจารณญาณ      
       อย่างไรก็ดี เพื่อให้เห็นภาพ และง่ายต่อการนำไปประยุกต์ใช้ ดร.นพ.ยุทธนา

 ได้สรุปแนวทางลดความขัดแย้งออกเป็นช่วง ๆ ดังต่อไปนี้
       
       *** ช่วงข้าวใหม่ปลามัน
       
       คู่แต่งงานใหม่ หรือที่ใครหลายคนเรียกกันว่า "ข้าวใหม่ปลามัน" ความขัดแย้ง

ส่วนใหญ่จะอยู่ที่การปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งบางคู่มีลักษณะที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

เช่น สามีเป็นคนเจ้าระเบียบตรงกันข้ามกับภรรยาที่เก็บของไม่ค่อยเป็นที่เป็นทาง บางครั้งทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งตามมาได้ ดังนั้น ควรคุย และใช้วิธียืดหยุ่น โดย

ฝ่ายหนึ่งอาจลดความเจ้าระเบียบลงหน่อย ขณะที่อีกฝ่ายควรปรับปรุง และ

พยายามจัดเก็บข้าวของให้เป็นที่ โดยเฉพาะของใช้ส่วนรวม  
       นอกจากนั้นแล้ว ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน การที่ใครบางคนจะทำผิด ทำ

พลาด หรือทำให้ผิดหวังย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ร่วมกัน

ดังนั้น ควรใช้ความรักมองสิ่งดี ๆ ในตัวคู่ชีวิตมาเป็นอันดับแรกก่อนการตัดสินว่า

ใครผิดหรือถูก เพราะไม่เช่นนั้นอาจนำมาซึ่งอารมณ์โกรธ และตามมาด้วย

ความขัดแย้งได้ง่าย

       *** ช่วงกึ่งกลางชีวิตคู่
       
       เมื่ออยู่กินกันมาสักระยะหนึ่ง ความรักอาจไม่หวานแหววเหมือนตอน

แต่งงานกันใหม่ ๆ ในช่วงนี้ อาจเกิดการหย่าร้างได้สูง หากทั้งสองฝ่ายไม่

อดทน และซื่อสัตย์ต่อกัน เพราะด้วยการเปลี่ยนแปลงของช่วงวัย และสิ่ง

เร้าต่าง ๆ ทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่ายจนยากที่จะยอมรับเหตุการณ์ร้าย ๆ

ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องสุดวิสัย ไม่มีใครเจตนาให้เกิดขึ้นทางที่ดี พยายามมอง

เหตุการณ์ร้าย ๆ แต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นว่ามีสิ่งดีบางอย่างแอบแฝงอยู่ อย่าง

กรณีสามีเริ่มกลับบ้านดึกบ่อยขึ้น แทนที่จะบ่น หรือคอยจับผิดว่าจะไปมีกิ๊ก

หรือนอกใจไปมีภรรยาน้อย คุณในฐานะภรรยาควรเชื่อในส่วนดีในตัวสามี

และมองย้อนกลับไปคิดถึงความรู้สึกดี ๆ ในวันแรกที่ได้รักกัน

       ต่อจากนั้นใช้ "ทักษะโค้ชปัญหา" (ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

www.howareyou.co.th) เพื่อแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างเจาะจง

ด้วยใจรักมี 5 ขั้นตอนย่อว่า ABCDE โดย A (Appreciate) พูดในส่วนดี

B (Behavior) ระบุพฤติกรรมที่เป็นห่วง C (Consequences) บอกผล

กระทบ D (Distress: Feeling) พูดความรู้สึก (ห่วงกังวล) ที่เกิดขึ้น

และ E (Exit) เสนอทางออกบวกคำถาม
       
       ยกตัวอย่างเช่น
       
       (A) คุณค่ะ ฉันชอบที่คุณขยันทำงานหาเลี้ยงครอบครัว
       
       (B) แต่ระยะหลังมานี้ คุณกลับบ้านดึกบ่อยขึ้น
       
       (C) ทำให้คุณดูเพลีย ๆ และดูไม่สดชื่นเลย
       
       (D) ฉันรู้สึกเป็นห่วงค่ะ
       
       (E) มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้ ขอให้บอกนะคะ คุณจะได้

กลับบ้านเร็วขึ้น และพักผ่อนเต็มที่
       
       *** ช่วงหมดโปรแต่ไม่หมดรัก 
       
       ปิดท้ายกันที่คู่รักรุ่นใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันจนเข้า

สู่วัยที่มีประสบการณ์มากขึ้น แต่กระนั้นก็ยังไม่วายที่จะเกิดความขัด

แย้งขึ้นได้ เพราะต่างฝ่ายต่างมีอายุมากขึ้นก็เริ่มเข้าสู่โหมดอารมณ์

ของคนอ่อนไหว และน้อยใจง่าย ดังนั้นจึงต้องให้กำลังใจ พร้อมกับ

ชื่นชม โอบกอด และมีการบอกความรู้สึกดีๆ ต่อกันอยู่เสมอ     
       คงต้องยอมรับว่า ความขัดแย้งในชีวิตคู่สามารถเกิดขึ้น

ได้ตลอดเวลา หากทั้งสองฝ่ายใช้ "ความรัก" หรือความรู้สึกดี ๆ

ที่มีต่อกันเป็นตัวนำอารมณ์ในการแก้ปัญหา เชื่อว่าความขัดแย้ง

จะคลี่คลายลงไปได้มาก

 ข้อมูลจากASTVผู้จัดการออนไลน์

6 มิถุนายน 2554  

โดย ชัยชาววัง

 

กลับไปที่ www.oknation.net