วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โรงเตี๊ยมของเซียนเล่า : ทรงกลด บางยี่ขัน


        เผลอแป๊บๆ ก็วันศุกร์(10 มิ.ย)อีกแล้ว มีนัดที่โรงเตี๊ยมเซียนเล่าแต่เช้า ทั้งๆที่เมื่อคืนก็เพ่งไปร่ำสุรากับสหายรุ่นพี่จนจวนจะสว่าง(55) แต่ต้องรีบตื่นสลึมสลือแวะมาเข้าโรงเตี๊ยม…พอมาถึงทุกๆคนพร้อมหน้านั่งอยู่ในโรงเตี๊ยม โดยเฉพาะ “ทรงกลด บางยี่ขัน” เซียนเล่าของสัปดาห์นี้


         ผู้ที่จะมาเล่าเรื่อง “INTERVIEW”  : การคิดคำถาม การถามผ่านความคิด และการเขียนคำตอบ!!

            “การคิดคำถามที่ดี คือ การถามที่ผ่านการคิด“  Tweet แรกถูก Send ไปไวกว่าสมองแฮงค์ๆ55



        แล้วเซียนทรงกลดก็เล่าต่อว่า หลักการสัมภาษณ์ของเขาจะมีอยู่ 3 ส่วน คือ 1.การเตรียมตัว 2.การถาม และ 3 การเขียน 
        หากเราได้ ”ฟุตเทจ”ดี ก็จะได้คำถามที่”คมคาย”  หาก ”ฟุตเทจ” ธรรมดา เขียนอย่างไรก็ไม่ดี


         (แล้วไอ้ฟุตเทจนี่มันคืออะไรหว่า แวะเข้าไปถามพี่ Google พี่ท่านแยกคำ(footage) มาว่า  “เท้า”-“อายุ” (555++) แต่ยังไม่ได้คำตอบที่พึงพอใจ แต่พอได้คำตอบกลวงๆว่า เป็นการถ่ายวีดีโอมาแล้วยังไม่ได้ตัดต่อ แค่นี้แหละ เดี๋ยวจะเลยเถิดกันไปใหญ่ รึว่าต้องเป็นสาวก “A day” ก่อน คริคริ)

 
        การสัมภาษณ์ เป็นงานเขียน ที่เล่าถึงชีวิตและความคิดอ่านของคน เป็นเหมือนงานวรรณกรรม ต้องนึกถึงความสละสลวยของภาษา


        อืมๆ โดน ๆ Tweet ที่ 2 ถูกปล่อยไป “เขียนบทสัมภาษณ์ให้เหมือน"วรรณกรรม" นึกถึงความสละสลวยของภาษา : "งานเขียน" ที่เล่าถึง"ชีวิต" และ"ความคิด" ของ"คน “
       ต่อด้วย Tweet ที่3  “หัวใจสัมภาษณ์ มี2 อย่าง 1.ความอยากรู้ จะได้คำตอบที่ดี 2.การตั้งใจฟัง เพื่อคิดตาม”

 
        แล้ว “ทรงกลด”ก็เล่าประสบการณ์การถูกถามจากเด็กที่จบใหม่ๆ พวกเขาจะถามในสิ่งที่เขาลิสต์มา โดยไม่สงสัยหรือยังไม่ทันจะตอบเสร็จ ก็เริ่มด้วยคำถามที่สองที่เตรียมมาแล้ว คือไม่ซักถามเพิ่มเติม คิดว่า ถ้าเราตอบสั้นๆ ไปก็คงมีค่าเท่ากับการตอบยาวๆที่พวกเขาอาจไม่ได้ใส่ใจในคำถามนั้น 
        “ทรงกลด” จึงแนะถึงคำถามที่น่าคุยด้วยว่า ต้องเป็นคำถามที่ถามด้วยความอยากรู้ และต้องมีประเด็นด้วย…
         แล้วก็มาว่าต่อด้วย “การเตรียมตัวสัมภาษณ์” ต้องยึดหลัก “ค้น” หาข้อมูล และ “คิด”  ตั้งคำถาม ซึ่งการหาข้อมูล การสัมภาษณ์ใครสักคน จะหาข้อมูลจากไหน เว็บไซด์ และถามตัวเองว่า สัมภาษณ์เขาเพื่ออะไร

 
         ….  Tweet ที่ 4
"งานเขียนที่ห่วย เป็นงานเขียนที่ไม่มี"ประเด็น" แม้จะใช้ภาษาสวยงามก็ตาม"
           ต่อด้วย Tweet ที่ 5
“การมีอยู่ของ"โซเซียลมีเดีย"..ทำให้เกิด"ผู้นำความคิด"จำนวนมาก”
          
เหน็บด้วย Tweet ที่ 6 “การตั้งคำถาม..เด็กใหม่ๆ ชอบถามยาวๆ แต่"ตอบยาก" ๏คนแก่ๆ ถามสั้นๆ แต่"ตอบง่าย

     (คำเตือน : การ TWEET ทำให้ความสามารถในการจดเลคเซอร์น้อยลง (55))

