วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รายงานพิเศษ : โครงการห้วยโสมง ปราจีนบุรี


โครงการห้วยโสมง


ทันทีที่มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๒ มีมติเห็นชอบในหลักการของการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำบางปะกงตอนบนและสาขา  ซึ่งรวมถึงโครงการห้วยโสมง ที่เป็นส่วนหนึ่งในลุ่มน้ำบางปะกงด้วย ที่ได้รับการพิจารณาว่ามีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนได้  หลัง จากที่มีข่าวการเห็นชอบในหลักการดังกล่าวของคณะรัฐมนตรี เริ่มมีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการ นักอนุรักษ์ ประชาชน รวมถึงองค์กรต่างๆ ในประเด็นเหตุผลที่หยิบยกมานำมาคัดค้านคือ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ต่อพื้นที่มรดกโลก และอาจถูกถอดออกจาก บัญชีมรดกโลก ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการนี้คือ กรมชลประทาน  ได้ว่าจ้าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาเพื่อทำการศึกษาถึงผลกระทบ อาจเกิดขึ้นทั้งระยะสั้นและระยะยาว หลังจากทำการศึกษา กรมชลประทาน  ได้ส่งผลการศึกษาไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) รวมทั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเพื่อพิจารณาให้ ความเห็นชอบ
จากผลการศึกษาระบุว่า
การก่อสร้างโครงการเขื่อนห้วยโสมง จะทำให้สูญเสียพื้นที่ป่า ในเขตอุทยานทับลาน และปางสีดา ที่จะถูกน้ำท่วม รวม ๒,๗๒๗ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๐.๐๗ ของพื้นที่ป่ามรดกโลกทั้งหมด สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้วิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่ทำให้สูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ เนื่องจากไม่ได้สร้างในตอนกลางของพื้นที่ป่า แต่เป็นพื้นที่ชายขอบ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ ที่มีการเปลี่ยนแปลง ไปทำการเกษตรแล้ว แต่กระแสคัดค้านยังคงมีอยู่ ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงโครงการนี้ได้มีการพิจารณาจากหน่วยงานด้านสิ่งแวด ล้อมอย่างรอบคอบแล้วก็ตาม
๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบให้ดำเนินการโครงการได้
๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกได้มีมติอนุญาตให้กรมชลประทานเข้าไปดำเนินโครงการได้เช่นกัน 

หากสรุปเปรียบเทียบ การสร้างอ่างเก็บน้ำหัวยโสมง แยกได้เป็น ๒ ส่วนมีดังนี้
๑ ส่วนที่เป็นการลงทุน การดำเนินการตามโครงการต้องใช้พื้นที่ทั้งหมด ๑๖,๙๔๘ ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ ป่าเพื่อการอนุรักษ์ ๔,๕๙๖ ไร่ เขตป่าเศรษฐกิจ ๙,๖๒๔  ไร่  ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตน และรุกล้ำพื้นที่ ที่เป็นอุทยานแห่งชาติ แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ทับลานประมาณ ๑,๖๕๕ ไร่ และอุทยานแห่งชาติปางสีดาอีก ๑,๐๗๓ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมด ๒,๗๒๘ ไร่ พื้นที่ทับซ้อนเหล่านี้ เป็นพื้นที่ชายขอบของอุทยานและถูกปรับสภาพเป็นพื้นที่ทางการเกษตรแล้ว
๒ ผลกระทบต่อประชาชน และค่าชดเชย ที่รัฐต้องจ่ายทดแทน พื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโสมง  โดยบางส่วนครอบคลุมพื้นที่ ๓ หมู่บ้านในตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี ได้แก่ หมู่ที่ ๓ บ้านวังอ้ายป่อง หมู่ที่ ๘ บ้านแก่งยาว และหมู่ที่ ๑๒ บ้านแก่งใหญ่  โดยมีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่คาดว่าจะถูกน้ำท่วมของผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน ๖๐๔ ครัวเรือน  รัฐจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับราษฎรเป็นค่าสิ่งปลูกสร้างและไม้ยืนต้นประมาณ ๑,๐๙๓ ล้านบาท และค่าจัดสรรที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ ๔ แปลงรวม ๒๘ ล้านบาทเศษ รวมใช้งบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างทั้งสิ้น ๘,๓๐๐ ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง ๙ ปี โดยจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นในปี ๒๕๖๑
จะเห็นได้ว่าเป็นโครงการ ที่ต้องใช้ต้นทุนที่ค่อนข้างสูง แต่หากเปรียบเทียบกับสิ่งที่จะได้รับ สามารถจำแนกได้ดังนี้
ทันที ที่โครงการสร้างเสร็จเรียบร้อย จังหวัดปราจีนบุรีจะมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีความจุในระดับเก็บกัก ๒๙๕ ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเขื่อนดินสูง ๕๓ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๙ เมตร ยาว ๓,๙๖๗ เมตร  เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี และลุ่มน้ำบางปะกงตอนบน ที่เกิดขึ้นทุกปีและส่งน้ำเพื่อการเกษตรในเขตชลประทานได้ตลอดทั้งปีครอบคลุมพื้นที่กว่า ๑๑๑,๓๐๐ ไร่ ในเขตอำเภอนาดี และอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่าง มีน้ำต้นทุนในการรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็ม น้ำเน่าเสียในแม่น้ำปราจีนบุรี และแม่น้ำบางปะกง เป็นแหล่งขยายและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด   เป็นแนวป้องกันการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่มรดกโลก เป็นแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่าและให้ความชุ่มชื่นแก่พันธุ์ไม้ต่าง ๆ เป็นแหล่งน้ำสำรองในการดับไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่อุทยานแห่ง ชาติ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนา อุตสาหกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกและพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบอีกด้วยและผลพลอยได้ตามมาอีกประการหนึ่งที่จะเป็นผลประโยชน์ที่ยั่งยืนของชาว จังหวัดปราจีนบุรีคือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ที่สามารถให้ชุมชุมใช้เป็นแหล่งเก็บเกี่ยวรายได้จากการท่องเที่ยวเชิง นิเวศน์ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย หากพิจารณาให้รอบด้านแล้ว คงจะพอมีคำตอบในใจแล้วว่าโครงการ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
ภาพจาก http://www.raorakpar.org/

โดย บัวสอน

 

กลับไปที่ www.oknation.net