วันที่ อังคาร มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัยทองคะนองอารมณ์!


     อาการใกล้หมดระดู หรือที่เรียกกันว่า หมดประจำเดือน อารมณ์ขึ้นๆ

ลงๆ เป็นสาวใหญ่วัยทอง นอกจากสร้างความน่าเบื่อหน่ายระอาใจแก่คน

รอบข้าง ตัวเองก็หงุดหงิดแล้ว ที่สำคัญยังกระทบกระเทือนต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพในการทำงานด้วย ทว่าวัยทองไม่ใช่โรคเราสามารถเตรียม

ตัวรับมือได้ ถ้าเรารู้เท่าทัน

       ศูนย์สุขภาพ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ จัดสัมมนา ผู้หญิงรุ่นใหม่เครียดจัด

เร่งสู่วัยทองเร็วกว่ารุ่นแม่โดยเชิญ ผศ.นพ.อภิชัย วสุรัตน์ จาก

Nawabutra Women & Children Medical Center มา เป็น

วิทยากรให้ความรู้เรื่องวัยทองอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะแนะวิธีการสังเกต

อาการที่บ่งบอกว่า คุณน่ะ..ใกล้หมดประจำเดือนแล้ว ตลอดจนแนวทาง

การดูแล พร้อมหนทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อรับมือและอยู่เป็นสุข

กับวัยทอง      
       “วัยหมดประจำเดือน ภาษาอังกฤษว่า Menopause คือ หลังหมด

ระดูไปแล้ว ซึ่งถัวเฉลี่ยคนไทยหมดระดูที่อายุ 47-50 ปี ขณะที่คนตะวันตก

จะหมดที่ 50-52 ปี ดังนั้นโดยเฉลี่ยคนไทยอาจเริ่มมีอาการก่อนหมดระดู

ตอน 48 ปีโดยที่เมนส์ยังมา แต่ไม่ปกติ       
       ‘เมนส์ยังมา แต่ไม่ปกติเป็นอาการหนึ่งของวัยทอง ซึ่งคุณหมอบอกว่า

สาเหตุหลักๆ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศ

หญิงลดน้อยลง หมอจึงแนะให้สังเกตตามนี้     
       “ข้อแรก-ความผิดปกติ ของประจำเดือน พบตั้งแต่รังไข่ทำงานไม่ดี

รอบเดือนไม่ตรง บางคนบอก-เมนส์หนูมาไม่ตรง จาก 28 วัน มันถอยขึ้น

มา 2 วัน เช่น เดือนนี้มาวันที่ 30 เดือนหน้ามาวันที่ 28 อย่างนี้ถือว่าโอเค

คำว่าไม่ตรงของแพทย์คือ ไม่มีวงรอบที่แน่นอนเลย เช่น 2 เดือนมาแล้ว

ต่อไป 3 เดือน รวมทั้งกรณีที่ช่วงแรกวงรอบสั้นลง จากเคย 28 วันมากลาย

เป็น 20 วันมา พอสั้นไปช่วงหนึ่ง หลังจากนั้นมันกลับยาวออกจากรอบเดือน

 20 วัน กลายเป็น 2-3 เดือนมาทีหนึ่ง และหายไปเลย ลักษณะนี้ไปหาหมอ

หมอบอกโอเค อย่างนี้เป็นปกติของการหมดเมนส์ ส่วนใหญ่เป็นอาการนี้ 90%”       
       สาวใดที่มีเมนส์มาผิดปกติดังกล่าวเป็นระยะเวลาต่อเนื่องสัก 1 ปี หรือ

 12 รอบเดือน คุณเตรียมตัวเตรียมใจได้เลย

       ข้อสอง-อาการระบบประสาทอัตโนมัติร้อนวูบวาบ ที่เรียกว่า Hot Flush

หรือ Hot Flash อาการอาจแค่ไม่กี่ 10 วินาทีถึงหลายนาที บางคนครึ่งชั่วโมง

แต่ส่วนใหญ่มาสักพักก็หาย หลังหายต้องมีเหงื่อออกและมักเป็นกลางคืน เพราะ

อาการนี้รบกวนต่อระบบการนอนหลับ ทำให้นอนไม่หลับจะมีอาการใจสั่น เวียน

ศีรษะ และอาจหน้ามืด”      
       โดยทั่วไปอาการนี้จะ หายเองภายใน 1-2 ปี แต่ถ้าคนที่เป็นมากก็จะมีผล

