วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โลกของเรา : บ้านของเรา


deksiam

This is my world : โลกของผม

เมื่อหลายวันก่อนผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง

ตกใจเล็กน้อย

เรื่องแปลก - แปลก ที่เกิดขึ้นกับโลกของผม

( ในที่นี้อาจรวมถึงท่านหลายคน)

ประเทศแถบละตินอเมริกา ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศในเขตร้อนเหมือนๆกับประเทศไทย

(แม้จะอยู่คนละฟากทวีปกันก็ตาม)

กลับมีหิมะตก ในทำนองนี้ แม้อาจไม่ได้เกิดขึ้นในครั้งแรก

แต่ในรอบเกือบร้อยปี ก็บังเกิดขึ้น ณ เวลาที่มนุษย์เพิ่งตาสว่างว่าตัวเองมีส่วนในการทำให้โลกร้อนขึ้น

ตลกเล็กน้อยที่เพิ่งเห็นผู้คนในบ้านเราทำตาโตแล้วอุทานว่า "เราจะอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกนานเท่าไรกันนี่"

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ? ผมเคยดูรายการหนึ่งที่เชิญคุณลุง ดร.สมิธ ไปแนะนำเกี่ยวกับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงของโลกและการเกิดสึนามิที่ผ่านมา แล้วก็ตกใจเล็กน้อยเกี่ยวกับที่องค์การสหประชาชาติได้มีเรื่องเตือนถึงประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรของโลก โดยเฉพาะประเทศไทยได้ทำการเตือนมาแล้ว 3 ครั้ง ว่าให้ระวังเกี่ยวกับพื้นที่ที่ลุ่มชายฝั่งว่าจะมีน้ำท่วมและถูกอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงภายในยี่สิบปี (ถ้ากระผมจำไม่ผิด)

และเป็นเรื่องที่น่าตกใจอีกที่บ้านเรายังไม่มีมาตรารอะไรเลยทั้งที่สิงคโปร์ประเทศเล็กๆ ในเขต South East Asia ได้จัดทำโครงการเขื่อนขนาดยักษ์ป้องกันประเทศของเขาแล้ว  แต่บ้านเรายังนอนฝันละเมอถึงประชาธิปไตยบนความขัดแย้ง ระแวงและแว้งกัดกันไปมาดั่ง...(แล้วแต่คุณจะคิด)

และผมเองก็สงสัยเล็กน้อยว่า ปัจจุบันประเทศเรามีมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่เพียงพอต่อการผลิตบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ด้านการจัดการทรัพยากรและด้านสิ่งแวดล้อม ทำไมภาครัฐถึงไม่คิดที่จะจ้างพวกเขาเหล่านี้ให้เป็นทีมงานscurity พิทักษ์ความเป็นอยู่ของประเทศหรือจะต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเท่านั้นเป็นผู้ออกมติเพื่อให้ผู้นำเด่นดังและมีผลงานเท่านั้นหรือ ทั้งๆที่การเมืองบ้านเราก็กำลังแย่ ผมไม่เข้าใจที่ว่าทำไมต้องปล่อยบัณฑิตที่จบมาเดินสู่ตลาดงานของภาคเอกชน บางครั้งผมก็แอบคิดว่าจะมีสักกี่คนที่จบออกมาแล้วอยากทำงานเพื่อประเทศชาติจริงๆ โดยไม่วิ่งเข้าหาเอกชนเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าตน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรัฐไม่เห็นความสำคัญหรือเด็กไทยเราขาดจิตสำนึก

ขอวกกลับมาต่อที่เรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในตอนนี้นะครับ (นอกเรื่องซะไกลเลย)

อ่านข่าวเล็กน้อยที่ผมเพิ่งเสิร์ชไปมาไหมครับ

อาร์เจนตินาหิมะตกในรอบ 100 ปี

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม กรมอุตุนิยมวิทยาของอาร์เจนตินา เปิดเผยว่า เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบร้อยปี เมื่อหิมะตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงหลายพื้นที่ในกรุงบูเอโนสไอเรส เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บางแห่งมีหิมะตกหนักจนมองเห็นเป็นสีขาวโพลนที่ปกคลุมอยู่ทั่วไป ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บดังกล่าว

