วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สิทธิในตนเอง ในทรัพย์สิน และ ในที่ดิน


(จาก Quotes by Henry George ที่ http://members.aol.com/_ht_a/tma68/george.htm ข้อ 1, 11 และ 20)

[ทรัพย์ในบทความนี้หมายถึงเศรษฐทรัพย์ (wealth) คือ วัตถุทั้งหลายนอกเหนือจากตัวมนุษย์ ซึ่งผลิตขึ้นด้วยแรงงานมนุษย์ เพื่อใช้บำบัดความต้องการของมนุษย์ หรือช่วยในการผลิตสิ่งที่มนุษย์ต้องการ และมีมูลค่าในการแลกเปลี่ยน (แต่ศัพท์บัญญัติ อังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน รุ่น 1.1 แปล wealth ว่า ความมั่งคั่ง, ทรัพย์สิน และแปล economic goods ว่า เศรษฐทรัพย์, สินค้าเศรษฐกิจ)

ทรัพย์สิน (property) ปกติจะหมายถึงสิ่งที่มีมูลค่า ซึ่งรวมทั้ง เศรษฐทรัพย์ เงินตรา และที่ดินซึ่งหมายความรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติด้วย แต่ในบทความนี้มักไม่รวมถึงที่ดิน]

ข้อ 1. สิทธิในตนเองและสิทธิในทรัพย์สิน

“[John] Locke กล่าวไว้ไม่ผิด สิทธิในสิ่งซึ่งมนุษย์ใช้แรงงานผลิตขึ้นมา – และนี่คือสิทธิอันแท้จริงอย่างเดียวในทรัพย์สิน -- มีที่มาโดยตรงจากสิทธิของบุคคลในตนเอง หรือตามที่ Locke กล่าว คือ จากกรรมสิทธิ์ในร่างกายของเขาเอง” (A Perplexed Philosopher, p. 30)

“ข้าพเจ้าเชื่อว่าสิทธิในทรัพย์สินอยู่ที่ฐานรากแท้ๆ ของความเป็นระเบียบของสังคม และชุมชนใดๆ ก็ไม่อาจรุ่งเรือง รัฐใดๆ ก็ไม่อาจมั่นคงอยู่ได้ หากสิทธิในทรัพย์สินถูกปฏิเสธ และสิ่งที่แสดงถึงความเลวร้ายอย่างหนักของภาวะปัจจุบันก็คือการปฏิเสธสิทธิในทรัพย์สิน อะไรคือสิทธิในทรัพย์สิน? สิทธินี้มีที่มาจากอะไร? ใช่หรือไม่ตามที่แอดัม สมิธกล่าวว่าสิทธิในทรัพย์สินอันดับแรกและมีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดคือสิทธิของมนุษย์ในตนเองและในผลผลิตจากแรงงานของตน และใช่หรือไม่ที่ว่าระบบซึ่งเอาผลผลิตจากแรงงานของผู้ใช้แรงงานไปจากเขาไปใส่มือของผู้ที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อให้ได้ผลผลิตนั้นมา – ใช่หรือไม่ที่ว่าระบบนั้นคือการปฏิเสธสิทธิในทรัพย์สินอันดับแรกและมีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุด?” (An Anthology of Henry George's Thought, p 88)

“แต่สำหรับผู้ใดที่จะยึดหลักปฐมธาตุหรือรากฐานความคิด (first principles) ก็จะแจ่มแจ้งว่า:
“ไม่มีความขัดแย้งที่แท้จริงระหว่างแรงงานกับทุน – โดยที่เมื่อคิดถึงต้นกำเนิดและสาระแล้ว ทุนคือผลผลิตและเครื่องมือของแรงงาน
“ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์กันอย่างแท้จริงระหว่างสิทธิของมนุษย์กับสิทธิในทรัพย์สิน (the rights of men and the rights of property) -- โดยที่สิทธิในทรัพย์สินเป็นการแสดงออกของสิทธิขั้นหลักมูลของมนุษย์
“หนทางให้เกิดการปรับปรุงสภาพของมวลชนย่อมมิใช่หนทางแห่งการจำกัดและปฏิเสธสิทธิในทรัพย์สิน แต่จะต้องเป็นหนทางแห่งการให้สิทธิในทรัพย์สินโดยเต็มที่เท่านั้น และมาตรการทั้งปวงที่บั่นทอนสิทธิในทรัพย์สินจะทำร้ายมวลชนในที่สุด – เพราะถึงแม้อาจเป็นไปได้ที่คนไม่กี่คนอาจมีชีวิตหรือได้รับการช่วยเหลือให้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการปล้น แต่ย่อมเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงที่คนจำนวนมากจะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยวิธีนี้
”พวกเรา ซึ่งเรียกตัวเองว่าพวกนิยมภาษีเดี่ยวเพราะยังหาคำที่ดีกว่าไม่ได้ ขอเชิดชูสิทธิในทรัพย์สินอย่างจริงจัง มิใช่ในฐานะผู้ปฏิเสธ แต่ในฐานะผู้ยืนยันสิทธิเท่าเทียมกันของมนุษย์” (A Perplexed Philosopher, p. 209)
“สิทธิในชีวิตและเสรีภาพ – นั่นคือสิทธิของมนุษย์ในตนเอง – มิใช่เป็นสิทธิอย่างหนึ่ง และสิทธิในทรัพย์สินเป็นอีกอย่างหนึ่ง มันคือสองด้านของการรับรู้อย่างเดียวกัน (two aspects of the same perception) – สิทธิในทรัพย์สินเป็นเพียงอีกด้านหนึ่ง เป็นการแสดงออกของสิทธิของมนุษย์ในตนเองในแบบที่แตกต่าง สิทธิในชีวิตและเสรีภาพและสิทธิของมนุษย์ในตนเองแสดงสภาวะเกิดก่อนและเกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สินอันเป็นสิทธิโดยเฉพาะของบุคคลในสิ่งที่ผลิตขึ้นมาด้วยความพยายามของเขา
“นี่คือเหตุผลว่าทำไมพวกเราผุ้เชื่อในกฎของเสรีภาพอย่างแท้จริง พวกเราผู้มองเห็นว่าในเสรีภาพมีตัวแก้ปัญหาสำคัญสำหรับความชั่วร้ายทั้งปวงทางสังคม จึงเป็นผู้สนับสนุนสิทธิในทรัพย์สินอย่างแข็งขันและแน่วแน่ที่สุด และจะปกป้องสิทธินี้ด้วยหิริโอตตัปปะเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นในกรณีของเศรษฐีหรือกรรมกรรายวัน” (A Perplexed Philosopher, pp. 210-211)