ต่ออารมณ์ จิตใจ เหนื่อยอ่อนเพลียรู้สึกเหมือนคนไม่มีแรง หงุดหงิด อารมณ์

เสียง่าย นอนไม่หลับ ซึมเศร้า ขาดสมาธิ หลงลืม ขาดความมั่นใจในตนเอง

ความรู้สึกทางเพศลดลง หมออภิชัยแนะว่า จำเป็นต้องไปรักษาแล้วล่ะ      
       “ข้อสาม-ระบบปัสสาวะ และอวัยวะสืบพันธุ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วน

สำคัญทำให้เกิดความชุ่มชื่นและความแข็งแรงของเยื่อบุ ต่างๆ พอหมด

ประจำเดือน ฮอร์โมนฯหมด ความแข็งแรงยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อน้อยลง

ทำให้มดลูกยืดหยุ่นน้อยลง ช่องคลอดแห้ง ปัญหาตามมาคือ ผิวหนัง

ช่องคลอดถลอกได้ง่าย ทำให้เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้ไม่อยาก

มีเพศสัมพันธ์       
       รวมทั้งมีผลทำให้ อั้นปัสสาวะได้ไม่ดี และถ้าหมดประจำเดือน

ไปแล้ว จะมีอาการปัสสาวะเล็ดราดเวลาไอจาม แม้แต่เวลาหัวเราะ

เป็นกันเยอะมาก ถือว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง เรียกว่า โรคชำรั่ว’       
       ข้อสี่-ความแข็งแรง ของกระดูก พอเอสโตรเจนหมดไป ปริมาณ

แคลเซียมน้อยลง โครงสร้างกระดูกจะเป็นรูๆ พรุนๆ เยอะขึ้น กระดูก

บางลง ส่งผลต่อส่วนสูง หลังค่อมงอแบบคุณยาย ปวดหลังเรื้อรัง

ช่องปอดแคบลง ทำให้หายใจลำบาก มีความเสี่ยงสูงว่ากระดูกจะหัก

เมื่อได้รับการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ถ้ากระดูกต้นขาหัก มักพบว่าหลัง

จากนั้นไม่กี่ปีก็เสียชีวิต”     
       ข้อห้า-อาการอื่นๆ อย่างผิวหนังแห้ง ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น

บางคนปากถลอกเป็นประจำ ความทรงจำเสื่อม ความรู้สึกทางเพศลดลง

       อาการเหล่านี้ไม่ เพียงส่งผลลบต่อคุณภาพชีวิต สมรรถภาพในการ

ทำงาน ยังสร้างปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว ..เอาแต่หงุดหงิด

เหวี่ยงวีน อาละวาดลูกผัวกระจุย แถมไร้อารมณ์..ไม่อยากมีเซ็กซ์กับสามี

อีกแน่ะ หมอเล่าว่า มีคนไข้จำนวนไม่น้อยมารักษา เพราะทนเห็นตัวเอง

อยู่ในภาวะเยี่ยงนี้ไม่ได้       
       “มีแนวทางรักษา 2 อย่าง คือ ใช้ยา กับไม่ใช้ยา วิธีใช้ยาก็คือให้

ฮอร์โมนทดแทน แต่ต้องเป็นกรณีที่มีอาการวูบวาบมากจนกระทั่งรบกวน

ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถทำงานหรือดำเนินชีวิตตามปกติ บางคนมีปัญหา

เฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์ ก็อาจให้ฮอร์โมนครีมไปทา”     
       ทว่าหมออภิชัยเตือน ว่า ผู้ที่เป็นโรคตับระยะเฉียบพลัน ผู้เป็นโรค

หลอดเลือดดำอุดตันจากก้อนเลือด และผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งเยื่อ

