วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พ่อเมืองชุมพร "จัดหนัก"


พ่อเมืองชุมพรฟื้น “เขื่อนท่าแซะ” ทำชาวบ้านเต้น ไม่ปรึกษาผู้ถูกกระทบ
5 กรกฎาคม 2011

กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ จ. ชุมพร ออกแถลงการณ์ ค้านโครงการ “เขื่อนท่าแซะ” เหตุผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ร่วมกับกรมชลประทานจัดประชุมฟื้นโครงการเขื่อน พร้อมยืนยันเดินหน้าคัดค้าน ไม่ออกจากพื้นที่ ไม่เจรจาค่าชดเชย
 
วานนี้ (4 ก.ค.54) กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ จ. ชุมพร ออกแถลงการณ์ “สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนท่าแซะ”ประณามกรณีนายพินิจ เจริญพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ร่วมกับกรมชลประทานจัดประชุมร่วมหลายภาคส่วนเพื่อรื้อฟื้นโครงการเขื่อนท่าแซะ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.54  โดยไม่มีการปรึกษาชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ พร้อมเรียกร้องให้มีการพิจารณายกเลิกโครงการเขื่อนท่าแซะโดยเด็ดขาด

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า การดำเนินการโครงการเขื่อนท่าแซะที่ผ่านมาไม่ถูกต้อง และไม่มีความโปร่งใสในกระบวนการพิจารณา อาทิ การนำเรื่องเข้าพิจารณาในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติโดยยังไม่ผ่านคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) อีกทั้งข้อมูลที่เสนอในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นข้อมูลเก่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีการบิดเบือนข้อมูล โดยเฉพาะประเด็นความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพราะเขื่อนท่าแซะทำลายเศรษฐกิจสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผลของประชาชนกว่า 6,800 ไร่ มีมูลค่าปีละร้อยล้านบาท และทำลายป่าอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพรซึ่งเป็นลุ่มน้ำชั้น A1 กว่า 2,400 ไร่

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะยืนยันคัดค้านโครงการเขื่อนท่าแซะจนถึงที่สุด และขอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมการข่มขู่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ อีกทั้งจะไม่มีการเจรจาเรียกร้องค่าชดเชยใดๆ และเพื่อพิทักษ์สิทธิชุมชนท้องถิ่น ชาวบ้านจะไม่ยอมอพยพโยกย้ายจากพื้นที่

พร้อมกันนี้ กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะได้นัดชุมนุมในวันที่ 5 ก.ค.54 เพื่อให้ผู้ว่าฯ หยุดละเมิดสิทธิชาวบ้านและหยุดละเมิดต่อมติ ครม.ที่ให้ชะลอโครงการ

ทั้งนี้ โครงการเขื่อนท่าแซะเดิม วางแผนตั้งก่อสร้างในเขต ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ระยะเวลาก่อสร้าง 6 ปี (ปี 2547 - 2552) งบประมาณทั้งโครงการ 3,321 ล้านบาท โดยจะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาด 215.63 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 61,000 ไร่ ครอบคลุมเขต อ.ท่าแซะ รวม 7 ตำบลคือ ต.ท่าแซะ ต.สองพี่น้อง ต.หงษ์เจริญ ต.คุริง ต.นากระดาน และต.ท่าข้าม อีกทั้งยังมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งน้ำดิบให้กับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมด้วย


