วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ควรทำอย่างไรในสถานการณ์ใหม่นี้


มีเพื่อนหลายคนที่ช๊อคจากผลการเลือกตั้ง ไม่คาดคิดว่าประชาธิปัตย์จะแพ้หลุดลุ่ยอย่างนี้ เลยเกิดอารมณ์เสียขวัญ ท้อแท้ เบื่อหน่าย และจะถอนตัวออกจากการเมืองไปเลยก็มี ไม่อ่านนสพ ไม่ดูข่าวทีวีเพราะไม่อยากเห็นข่าวแสลงใจ

แต่แนวปฏิบัติสำหรับทุกคน ผมเห็นว่ายังไง ๆ เรายังเป็นพลเมืองกันอยู่ดี  มีหน้าที่บางอย่างที่คงที่และยังเป็นผู้เสียภาษีอีกด้วย ไม่สามารถถอนตัวออกจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองแล้วโยนให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นได้ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นอภิสิทธิ์หรือประชาธิปัตย์ (withdrawl is not an option) ทั้งยังต้องปกป้องผลประโยชน์ของลูกหลานทั้งที่เกิดแล้วและยังไม่เกิดอีกด้วย หน้าที่หลักคือยังต้องกำกับควบคุมรัฐบาลไม่ให้ล่วงละเมิดหลักการสำคัญต่าง ๆหรือลุแก่อำนาจ โดยเฉพาะในบริบทที่ตอนนี้พรรคฝ่ายค้านป้อแป้อยู่เพราะเสียงในสภาน้อยมาก  ไม่สามารถทำหน้าที่ถ่วงดุลอย่างที่ฝ่ายค้านควรจะทำได้ ภาคประชาสังคม คือเรานั่นเองจึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มเข้ามาทำหน้าที่เป็น balancer of power ที่มีประสิทธิผล 

ในทุกสังคมพูดกันว่าจำเป็นต้องมี balance of power ตลอดไปไม่ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้อง มิฉะนั้นจะตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ Lord Acton เคยพูดไว้ว่า power corrupts, absolute power corrupts absolutely และก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วช่วงที่ทักษิณปกครองอยู่ (วลีท่านนี้แม่นกว่าหมอดูเสียอีก) 

ถ้าฝ่ายค้านทำไม่ได้ผล ประชาสังคมต้องออกมาทำเอง สิ่งที่ต้องทำคือ ๑ ดูแลให้รัฐเป็นนิติรัฐ ๒ อย่าให้มีการละเมิดหลักการของระบบยุติธรรมด้วยนโยบายนิรโทษกรรมที่ไม่ควร แม้มีการแก้กฏหมาย ๓ ย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม ๔ ไม่ทำตามที่สัญญาไว้เมื่อตอนหาเสียง

แต่การมีส่วนร่วมของประชาสังคมต้องไม่ทำแบบปิดถนน ยึดพื้นที่ ล้อมสำนักงาน เพราะนี่ไม่ใช่วิถีแห่งประชาธิปไตย ต้องสร้างวัฒนธรรมแห่งปฏิบัติการทางการเมืองเสียใหม่ หาโมเดลใหม่ เพราะโมเดลเก่านั้นพิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวกระตุ้นให้มีความไร้เสถียรภาพ แม้ชนะครั้งหนึ่ง ฝ่ายตรงกันข้ามก็จะเอาคืนทีหลัง  จึงต้องมาตกลงกันในสังคมว่าจะให้อำนาจแก่ประชาสังคมแค่ไหนและในรูปแบบใดในการดำเนินการทางการเมือง ที่ทำได้เลยตอนนี้คือใช้สื่อทางสังคม โซเชียล มีเดีย

เราควรให้โอกาศรัฐบาลดำเนินการ เช่นในด้านโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ แต่พร้อมที่จะคัดค้าน หรือขัดขวางด้วยซ้ำถ้าทำนอกกรอบที่ระบุไว้ เพราะประชาชนให้อาณัติแก่รัฐบาลก็จริง แต่ไม่ได้ให้อาณัติให้ทำผิด ถึงให้และรัฐบาลทำ รัฐบาลก็ไร้ความชอบธรรม เพราะความชอบธรรมเกี่ยวโยงกับความถูกต้อง ความมีศิลธรรมที่อยู่เหนือความประสงค์ของคนกลุ่มใหญ่ของสังคม รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยที่เป็นลูกหลาน และต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีด้วย ไม่ใช้มุ่งมองแต่ผลประโยชน์ของคนไทยในปัจจุบัน

ปัจเจกบุคคล ถ้ารวมกันแล้ว สามารถมีอิทธิพลต่อรัฐบาลได้ ดังจะเห็นได้จากการปล่อยข่าว โยนหินถามทางที่รัฐบาลมักทำก่อนจะปล่อยนโยบายประเภทละเมิดต่างๆ  เพื่อว่าจะได้ถอยได้ถ้าการคัดค้านมีมากเกินไป  แต่การคัดค้านก็ต้องมีเหตุผลและความชอบธรรมที่อธิบายได้เหมือนกัน

 

โดย สตาลินกราด

 

กลับไปที่ www.oknation.net