วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....ทำดีทั้งทียังเกิดภัยแก่ตนเอง.....


.

รักษาตัว..กลัวกรรม..อย่าทำชั่ว

จะหมองมัว..หม่นไหม้..ไปเมืองผี

จงเลือกทำ..แต่กรรม..ที่ดีดี

จะได้มี..ความสุข..พ้นทุกข์ภัย

.

คำกลอนบทนี้ เจ้าพระคุณพระศาสนโศภณ อดีตเจ้าอาวาสวัดมกุฎกษัตริยาราม รจนาไว้

อ่านแล้วไม่ต้องขยายความเพิ่มเติม  ทุกคนเข้าใจ

.

คนดี  หรือคนที่ประกอบแต่กรรมดี    ผู้คนทั่วไปชื่นชอบ    เพื่อนฝูงรักใคร่    ได้รับอานิสงค์จากการประทำความดี  เป็นที่เชิดหน้าชูตาแก่วงศ์ตระกูล    ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสังคม   ได้รับการปูนบำเหน็จรางวัลเป็นทรัพย์สินเงินทอง    เจ้านายรักใคร่พิจารณาความดีความชอบเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ   และได้รับสิ่งอื่น ๆ มากมาย

แต่คนดี  เหมือนมีมารผจญ 

เมื่อได้รับการเชิดชูยกย่อง  ก็จะมีบุคคลอิจฉาริษยา

หลวงวิจิตรวาทการ จึงมีคำฝากไว้ว่า

.

ทุกคน...อยากให้...เราทำดี

แต่เห็นเด่น...ขึ้นทุกที...ชักหมั่นใส้

จงทำดี...อย่าให้เด่น...จะเป็นภัย

ไม่มีใคร....อยากเห็น...เราเด่นเกิน

.

หากถามว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร  เพราะสังคมเลวทำให้คนดีท้อแท้

ก็ตอบได้ว่า  จะไปแก้ที่คนอิจฉา ริษยา หมั่นใส้เราไม่ได้หรอก

.

เพราะนิสัยอิจฉาริษยานี้ เป็นกิเลสตัวใหญ่โต...

เป็นความไม่อยากให้คนอื่นได้ดี

เห็นคนอื่นได้ดีแล้วทนดูไม่ได้

เห็นผู้อื่นได้ดีแล้วไม่สบายใจ

ฉันจะต้องทำลาย

.

การแก้ไขคือคนดีต้องระวังตัวเองให้จงหนัก

คนดีต้องประคองความดี

เหมือนเดินถือขันน้ำที่มีน้ำเต็มขันอย่างไรไม่ให้น้ำหกกระฉอก

.

 

โดนกันมาแล้วทุก ๆ คนใช่ไหมครับพี่น้อง? 

มีอยู่ทุก ๆ สังคมใช่ไหมครับพี่น้อง?

ท่านผู้มีประสบการณ์  ลองชี้แนะวิธี  ทำดีอย่างไรไม่ให้เด่น?

.

.

ความริษยา เป็นอาการอย่างหนึ่งของกิเลส

ปุถุชนเป็นผู้มีกิเลส จึงเป็นธรรมดาย่อมไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตนให้เป็นไปอย่างผ่องแผ้ว ปราศจากกิเลสได้เสมอไป

ความริษยาเป็นอาการหนึ่งของกิเลส ดังนั้นปุถุชนจึงย่อมยากที่จะควบคุมไว้ได้ไม่ให้เกิด ความริษยาของปุถุชนจึงย่อมเกิดได้เป็นระยะหรือเป็นครั้งคราว ต่อคนนั้นบ้างต่อคนนี้บ้าง


ผู้มีปัญญา แม้มิสามารถดับความริษยาได้จริง
จึงแก้ไขป้องกันควบคุมมิให้เกิดง่ายและแรง


แต่ผู้มีปัญญาเห็นโทษของความริษยาที่ตนได้รับว่า ยิ่งปล่อยให้มีความริษยามาก ตนก็จะได้รับโทษของความริษยามาก

ผู้มีปัญญาจึงแก้ไขป้องกันควบคุมมิให้ความริษยาเกิดง่าย และเกิดแรง แม้ว่าจะไม่สามารถดับเสียได้จริงตลอดไป

(สมเด็จพระญาณสังวรณ์ฯ)

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net