วันที่ อังคาร มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปลูกฝังประชาธิปไตยในเด็ก


  ช่วงการเลือกตั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีในการปลูกฝังเรื่องของประชาธิปไตย

ให้เยาวชนได้เห็นคุณค่าของการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถือเป็นการทำหน้าที่

อย่างหนึ่งของประชาชนภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย และยัง

เป็นเรื่องของส่วนรวมที่คนในสังคมต้องเรียนรู้ ต้องยอมรับฟังข้อสรุปของ

ส่วนรวม เพราะว่าสังคมมีระเบียบและกติกา        
       นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย จิตแพทย์และกรรมการผู้จัดการ

โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า การปลูกฝังและการเสริมสร้างประชาธิปไตย

ควรเริ่มตั้งแต่เด็กๆ ถึงแม้ว่าเด็กเล็กอาจจะรับรู้ไม่ลึกซึ้งเหมือนผู้ใหญ่ สิ่งที่

พ่อแม่หรือครูควรทำ คือการสร้างสภาพแวดล้อมให้เป็นประชาธิปไตย เช่น

กิจกรรมร่วมกัน ปรึกษาหารือกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุป หรืออาจจะมีการแบ่ง

หน้าที่ความรับผิดชอบ ให้เด็กได้รู้จักหน้าที่ของตนเอง และพยามยาม

สอดแทรกในเรื่องของสิทธิ ความเท่าเทียมกัน โดยอาจจะอาศัย

สถานการณ์ต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย

ทางอ้อม      
       สำหรับเด็กโต พ่อแม่หรือครูควรให้เด็กมีโอกาสได้รับรู้ข้อมูล

รอบด้านให้มากที่สุด หากเด็กฟังทางเดียว ผู้ใหญ่ควรช่วยแนะนำ

ให้เด็กได้รู้จักการฟังรอบด้าน และชวนคุยกระตุ้นให้เขาคิดและตัดสิน

ใจด้วยตัวเอง มากกว่าการชี้นำด้วยผู้ใหญ่      
       นอกจากนั้นแล้ว นพ.ไกรสิทธิ์ ยังได้แนะ 5 วิธีสื่อสารกับลูกใน

ช่วงเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้      
       1. ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าการที่เราจะไปลงคะแนนเสียง

เลือกตั้งถือเป็นการทำหน้าที่อย่างหนึ่ง ซึ่ง หน้าที่ไม่ได้ไปแค่เข้า

คูหา กากบาทแล้วก็เสร็จ แต่จริงๆ การกากบาทนั้นมีคุณค่าหรือไม่

ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนใช้เวลาพินิจพิเคราะห์มากน้อยแค่ไหนในการเลือก

       2. ควรสอนให้ลูกรู้จักการฟังรอบด้าน ไม่ใช่ฟังกลุ่มเดียว 

ด้านเดียว ทำให้การมองภาพไม่ทั่วและกว้าง เช่น อาจแนะนำให้ลูกศึกษา

หาข้อมูลของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ไม่ใช่เลือกเพราะเห็นคนอื่นเลือก

หรือเลือกตามพ่อแม่ แม้อีกฝ่ายหนึ่งจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็สมควรฟัง

ให้ได้มากที่สุด เพราะว่าตัวเราเองก็ต้องหาข้อสรุปให้กับตัวเอง เพราะบางที

เรื่องเดียวกัน ฟังคนหนึ่งพูด อีกคนเล่า กลายเป็นหนังคนละเรื่อง ก็ต้องบอก

ให้ลูกรู้จักชั่งใจ รับฟัง เพราะการที่ได้ฟังความหลายด้านจะช่วยทำให้ลด

ความผิดพลาดได้     
       3. อธิบายให้ลูกเข้าใจถึงการเลือกตั้งว่าแม้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร 

การเลือกตั้งถือเป็นงานที่เสร็จไปเพียงหนึ่งขั้นตอนเท่านั้น ยังมีงานที่ต้องทำ

อีกหลายขั้นตอน ให้มองว่าเป็นเรื่องส่วนรวมไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่จะแพ้ ชนะ

เสียหน้า เสียศักดิ์ศรี เพราะถ้าถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวอาจเป็นการแยกแยะ

ที่ไม่ถูกต้อง      
       4. ให้คำแนะนำลูกในเรื่องการรับรู้ข่าวสาร เพราะบางทีข่าวการเมือง

อาจทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้นไม่ควรยึดติด หรือถ้าหากติดตามข่าวสาร

เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจแล้วเกิดความเครียดควรแนะนำให้ลูก

หยุดแล้วไปทำกิจกรรมอื่น เพราะชีวิตยังมีอีกหลายด้านให้ต้องทำและรับผิด

ชอบ ทั้งนี้ต้องเอาใจใส่มากๆ เพราะความเครียดอาจทำให้บรรยากาศ หรือ

ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเสีย เกิดความขัดแย้งในครอบครัวได้ พ่อแม่

เองถ้าเครียดก็ต้องหยุดพูดเรื่องนั้น หันมาคุยเรื่องอื่น เช่น เรื่องสถานที่

ท่องเที่ยว หรือ ภาพยนตร์      
       5. ที่สำคัญที่สุดพ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความมีประชาธิปไตย เช่น ไม่ทะเลาะ หรือ ขัดแย้ง โต้เถียงเรื่องการเมืองให้ลูก

เห็น ควรยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน และยอมรับในประชาธิปไตย

เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก
       
       ดังนั้น เราต้องฝึกให้เด็กมีความคิดเป็นของตัวเอง รู้จักเคารพ

ความเห็นของกันและกัน ไม่ใช่คิดหรือเลือกตามผู้ใหญ่ และมีเหตุผล

อธิบายกับตัวเองได้ในการกระทำนั้นๆ ข้อสรุปนี้ จะเป็นตัวชี้วัดว่าคน

นั้นมีวุฒิภาวะมากหรือน้อย เป็นการกระตุ้นให้เด็กมีความเติบโตและ

ความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถซึมซับเรื่องของ

ประชาธิปไตยและสามารถตัดสินใจโดยใช้ การพินิจพิเคราะห์ด้วย

เหตุและผลของตัวเองได้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ และสามารถยอมรับผล

ต่างๆที่ ออกมาได้.

 ข้อมูลจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

26 มิถุนายน 2554  

 

โดย ชัยชาววัง

 

กลับไปที่ www.oknation.net