11. สิทธิในที่ดินต่างกับสิทธิในผลผลิตของแรงงาน

“แต่เมื่อมนุษย์เริ่มใช้ที่ดินเพื่อการเพาะปลูกและใช้แรงงานของตนสร้างสิ่งถาวร การมีสิทธิ์ในที่ดินซึ่งตนได้ลงแรงไปก็จำเป็นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในผลผลิตจากแรงงานของตน เพราะใครเล่าจะหว่านถ้าไม่แน่ใจในความเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียวอันจำเป็นต่อการเก็บเกี่ยว? ใครเล่าจะสร้างผลงานราคาแพงลงบนที่ดินถ้าไม่ได้สิทธิเป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียวซึ่งจะทำให้เขาสามารถรับผลประโยชน์?

“อย่างไรก็ตาม สิทธิเป็นเจ้าของในสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างนี้ต่างกันมากกับสิทธิเป็นเจ้าของในสิ่งที่ใช้แรงงานของตนผลิต สิ่งหนึ่งย่อมจำกัด อีกสิ่งหนึ่งไม่จำกัด . . . ความมุ่งหมายของสิ่งหนึ่ง (การเป็นเจ้าของที่ดินผืนหนึ่งแต่ผู้เดียว) คือเพียงแต่เพื่อให้ได้รับอีกสิ่งหนึ่ง (การเป็นเจ้าของผลผลิตจากแรงงานของตนแต่ผู้เดียว) และจะให้สิทธิมากเกินไปก็จะไม่เป็นการชอบธรรมเพราะจะเป็นการบั่นทอนหรือปฏิเสธอีกสิ่งหนึ่ง ถึงแม้ใครๆ อาจเป็นเจ้าของที่ดินแห่งหนึ่งแต่เพียงผู้เดียวได้ในเมื่อไม่ทำให้เสียสิทธิเท่าเทียมกันของผู้อื่น ก็จะไม่เป็นการชอบธรรมที่เขาจะเป็นเจ้าของที่ดินเกินไปกว่านี้ (The Condition of Labor, p. 6)

20. การสะสมเศรษฐทรัพย์

“สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่จำกัดการแสวงหา ไม่ว่าใครจะหาทรัพย์ได้กี่ล้านด้วยวิธีที่ไม่เป็นการปล้นผู้อื่น ทรัพย์นั้นเป็นของเขา ปล่อยให้เขาเป็นเจ้าของ ข้าพเจ้าจะไม่ขอแม้แต่ให้เขาทำการกุศล หรือส่งเสียงดังเข้าหูเขาว่าเขามีหน้าที่ช่วยคนจน นั่นเป็นเรื่องของเขาเอง ปล่อยให้เขาทำตามที่เขาชอบกับทรัพย์ของเขาโดยไม่มีข้อจำกัดและคำแนะนำ ถ้าเขาหามาได้โดยไม่เป็นการเอาจากคนอื่น และใช้มันโดยไม่เป็นการทำร้ายผู้อื่น เขาจะทำอะไรกับเศรษฐทรัพย์ของเขาก็เป็นเรื่องและความรับผิดชอบของเขาเอง (Social Problems, p. 87)

“ข้าพเจ้าได้สนับสนุนการค้าเสรีอย่างแข็งขัน คงเส้นคงวา และอย่างเต็มรูป และต่อต้านแผนการทั้งหลายที่จะจำกัดเสรีภาพของปัจเจกชน ข้าพเจ้าเป็นผู้ปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยวต่อข้อสมมุติที่ว่าสังคมมีสิทธิในทรัพย์สินของสมาชิกทุกคน และเชิดชูสิทธิในทรัพย์สินอย่างแจ่มแจ้งและแน่วแน่กว่า Mr. [Herbert] Spencer ข้าพเจ้าได้คัดค้านข้อเสนอให้ช่วยคนจนทุกข้อที่ทำให้เสียประโยชน์ของคนรวย ข้าพเจ้ายืนกรานตลอดมาว่าไม่ควรเก็บภาษีจากผู้ใดเพราะเขารวย และไม่ว่าใครจะหาทรัพย์อย่างชอบธรรมได้กี่ล้าน สังคมก็ควรปล่อยให้เขาได้ไปทุกเพนนี (A Perplexed Philosopher, pp. 70-71)

โดย สุธน_หิญ

 

กลับไปที่ www.oknation.net