วันที่ อังคาร มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

13 ปีที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะเลือกตั้ง


.

 

13 ปีที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะเลือกตั้ง แต่.. ก็ได้เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้ชนะเลือกตั้งถึง 2 รัฐบาล คือรัฐบาลชวน 2 และรัฐบาลอภิสิทธิ์ 

1) ประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะ คะแนนมาที่ 1 และได้จัดตั้งรัฐบาลชวน 1 ในปี 2535 นายชวน หลีกภัย ได้เป็นนายกคนที่ 20 ของประเทศไทย ระหว่าง 23 กันยายน 2535 - 12 กรกฎาคม 2538

รัฐบาลชวน 1 เป็นผู้นำระบบ Maintenance margin และ Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้นในเดือนตุลาคม 2536 ทำให้กองทุนโลกลากตลาดหุ้นไทยไปสูงสุดที่ต้นปี 2537 แล้วเทขายรุนแรง ทำให้เกิดการบังคับขายหุ้นของนักลงทุนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง 

หุ้นตกแรง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งประเทศ ได้แก่
1)   ทำให้ค่าเงินเสียหาย
2)   ทำให้ทุนสำรองลดลง
3)   ทำให้สภาพคล่องของระบบลดลง และเสียหาย
4)   ทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น (เพราะสภาพคล่องเสียหาย)
5)   ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น (เพราะค่าเงินเสียหาย อ่อนค่า)
6)   ทำให้ภาคการเงิน และภาคการผลิตจริงล้มลง และล้มละลาย
7)   ทำให้เกิดภาวะหนี้เสีย หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
8)   ทำให้คนตกงานมาก
9)   ทำให้ต้องเข้าไอเอ็มเอฟ
10) ทำให้ระบบยากจนลง

ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในรัฐบาลต่อๆมา กระทั้งมีการลอยค่าเงินบาท และเข้าโครงการ ไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2 ในรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสูงมาก สภาพคล่องเสียหายหนัก ภาคการผลิตจริงและภาคการเงินเสียหายทั้งระบบ คนตกงานมาก ประมาณว่าทุกวันนี้ 1 ใน 3 สินทรัพย์ของประเทศ ตกไปเป็นของต่างชาติ   

มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ของรัฐบาลชวน 1 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2538

2) การเลือกตั้งสมัยต่อมา ในปี 2538 พรรคชาติพัฒนาได้ส.ส.มากที่สุด ได้นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 – 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539

มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาของนายบรรหาร ศิลปอาชา เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2539

3) การเลือกตั้งครั้งต่อมา พรรคความหวังใหม่มีสมาชิกสภาผู้แทนได้เลือกตั้งมากที่สุด ได้จัดตั้งรัฐบาล ได้พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธหัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540

ความเบี่ยงเบนที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชวน 1 มาถึงทางตันในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ สภาพคล่องเสียหายอย่างหนัก แม้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูจะเข้าไปช่วยเหลือสภาพคล่อง ก็เอาไม่อยู่ ต้องลอยค่าเงินบาท และเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เข้าควบคุมธนาคารบีบีซี และประกาศยุติการดำเนินกิจการของ 16+40 ไฟแนนซ์

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธต้องรับผิดชอบ ลาออก ที่นำพาประเทศเข้าโครงการไอเอ็มเอฟ (blogger :โดยที่ไม่ใช่ความผิดของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ)     


4) รัฐบาลชวน 2 มาโดยมี ส.ส. งูเห่าจากพรรคประชากรไทยเข้าร่วม ทำให้สามารถตั้งรัฐบาลชวน 2 ได้ และประกาศว่าจะอยู่ไม่ครบเทอม และลาออกก่อนรัฐบาลครบวาระ 2 สัปดาห์ เป็นรัฐบาลรักษาการ จัดการเลือกตั้งทั่วไป (เป็นรบ.โดยไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง)

5) พรรคไทยรักไทยได้เสียงข้างมาก ได้จัดตั้งรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 4 ปี  เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ดำรงตำแหน่งจนครบวาระ เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

6) การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี พ.ศ. 2548 พรรคไทยรักไทยได้คะแนนเสียงสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

ถูกคมช.ทำรัฐประหาร รัฐบาลทักษิณตกจากอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

รวมช่วงเวลาอยู่ในตำแหน่งระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549

