วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แม่ฮ่องสอน อ่อนละมุน 7: ลาแล้วรวมไทย พบกันใหม่ เมื่อหัวใจต้องการ


ว่ากันว่า เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ เช้าวันที่สามที่หมู่บ้านรวมไทย เมื่อร่างกายเราตื่น พร้อมสมองสั่งการว่า วันนี้เราต้องจากที่นี่ไปแล้ว หัวจิตหัวใจก็รู้สึกแป้วๆ … บอกไม่ถูก

ชั่วชีวิตหนึ่งเราอาจรู้จักคนมากมาย แต่คนที่จะพูดคุยกันอย่างถูกคอถูกใจจริงๆ นั้น มักมีไม่กี่คน ทำนองเดียวกัน สถานที่หลากหลายที่เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมไปเยือน ก็ใช้ว่าทั้งหมด จะสร้างความประทับใจอย่างสูงสุดให้กับเรา มีเพียงบางที่เท่านั้น ที่เราจะรู้สึกว่ามีความหมาย มีความสำคัญ และ “พิเศษ” จริงๆ… สำหรับฉัน ที่นี่หละ ใช่เลย!



ธีเตือนให้รีบเก็บของ บัคจังออกไปเก็บรายละเอียดภาพสวยๆ ก่อนกลับ ส่วนนักข่าวสาวก็แอ็คภาพตามจุดต่างๆ ตามสไตล์ เพชรทายดูแลความเรียบร้อยของเทียนและข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน สำหรับฉัน ค่อยๆ เก็บเสื้อผ้าใส่เป้อย่างอ้อยอิ่ง… ไม่อยากกลับเลย แงๆ



ธีคงรำคาญใจที่เห็นฉันเก็บของช้าเต็มที เลยมาช่วยอัดเสื้อผ้าใส่เป้ พวกเราช่วยกันเก็บจานชามไปคืนบ้านผู้ใหญ่ปาละ แครอทสดๆ ที่ฉันซื้อมากินก็ยังไม่หมด เอากลับไปให้ภรรยาผู้ใหญ่ปาละทำกับข้าวอีกได้ ขนมนมเนยบางอย่างก็ทิ้งไว้ที่นี่แหละ เผื่อเด็กๆ ลูกชาวบ้านจะได้กิน…ว้า… คิดถึงส่วยจังเลย ป่านนี้คงไปโรงเรียนแล้ว กับอุทิศ และจันทร์พรศรี…



จัดของเสร็จสรรพ เราเดินอ้อยสร้อยพาชีวิตและกระเพราะน้อยๆ ไปฝากไว้กับภรรยาผู้ใหญ่ปาละอีกตามเคย ข้าวต้มข้าวไร่หอมกรุ่นยั่วน้ำลาย…อาหารอร่อยมื้อสุดท้าย สำหรับที่นี่ เช้านี้ ไม่มีส่วยเป็นลูกมือ ผู้ใหญ่ปาละและภรรยาเลยต้องดูแลเราเองทั้งหมด



ผู้ใหญ่ปาละเล่าให้เราฟังว่า การริเริ่มบดและชงกาแฟของเขา ได้ความรู้มาจากเพื่อนต่างชาติที่มาเที่ยวรวมไทย อีกทั้งกากาแฟอันเก๋ที่เราเห็นทุกวันนี่ก็มาจากอิตาลี เพื่อนนักท่องเที่ยวใจดี ส่งมาให้อีกเช่นกัน …คงเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใครมาที่นี่แล้วประทับใจ ส่งโน่นส่งนี่มาให้ แสดงน้ำใจและความคิดถึงกัน



เรากลับไปบ้านพักตอนใกล้ๆ เพล แบกเป้ใบหนักมาไว้ที่บ้านผู้ใหญ่ปาละ ทำไมรู้สึกว่าเป้ของเรา หนักกว่าขามาตั้งเยอะ สงกะสัย เราบรรจุความประทับใจใส่ไว้ด้วยหลายกิโลแหงๆ…