บุโพรงมดลูก ห้ามใช้ฮอร์โมนทดแทนเด็ดขาด       
       “มีการศึกษาออกมาว่า การกินฮอร์โมนอาจมีส่วนให้เกิดมะเร็งเต้านม

หมอก็บอกคนไข้ตรงๆ แล้วแต่คนไข้ตัดสินใจเองว่า จะกินหรือไม่กิน

บางคนต้องกิน เพราะมิฉะนั้นทำงานไม่ได้ แต่หลายคนบอกยินดีที่จะ

ไม่กินดีกว่า     
       จริงๆ แล้ว อาการวูบวาบเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ 6 เดือน

หรือ 1 ปี แล้วก็ดีขึ้น ทั้งๆ ที่ฮอร์โมนต่ำอยู่ ดังนั้นฮอร์โมนต่ำจึงไม่ใช่

สาเหตุของอาการวูบวาบ      
       มันเกิดขึ้นแค่ช่วงเปลี่ยนแปลง มีสารสั่งสมองบางอย่างให้เกิด

อาการวูบวาบ ถ้าใครต้องการกินฮอร์โมนทดแทนให้ได้ ก็กินแค่ใน

ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นและหยุดซะ ไม่จำเป็นต้องกินตลอด       
       
เพราะการดูแลรักษาอย่างแท้จริงไม่จำเป็นต้องใช้ยาเสมอ

ไป หมออภิชัยเน้นว่าอยู่ที่ 'ใจ'

หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้วูบ วาบ ลดอุณหภูมิรอบตัว จัดการความเครียด

ที่มีอยู่รอบตัว ฝึกใจ ทำใจให้นิ่งๆ หายใจเข้าออกลึกๆ ทำสมาธิ รวม

ทั้งปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม เริ่มตั้งแต่กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ มี

แคลเซียมสูง เลี่ยงอาหารเผ็ด ออกกำลังกายอย่าง แอโรบิค วิ่ง

เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ไม่ใช่สร้าง Six Pack ออกกำลังกาย

ที่ได้ฝึกสมาธิด้วยยิ่งดีอย่าง โยคะ จี้กง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่

ไม่ดี เช่น สูบบุหรี่ กินเหล้า กินกาแฟเยอะ”      
       หมออภิชัยเน้นแนะยาวไปถึงว่า ควรปรับสถานที่ในบ้านเตรียม

การรับวัยทองกระดูกบางไว้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้องน้ำ      
       “ห้องน้ำสำคัญมาก เดี๋ยวนี้มียางปูกันลื่น เก้าอี้อาบน้ำ มีราวจับ

ตรงที่นั่ง เวลาขึ้นจะได้ขึ้นได้ง่าย เฟอร์นิเจอร์ก็ควรปรับระดับความสูง

ให้เหมาะสม วางของให้หยิบฉวยง่าย ไม่วางของเกะกะ พื้นไม่ควรมี

step มีแสงสว่างที่เพียงพอ เพราะสิ่งสำคัญคือ ต้องป้องกันการบาดเจ็บ

ต่อให้คุณกระดูกบาง แต่คุณไม่บาดเจ็บ คุณก็ไม่เป็นไร อย่าลืมนะ

วัยทองไม่ใช่โรค แต่มันมีผลต่อสุขภาพ”       
       คนทุก วันนี้มีอายุขัยเฉลี่ยมากขึ้น จากสมัยก่อนคนเสียชีวิต

โดยเฉลี่ยที่อายุ 50 ปี แต่ในปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายไทย

70 ปี ขณะที่ผู้หญิงไทย 75 ปี นั่นหมายความว่า หญิงไทยเราอยู่

ในช่วงวัยทองนานขึ้น โดยเฉลี่ยตั้ง 27 ปีเชียว

       แน่ะ ดังนั้นช่วงสุดท้ายของชีวิต เราควรปรับตัวปรับใจรับมือ

อยู่ร่วมกับวัยทองอย่างมีความสุข และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมิใช่รึ *_*

 ข้อมูลจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

5 พฤษภาคม 2554  

โดย ชัยชาววัง

 

กลับไปที่ www.oknation.net