วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประชาธิปไตยแบบที่พ่อสอน.....มันก็จริงของพ่อ


เมื่อตอนเด็กๆ พ่อเคยสอนอะไรมากมายหลายอย่าง  พ่อที่เป็นคนบ้านนอก จบเพียงป.4 ดำรงชีพด้วยการทำนาที่ทำแต่พอกิน ทำสวน ที่ทำแต่พอเลี้ยงครอบครัว  ตอนลูกคนโต ซึ่งก็คือผู้เขียนจบป6. พ่อเคยถามว่าเอ็งจะเรียนต่อใหม ผู้เขียนตอบว่าอยากเรียนต่อ  พ่อถามต่อว่าเรียนไปเป็นอะไร ตำรวจมีลูกตำรวจ ครูมีลูกครู  ทหารมีลูกทหาร  แล้วชาวนาชาวสวนอย่างเราถ้าไม่มีลูกเป็นชาวนาชาวสวนแล้วไครจะสืบทอดอาชีพ นั่นเป็นความคิดของพ่อเมื่อตอนนั้นในที่สุดผู้เขียนก็ต้องหยุดเรียนตามความต้องการของพ่อ  แต่ด้วยหายเหตุและปัจจัยทำให้ผู้เขียนต้องพยายามดั้นด้นเรียนจนจบปริญญาตรีสมใจอยาก และเริ่มต้นด้วยการเป็นวิศวกรรับจ้างตามความอยากของตัวเอง จวบจนเวลาผ่านมาจนถึงวันนี้  เมื่อมานึกถึงคำของพ่อที่เคยพูดไว้ตอนนั้นกับสภาพและสภาวะตอนนี้  ถ้ากลับไปได้ ผู้เขียนอยากจะเลือกทางเดินตามที่พ่อขีดไว้ให้เมื่อตอนนั้น

ที่เกริ่นมาเป็นเพียงตัวอย่างคำของพ่อที่สอนไว้ตอนนั้น  แต่บางอย่างเพิ่งมารู้แจ้งในตอนนี้  อีกเรื่องนึงที่พ่อเคยสอนคือเรื่อง ความผิดความถูกกับคนส่วนมากและคนส่วนน้อย

พ่อเคยตั้งคำถามตอนที่ผู้เขียนเด็กๆว่า  สมติว่าเรามีเหรียญอยู่สองเหรียญ  แล้วมีคนอยู่ห้าคน  คนนึงนับเหรียญได้สองเหรียญ อีกสี่คนบอกนับได้สามเหรียญไครถูก ผู้เขียนตอบแบบเด็กๆ ว่าคนที่นับได้สองเหรียญซิถูก พ่อถามกลับว่าจริงหรือถ้าเถียงกันแล้วยกมือไครชนะ ผู้เขียนก็เลยเงียบ

พ่อบอกว่า ในสังคมที่เราอยู่รวมกันหลากหลายผู้คนนั้น  บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าถูกอาจผิดในสายตาคนอื่นและสิ่งที่คนอื่นคิดว่าถูกอาจผิดในสายตาเรา  เมื่ออยู่ในสังคมต้องเคารพกันให้เกียรติความคิดผู้อื่น  แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้เมื่อให้ยกมือกัน ฝ่ายที่มีคนเห็นด้วยมากกว่าก็จะเป็นฝ่ายถูก  ซึ่งบางครั้งจริงๆและเสียงส่วนมากไม่จำเป็นต้องถูกหรือผิดเสมอไป 

นี่คือความคิดของพ่อ  ที่พูดไว้เมื่อย้อนหลังไปเกือบสามสิบปีที่แล้ว จนถึงวันนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นมันยังใช้ได้ดีที่เดียว  เมื่อมีกติกาก็ต้องเคารพกติกาครับ กติกาว่าไว้อย่างไร  แม้ในใจลึกๆของหลายคนจะไม่ยอมรับและรับไม่ได้ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับครับไม่เช่นนั้นสังคมของเราจะเดินหน้าไปได้อย่างไร


โดย อาจหาญ

 

กลับไปที่ www.oknation.net