มองภาพทุกสิ่งทุกอย่างอย่างพินิจพิเคราะห์ ตั้งอกตั้งใจ เพื่อจะพิมพ์มันไว้ในความทรงจำ เรือนแพริมน้ำที่ใช้ซักผ้า เล่นมิวสิควีดีโอ และ เกือบเกิดโศกนาฏกรรม. ฝายน้ำกว้างใหญ่ น้ำใสแจ๋ว เย็นเจี๊ยบ, ขุนเขางามสง่า ทอดยาวกว้างไกล จากไทยสู่พม่า, ท้องฟ้าสีฟ้า ที่เป็นฟ้าพื้นเดียวกับมหานครกรุงเทพฯ แต่ให้ความรู้สึกที่ต่างกันอย่างลิบลับ, สวิสเมืองไทย ที่หลากล้วนพันธ์ไม้และแสงแดดส่องทิวสนสวยสุดๆ, ม้าสองตัว ที่และเล็มหญ้าอย่างสบายอุราทุกวี่วัน, ต้นสนตลอดแนว ที่ขึ้นเป็นทิวแถวตลอดทาง, เรือนไม้ขัดแตะ ที่เราแอบลักลอบเข้าพักด้วยความช่วยเหลือของสมชาติ, บ้านพักวีไอพี สถานที่อิงอาศัยอันเปี่ยมสุข, ปางอุ๋ง…ดินแดนแอ่งกระทะ ที่รวมของทุกสรรพความงามที่เราแสนรัก, และทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ …เราจะจำไว้นะ!



ร่ำลาอาลัย แล้วเราก็มาพักกายพักใจ รอการมารับของรถสองแถว ภรรยาผู้ใหญ่ปาละ ขนอัลบั้มรูป ที่เป็นรูปครอบครัวมาให้ดู ลูกชายผู้ใหญ่วัย 21 ปี ตอนนี้เรียนอยู่รามฯ ส่วนลูกสาวหน้าตาสวยคมคาย เรียนมอสี่อยู่ในเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งแน่นอน ก็พักในตัวเมือง เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ผู้ใหญ่ปาละปลาบปลื้มกับลูกทั้งสองอย่างมาก ที่สำคัญ พวกเขาทั้งสองต่างได้รับการศึกษา และ มีนามสกุล…เป็นคนไทยเต็มขั้น!

ภรรยาผู้ใหญ่ขอเบอร์ติดต่อของเราไว้ และมอบของที่ระลึกให้เราติดมือกลับมากรุงเทพฯ ด้วย เป็นงานประดิษฐ์จากแป้งข้าวเหนียว ทำเป็นช่อกล้วยไม้ พันธุ์ที่มีเฉพาะที่ปางอุ๋ง และสมเด็จพระราชินีทรงโปรดให้อนุรักษ์ พร้อมขยายพันธุ์ไว้ เรายกมือไหว้อย่างซาบซึ้งและขอบคุณในน้ำจิตน้ำใจของคนกระเหรี่ยง ที่เขาอาศัยอยู่บนพื้นแผ่นดินไทย…และรักแผ่นดินไทยที่สุด



รถสองแถวมาแล้ว และเราก็ต้องจากไปแล้ว ไหว้งามๆ ทั้งมือทั้งใจจากเรา แบกเป้กระชับบ่า อำลารวมไทย…และปางอุ๋ง… โอกาสหน้าจะมาหาใหม่ ไม่ลืมรวมไทย สวรรค์ชั้นใหม่ (ซ่อน) ในเมืองสามหมอก!
………………………………..


ปล. เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ เราส่งภาพถ่ายสวยๆ ทิวทัศน์ของรวมไทยและปางอุ๋งไปให้ผู้ใหญ่ปาละและภรรยา เพื่อว่าเขาจะได้ใช้เป็นสื่อให้นักท่องเที่ยวดู, เราส่งห่วงยางว่ายน้ำไปให้ส่วย เพื่อเด็กน้อยจะได้หัดว่ายน้ำ, อุทิศ ได้กล้องส่องทางไกลลายทหาร ไว้ส่องดูนก ดูวิว, จันทร์พรศรีสาวเปรี้ยว ได้แว่นตาว่ายน้ำ สีเขียวสด, หมู่ไพรัช ได้เสื้อยืดสุดเท่ ส่วนพลทหารสมชาติ ได้หมวกแก๊ปใบเก๋และหนังสือเพลงพร้อมคอร์ดกีตาร์…

แต่สำหรับเรา เราได้มากว่าเขาอีกนะ ก็ความสุข ความตรึงใจ ที่ไม่ว่าเมื่อไรๆ ก็ลืมไม่ลง…ยังไงล่ะ

จบบริบูรณ์จ้ะ…สวัสดี

โดย จันทร์เพ็ญ_จันทนา

 

กลับไปที่ www.oknation.net