7) เป็นที่มาของรัฐบาลคมช. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้รัฐธรรมนูญปี 2550 มาแทนรัฐธรรมนูญปี 2540 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์อยู่ในตำแหน่งระหว่าง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 – 29 มกราคม พ.ศ. 2551

8) การเลือกตั้งทั่วไปในเวลาต่อมา พลังประชาชนที่มีนายสมัคร สุนทรเวชเป็นหัวหน้าพรรค ได้คะแนนสูงสุด แต่ไม่พอที่จะตั้งรัฐบาลได้ ได้ร่วมกับพรรคอื่นๆอีก 5 พรรค จัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายสมัคร สุนทรเวชเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรีของสมัคร เนื่องจากรับเป็นพิธีกรกิตติมศักดิ์ ของรายการ “ชิมไปบ่นไป” และ “ยกโขยง 6 โมงเช้า” จึงทำให้สมัครสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรีลง และให้รักษาการนายกรัฐมนตรี จนกว่าจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551 – 9 กันยายน พ.ศ. 2551

9) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 17 กันยายน 2551 ได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 26

ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์สิ้นสุดลง อันเนื่องจากพรรคพลังประชาชนถูกยุบ จากกรณีทุจริตการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช (ประชาพรรคชาติไทย จากพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย โดยมีมติให้ยุบพรรคในเวลาต่อมา) 

10) การมาของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย (พรรคที่สืบทอดต่อจากพรรคพลังประชาชน) จากพรรคชาติไทยพัฒนานำโดยสนั่น ขจรประศาสน์ (พรรคที่สืบทอดต่อจากพรรคชาติไทย) และพรรคมัชฌิมาธิปไตย และกลุ่ม "เพื่อนเนวิน" อดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชน ทำให้ให้พรรคประชาธิปัตย์มีเสียงข้างมากในสภา สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ ชนะการโหวตการเป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 โดยมีประชา พรหมนอกเป็นคู่แข่ง (เป็นรบ.โดยไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง)

.

หากนับตั้งแต่มีการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 2538 ถึงการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในปี 2551 ช่วงเวลา 13 ปี  7 การเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ไม่เคยได้รับชัยชนะมีคะแนนส.ส.มาเป็นที่ 1

.

เชื่อว่าการลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ประชาธิปัคย์ก็ไม่น่าจะมีคะแนนมาเป็นที่ 1 อีก

อาจจะมีคะแนนพรรคใดพรรคหนึ่ง แข่งคู่กันมากับคะแนนโหวตโนได้

ประเทศไทยเสียหาย และเสื่อมมากกว่าที่คิด พรรคการเมืองใดมาก็ไม่ต่างกัน จะมาโดยการเลือกตั้ง หรือมาโดยการปฏิวัติ ก็ไม่ต่างกัน

ตอนนี้ผู้เขียนไม่อยากตำหนินักการเมืองแล้ว ขอให้พิจารณาที่ระบอบดีกว่า

เพราะระบอบการเมืองไม่เหมาะสม ทำให้ได้นักการเมืองไม่เหมาะสม ทำให้นักการเมืองที่เข้ามาบริหารจัดการประเทศแล้ว ทำได้อะไรได้ไม่เหมาะสม

ถ้าได้ระบอบการเมืองที่เหมาะสม ก็จะทำให้ได้นักการเมืองที่เหมาะสม ทำให้นักการเมืองบริหารจัดการประเทศแล้ว สามารถบริหารจัดการสิ่งใดๆได้เหมาะสม

ระบอบประชาธิปไตยวิถีทุน เป็นระบบอบประชาธิปไตยวิถีบาป ที่ก่อความเดือดร้อน ทุกข์เข็ญ ลำเค็ญ ให้ประเทศชาติประชาชนทุกวันนี้

ระบอบประชาธิปไตยวิถีพุทธ เป็นระบบอบประชาธิปไตยวิถีบุญ จะเปลี่ยนแปลง นำความเจริญ สงบ ร่มเย็น มาสู่ประเทศชาติประชาชนได้

การเมืองทางเลือก ยุตินักการเมืองน้ำเน่า ยุติความแตกกันของคนในประเทศ http://t.co/IkrWL4m

.

.

http://twitter.com/indexthai
indexthai@yahoo.com
facebook: Suthipong Prachayapruit
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
ขอบคุณวิกิพีเดีย

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net