วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มาดูนอร์มินี สมัยรัชกาลที่ 5 แถมด้วยอังยี้เผาเมือง






พระพุทธเจ้าหลวง กับการแก้ปัญหา นอร์มินี การเผาเมืองในอดีต



ขออำนาจ พระบารมี พระพุทธเจ้าหลวง มาคุ้มกันภัยประเทศชาติยามนี้ด้วยเถิด






การเดินเรือสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เรือสำเภาแบบมีใบ














ท่านทราบหรือไม่ ว่า ละแวก ถนนเจริญกรุง เคยเป็นที่ตั้งโรงสีไฟ

ขนาดใหญ่ ของห้างวิเซอร์ บริเวณนี้ อั้งยี้ เผาเมืองมาแล้วสมัยรัช

กาลที่ 5 ผมนำเอนทรี นั้นมาแปะลิงค์ให้

rmalink : http://www.oknation.net/blog/nukpan/2010/05/20/entry-1








พระราชหัตถเลขา ที่พระพุทธเจ้าหลวง มีข้อความสื่ออะไรๆ
อ่านแล้ว ถ้าอ่านผ่านๆไปก็จะเห็นว่าไม่มีอะไรมาก  แต่ถ้าอ่านแบบเก็บ
ความสังเกตุ วิเคราะห์ จะทำให้เราทราบ ประวัติว่าคนขี้โกงขี้ฉ้อ มัน
มีมานานแล้ว การพัฒนาการขี้ฉ้อ ขี้โกงนั้นน่าศึกษาถึงวิวัฒนาการมา
จนถึงโลก โลกาภิวัฒน์ในวันนี้นะครับ คิดว่าเล่าสู่กันฟังสนุกๆก็แล้วกัน
... คืออ่านเจ่อแล้วอยากเล่านั้นเอง
    พระราชหัตเลขา เมื่อ 28 เมษายน ค.ศ. 1874 หรือ
เมื่อ 137 ปี ผ่านมาแล้ว กล่าวว่า พระยาโชฏึก ราชเศรษฐีพุก พระยาภัก
ดีพัทรากร เตงซัว มิสเตอร์ดาเนียลวินด์เซอ มิสเตอร์อาเลสสิสเรค
กำปนี ต่างลงหุ้นกัน จริงๆแล้ว เจ้าของโรงสีไฟขนาดใหญ่นั้น เป็นของ
ฝรั่งที่ชือ ดาเนียลวินเซอร์นั้นเอง คนอื่นๆ เป็นตัวแทนรับสมอ้างเอง
พวกนอร์มินี เล่นกลกัน....
    ได้มาทำหนังสือสัญญาขายฝากที่จักรกลไฟสีเข้า(ข้าว)
และเรือน โรงตะพาน และเรือลำเลียงไว้กับพระพุทธเจ้าหลวง คิดเป็น
เงินห้าร้อยชั่ง เมื่อขายฝากแล้ว ได้ขอเช่าต่ออีก จะคิดเงินค่าเช่าให้
คิดเป็นรายปีๆละ เจ็ดสิบชั่ง
    กำหนดเวลา 10 ปี จะไถ่คืน ภายใน 10 ปี ถ้าไม่ไถ่คืน
โรงสีจะหลุด และมีสัญญาอื่นๆอีกหลายข้ออยู่ท้ายสัญญา นี้คือการทำ
ธุรกรรมในอดีต ที่อยากเล่าตรงนี้ เพราะทำให้ทราบว่าเจ้าของโรงสี
วินด์เซอ เป็นของใคร ผมเคยเขียนเรื่องอั้งยี่เผาเมือง เกี่ยวข้องกับโรง
สีนี้อยู่ ในเอนทรีอั้งยี้เผาเมือง สมัยรัชกาลที่  5 เมื่อ 20 พ.ค.53 จะนำ
ลิงค์มาแปะให้อ่าน ในเอนทรี นี้(แปะลิงค์ไว้ใต้ภาพโรงสีไฟ) เชิญอ่านได้
    ที่ตลกที่สุด เรื่องขี้โกงมาผุดขึ้น เมื่อ 11 ปีต่อมา เมื่อ....
วันอังคาร ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเส็ง เจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ ธิดา
เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งโรงสีแห่งที่เอามา
จำนองขายฝากไว้กับพระพุทธเจ้าหลวง มาขอลาว่าจะกลับไปอยู่นครศรีฯ
เพราะชรามากแล้ว
    ได้ทำหนังสือเรื่องราวยื่นมาฉบับหนึ่ง ว่าเงินค่าเช่าที่ดิน
ผื่นที่เช่าตั้งโรงสี เงินค่าเช่าเป็นรายปี ยังไม่จ่าย ให้เจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่
เลย เจ้าจอมมารดาขอให้ช่วยเจรจาให้ ส่วนที่ดินที่ตั้งโรงสี จะยกให้พระ-
พุทธเจ้าหลวง จึงให้มีการเจรจากัน ทราบว่า เจ้าของโรงสีเป็นของมิสเตอร์
ดาเนียลวินด์เซอคนเดียว พระยงระยานั้นเป็นนอร์มินี ทั้งสิ้น
    นี้คือ การเล่นกล เล่นตัวแทนอร์มินีในอดีต เมื่อ 137 ปีผ่านมาแล้ว
เมื่อเจรจา มิสเตอร์ดาเนียลวินด์เซอ ยอมจ่ายค่าเช่าที่ค้างมา 15 ปี ให้เจ้าจอม
มารดาน้อยใหญ่ปีละ 86 ชั่ง 4 ตำลึง 4 ปี เป็นเสร็จ และย่อมเสียค่าเช่า ที่เช่า
ไปจากพระพุทธเจ้าหลวง นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1882 ไปปีละ 24 ชั่ง
    แต่มิสเตอร์ดาเนียลวินเซอ ขอเลื่อนไปก่อน กำหนด 10 ปี จะส่ง
เงินคืนให้หมดภายใน 20 ปี พระพุทธเจ้าหลวงทรงยินยอมและทำสัญญาใหม่
    สัญญาใหม่ได้ทำขึ้นที่บ้านเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ในวันที่ 24
ก.พ. ค.ศ.1882 แต่ได้ลงชื่อลูกชายเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ และมีขอความอื่นอีก
พระยาสุรินทร์(เจียม เทพหัสดิน) ได้มีหนังสือกำชับเรื่องต้องระวังเอาใจใส่
เรื่องชิงไหวชิงพริบ ว่าอย่าให้เสียเปรียบมันได้
    ผมอ่านเรื่องนี้ อยากนำมาเล่า สู่กันฟัง ว่าการขี้ฉ้อขี้โกงมันมีมานาน
แล้ว การนำข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาเป็นยันต์กันผี การวางแผนลูกล่อลูกชน
การไปหลอกเจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ว่าจะเช่า แล้ว หลอกพระพุทธเจ้าหลวง
นำมาขายฝาก โดยจัดตัวแทนนอมินี นี้คือนอมินี เมื่อ 137 ปีมาแล้ว



นำรถรางปราบอั้งยี้มาให้ชม กัน





เอกสารอ้างอิง ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
แพร่พิทยาพิมพ์ ปี 2516


















โดย คนช่างเล่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net