แถลงการณ์สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนท่าแซะ

กลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำท่าแซะ การที่ผู้ว่าราชการ นายพินิจ เจริญพานิช ผู้ว่าจังหวัดชุมพร ผลักดันโครงการสร้างเขื่อนท่าแซะร่วมกับกรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีอย่างมีเงื่อนไขคือให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินั้นพวกเราเครือข่ายประชาชนต้นน้ำท่าแซะจังหวัดชุมพรในนามกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะขอยืนยันว่าการดำเนินการที่ผ่านมาไม่ถูกต้องและไม่มีความโปร่งใสในกระบวนการพิจารณาทุกขั้นตอนมาตั้งแต่ต้นกล่าวคือ การนำเรื่องเข้าพิจารณาในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติโดยยังไม่ผ่านคณะกรรมการผู้ชำนาญการ(คชก.) มีการใช้ข้อมูลที่เสนอในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ที่เป็นข้อมูลเท็จและบิดเบือนโดยเฉพาะประเด็นสำคัญเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจพื้นที่ชลประทานความต้องการใช้น้ำและพื้นที่น้ำท่วมในป่าอนุรักษ์อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพรแต่กรรมการสิ่งแวดล้อมกลับอนุมัติผ่านโครงการโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากประชาชนโดยเพิ่มเงื่อนไขให้ไปปฏิบัติตามผู้ชำนาญการแล้วกระทรวงเกษตรได้นำเรื่องขออนุมัติกับคณะกรรมการกลั่นกรองโดยทีกรมชลประทานเจ้าของโครงการยังไม่ได้ดำเนินการใดๆเลยตามเงื่อนไขของผู้ชำนาญการจากนั้นก็เสนอให้ครม.อนุมัติโครงการโดยไม่ฟังเหตุผลและตรวจสอบข้อมูลใดๆตามที่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบได้ยื่นหนังสือทักท้วงคัดค้านกับฯพณฯนายกรัฐมนตรีรมว.กระทรวงเกษตรฯและรมวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯโดยที่ได้มีการคัดค้านโครงการเขื่อนท่าแซะมาตลอดตั้งแต่ต้น

กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ จึงมีท่าทีและมีข้อเสนอ ดังนี้

1.กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะขอประณามการจัดฉากเวทีชี้แจงเขื่อนท่าแซะของผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรและกรมชลประทานที่จัดประชุมกับหลายฝ่าย เพื่อผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนท่าแซะ

2.การที่กรมชลประทานและจังหวัดชุมพรอ้างมติครม.เพื่อเริ่มดำเนินการสร้างเขื่อนท่าแซะโดยไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ผู้ชำนาญการจนถึงครม.นั้นถือเป็นการเจตนาจงใจเอามติครม.มาข่มขู่ประชาชนให้เกรงกลัวและยินยอมนับเป็นการกระทำของหน่วยงานราชการผู้ไม่มีความเจริญทางจิตใจด้อยพัฒนาล้าหลังที่สุดขัดกับการปฏิรูปราชการหลักธรรมาภิบาลและไม่เคารพต่อสิทธิและการมีส่วนร่วมของประชาชนตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550

3.การสร้างเขื่อนท่าแซะไม่มีความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจอย่างที่กรมชลประทานอ้างข้อมูลเก่าในรายงานEIAเมื่อ10 ปีที่แล้วเพราะเป็นช่วงหลังพายุเกย์และข้อมูลสำคัญบิดเบือนมาตั้งแต่ต้นด้วยเพราะเขื่อนท่าแซะทำลายเศรษฐกิจสวนยางพาราปาล์มน้ำมันและไม้ผลของประชาชนกว่า6,800 ไร่มีมูลค่าปีละร้อยล้านบาทและทำลายป่าอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพรซึ่งเป็นลุ่มน้ำชั้นA1 กว่า2,400 ไร่และ จ.ชุมพรมีภูมิอากาศชุ่มชื้นฝนตกชุกทั้งปีไม่ต้องการใช้น้ำชลประทาน

4.กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะขอยืนยันคัดค้านโครงการเขื่อนท่าแซะจนถึงที่สุดจนกว่าจะมีการยกเลิกโครงการด้วยสันติวิธีและความอดทดเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งชุมชนท้องถิ่นต้นน้ำท่าแซะตามสิทธิในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 และขอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมการข่มขู่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนท่าแซะ

5.กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะซึ่งเป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนท่าแซะจะไม่ขอเจรจาเรียกร้องค่าชดเชยใดๆเพื่อพิทักษ์สิทธิชุมชนท้องถิ่นเราจะไม่ยอมอพยพโยกย้ายจากพื้นที่ต้นน้ำท่าแซะไปที่ไหนทั้งสิ้นขอเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งพิจารณายกเลิกโครงการเขื่อนท่าแซะจ. ชุมพรโดยเด็ดขาด

6.กลุ่มจะสนับสนุนแนวทางการจัดการลุ่มน้ำท่าตะเภา(ท่าแซะ-รับร่อ) ด้วยวิธีการที่ยั่งยืนเท่านั้นและขอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาแนวทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่การสร้างเขื่อนท่าแซะ

กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะจ. ชุมพร
ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร


 
ขอบคุณที่มา : ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net