        เสริมเทคนิคการถามด้วย Tweet  ที่ 7 “การคุยกับคนที่สัมฯ ทำให้เหมือนการโทรไปจีบคนที่ชอบ...สรุป คนที่ตอแหลน่าจะคุยได้ดี(55) มันคือการมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
       Tweet  ที่ 8
“การสัมฯเหมือนการตกปลาในมหาสมุทร ไม่ใช่ออกทะเลแล้วหาปลาอะไรมาก็ได้ ต้องมีเป้าหมายจะไปหาปลาชนิดอะไร “
       Tweet ที่ 9
"ทรงกด"วิพากษ์เด็กจบใหม่ มัก"อีโก้"เยอะ อยากถามว่าพวกคุณเอาอะไรมามั่นใจ(อิอิ) คุยในหัวข้อ ฝีมือ+ความมั่นใจ เพราะบางคนฝีมือดี แต่ไม่มั่นใจ
       Tweet ที่ 10
“เทคนิคสัมฯ"ละลายน้ำแข็งให้ได้" Ex สัมฯของ"วรพจน์ พันธุ์พงศ์"ครึ่ง-1ชม.แรก เขาแทบไม่ได้เอาไปเขียน”
      Tweet  ที่ 11 “ในการคุยกับคน ควรเริ่มต้นด้วยคำถามที่ดี..ถามซื่อๆให้คนตอบรู้สึกสบายใจก่อน “

         "ทรงกลด" บอกต่อว่า หลักการถามที่ดี ต้องรู้ว่าผู้พูดกำลังอินอยู่กับเรื่องอะไรบางอย่าง จะได้คำตอบที่ดีมาก และการคำถามที่ดี ควรทำให้เราอยากรู้คำตอบ


        “ทรงกลด” ก็เล่าประสบการณ์การสัมภาษณ์ของขา และยกตัวอย่างนักสัมภาษณ์ในรูปแบบต่างๆ ก่อนเข้าประเด็นการจบคำถาม “เราจะรู้ได้อย่างไรว่า สัมภาษณ์พอแล้ว ก็กลับไปดูจุดประสงค์แรกของเรา ประเด็นครบแล้วหรือไม่”
         หากได้ไม่ครบถ้วน ตามที่ต้องการ หรือ ประเด็นไม่โดนจริงๆ ก็กลับไปสัมภาษณ์ใหม่ หรือ  เปลี่ยนคนสัมภาษณ์ กรณีนี้ 
“เราเลือกสัมภาษณ์คนผิด”

          แล้วก็ถึงเวลาทำแบบทดสอบ Tweet ที่ 12 “ครูทรงกลด..กำลังให้ทำแบบฝึกหัดอยู่..หากมีโอกาสสัมฯ พี่เบิร์ด-ธงไชย จะถามอะไร?? ๏ ".." งึมๆ (อิอิ)
         และปิดท้ายด้วย Tweet Lucky Number(13) "คำถามที่ไม่ควรถาม "ศัตรู คู่อริ" โดยเฉพาะคนในแวดวงศิลปะ!! และไม่ควรมีอคติกับคนสัมภาษณ์ และต้องรับผิดชอบ ภูมิใจทุกคำถาม "


         จบครึ่งแรกของเซียนเล่า “ทรงกลด บางยี่ขัน” บอกว่า โปรดติดตามตอนต่อไป.."เขียน"ในสิ่งที่รู้สึก
          ทิ้งท้ายอย่างน่าติดตามมาก …ศุกร์นี้(17 มิ.ย.)เลือนนัดสัมภาษณ์แหล่งข่าว อยากมาติดตามตอนจบ (อิอิ) พอถึงวันจริงๆ รีบร้อนรนเช่นเคย(ตื่นสาย55) พอจวนจะถึง ”โรงเตี๊ยม"


         “หากคืนนี้มีเราเพียงสองคน อยากจะขออยู่จนแสงดาวจางไป…” (เสียงโทรเข้า) ..

           "ว่า" (รับสาย)
           ”อีนังมันนี่มัน พอเปิดประตูมันก็วิ่งลอดรั้วออกไปไหนไม่รู้" ปลายสายบอก
           “มันเข้าไปข้างบ้านแหละ เจ้…ปีนไปเอามาเลย วันนี้กลับดึก”

 
                           - ผ่านไป…10 นาที -

          “งัยมั้ง” โทรไปถามความคืบหน้า...ใจก็คิดว่าคงจะเรียบร้อยดี
          “มันกวนTEEN ไม่ยอมให้จับ พอปีนเข้าไปบ้านโน้น มันก็หนีขึ้นหลังคาไปแล้ว เออจะไปทำงานแล้ว บ่ายๆ จะแวะมาดูให้" ปลายสาย บอก
           “เฮ้ยย…. เออๆ เดี๋ยวกลับไปดูเอง" ว่าแล้วก็ต้องซิ่งกลับมาบ้าน จัดแจงปีนหลังคาไปลากพ่อตัวดีกลับมาเป็นอันเสร็จเรื่อง  

           เมื่อเหลียวดูเวลาจวนเจียนจะ 11 โมงแล้ว เหลือเวลาราวๆ 1ชั่วโมง “เซียนทรงกลด” ก็เล่าจบพอดี เมื่อมานั่งคิดทบต้นทบดอกแล้วต้องตัดใจ!!

          …ชีวิตคนเราก็อย่างนี้แหละ มีเรื่องฉุกละหุกเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา…เสียดายก็เสียดาย แต่กลัว(แมว)เสียชีวิตมากกว่า บางทีก็กลัวว่ามันจะไปลั๊นลาอยู่กับคนอื่นเสียก่อน ก็เลยต้องตัดใจ ไม่เป็นไร “ศุกร์หน้ายังมี” 

    ว่าแต่ว่า ใครเข้าไปฟัง”เซียนทรงกลด” แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างก็ดีเนอะ ^^ 

               

โดย keya

 

กลับไปที่ www.oknation.net