ทำให้ชาวกรุงบูเอโนสไอเรสต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน เพราะเป็นครั้งแรกที่มีหิมะตกในนครหลวงแห่งนี้นับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2461 เป็นต้นมา หลังจากนั้นมา 89 ปีต่อมาก็ไม่เคยมีหิมะตกอีกเลย อย่างมากที่สุดมีแค่ลูกเห็บตกเป็นครั้งคราว

กรมอุตุนิยมวิทยาของอาร์เจนตินา เปิดเผยต่อว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากมวลอากาศเย็นจากมหาสมุทรแอนตาร์กติกที่ขั้วโลกพัดเข้าปะทะกับความกดอากาศต่ำที่มีความชื้นสูงในแถบตะวันตกและภาคกลางของอาร์เจนตินา ส่งผลให้พื้นที่หลายแห่ง รวมทั้งกรุงบูเอโนสไอเรสมีหิมะและน้ำแข็งปกคลุม โดยเฉพาะที่จังหวัดริโอ เนโกร ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำสุดถึงติดลบ 22 องศาเซลเซียส ต่างไปจากหิมะที่ตกพร้อมกับฝน และหายไปอย่างรวดเร็วช่วงที่ผ่านมา

รายงานข่าวเผยว่า ประชาชนหลายพันคนพากันตื่นเต้นกับหิมะที่ตกลงมา หลายคนต่างพากันออกไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนเด็กๆ ก็เล่นหิมะกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่มีรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนหลายจุด เนื่องจากถนนลื่น นอกจากนี้ มีรายงานว่าผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศที่หนาวเหน็บแล้วถึง 2 คน

ทั้งนี้ กรุงบูเอโนสไอเรสเพิ่งเผชิญกับสภาพอากาศเย็นจัดที่อุณหภูมิลดต่ำลงมากกว่าจุดเยือกแข็ง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อันเป็นอุณหภูมิต่ำที่สุดในรอบเวลากว่า 40 ปี ส่งผลให้เกิดภาวะวิกฤติด้านพลังงานและมีผู้เสียชีวิตไป 23 คน ส่วนหิมะที่ตกเมื่อวันจันทร์มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 คน

ดูจากแผนที่นะครับ ประเทศแทบละตินอเมริกาจะมีสีเขียวทางด้านล่างของพวก USA (ตัวการก่อการร้ายสิ่งแวดล้อมโลก) ส่วนบ้านเราจะเป็นสีแถบม่วงด้านล่างของจีนแผ่นดินใหญ่ (นี่ก็คู่แข่งสำคัญของ USA เรื่องของการก่อการร้ายสิ่งแวดล้อมโลก) เห็นได้ว่าในแนวเส้นรุ้งของโลก (ความจำตอนม.3  ละรุ้งนอน ลองแวงตั้ง)ของประเทศแถบละตินอเมริกากับประเทศแถบบ้านเราไม่ได้ห่างไกลมากนัก ผมคิดว่าคงอีกไม่เกิน 10 ปีจากนี้ อาจได้เห็นหิมะตกในบ้านเราเป็นแน่ และคาดว่า อีกไม่เกิน 50 ปีจากนี้ คงได้มีแผนที่โลกใหม่มาอวดโฉมกัน

+++++

ที่ผมเขียนลงในวันนี้ผมแค่อยากเตือนสติตัวเองและอาจมีผลข้างเคียงบ้างกับผู้ที่แวะเข้ามาอ่านว่า ตอนนี้อะไรอะไรก็ไม่เหมือนเดิม ทั้งสภาวะสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติจะเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยากขึ้น สัตว์จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้แก่มนุษย์มากขึ้น และที่สำคัญความคิดและจิตสำนึกของมนุษย์จะเปลี่ยนไปและอาจทำให้พวกเดียวกันรู้สึกงงว่า "ทำไมเราคุยกันไม่รู้เรื่อง"                     ผมยังอยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไปอีกนาน...

เด็กสยาม : รายงาน

12/07/07

โดย นมสด

 

กลับไปที่ www.oknation.net