วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความคิดสะกิดใจ



ในห้องพระ...

1
เราไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน
แล้วนั่งสมาธิ
คืนนี้จิตสงบได้เพียงชั่วอึดใจเดียว
ความคิดเริ่มแซงซ้ายแซงขวารบกวนไม่หยุดหย่อน
สุขได้แค่ชั่วประเดี๋ยวไม่ทันอิ่ม
ทุกข์เริ่มก่อหวอดฟาดงวงฟาดงาหาเรื่องยุ่ง
เพราะความจำตอนใกล้เที่ยงวันนี้ในร้านหนังสือผุดพลุ่งเข้ามา
พยายามตั้งหลักให้มันหยุดคิด ปิดกั้นจิตไม่ให้ปรุงแต่ง
แล้วในที่สุดเราต้องยกธงขาว

2
เมื่อห้ามไม่ได้ เราจำเป็นต้องปล่อย
ปล่อยให้ความคิดมันปรุงแต่งอย่างอิสระ ไม่ขัดขวาง
เพราะการต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น
วันนี้แพ้ พรุ่งนี้ต้องมองหาทางสู้
ไม่มีใครชนะได้ตลอดกาลหรอก

3
เราคิดว่าจะไม่พยายามจับจิตให้นิ่ง
เพื่อให้จิตสงบอีกต่อไป
ไม่พยายามหยุดความคิดปรุงแต่งที่กำลังเกิดขึ้น
ปล่อยมันไป...ปล่อยโดยมีเงื่อนไข
เราคอยทำหน้าที่รับรู้ว่ามันคิดอะไร
แล้วเฝ้าตามมันไปห่างๆ
ไม่คิดปรุงแต่งในสิ่งที่จิตกำลังคิด มันเลี้ยวไปทางไหน
ตามรู้ไปเรื่อยๆ ดุจเงาตามตัว

4
เราจึงมองเห็นความไม่เที่ยง
เหตุเกิดใกล้เที่ยงวัน
ที่ร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้ามีชื่อแห่งหนึ่ง
เรากำลังยืนหารายชื่อหนังสือที่ต้องการบนชั้นวาง
ฉับพลัน...รุนแรง...แต่ไม่ถึงกับฉุน
กลิ่นน้ำหอมโชยมากระทบจมูก โอ...เย็นชื่นใจจัง
เราเสียสมาธิทันที
เหลือบสายตาไปทางที่มาของกลิ่นหอม
เห็นหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งเดินมาใกล้ที่เรายืนอยู่
แค่มือขวาเอื้อมถึง รู้สึกอยากชิดใกล้ ล่วงถึงเชยชม
เราแอบมองไม่ให้เธอรู้
เธอมองหาหนังสือโดยไม่สนใจเรา
แต่เราสนใจเธอ ไม่รู้เพราะกลิ่นน้ำหอมหรือรูปร่าง
เสื้อยืดรัดแนบเนื้อ เห็นส่วนสัดทรวงอกอวบอิ่มชัดเจน
นุ่งกางเกงขาสั้น พับขา อวดสะโพกขาวเนียนดูเต่งตึง
รูปแต่ใบหน้าลงมาถึงเรียวขา
เรามองไม่เห็นความไม่สวยไม่งาม
นี่แหละคนโบราณเขาจึงพูดว่า
พบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น
แอบมอง ไม่ใช่ถ้ำมองได้ไม่ถึงสองนาที
กลิ่นน้ำหอมที่พึงประสงค์ได้หายไปจากร้านหนังสือ
คนสวยคนงามหายไปไหนเสียแล้ว
โอ้โอ๋...สังขารทั้งปวงล้วนเป็นอนิจจังไม่เที่ยงแท้
เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป...เกิดขึ้นแล้วดับไป...

5
ตอนนั้นเราหลงแน่เลย
จึงไม่ทันความคิดปรุงแต่ง
บัดนี้เราเดินมาทันความคิดสะกิดใจ
ความไม่สวยไม่งามในร่างกายเราและของเธอนี้
เป็นธรรมชาติเดิมของร่างกาย
ไม่มีสิ่งใดเป็นของสวยงามหรอก
มีแต่สิ่งสกปรกโสโครก
ถึงจะอาบน้ำชำระร่างกายทุกวัน
มีสบู่ราคาแพงถูทาฟอกตัวก็ตาม
ความสกปรกในร่างกายเราหาได้หมดไปไม่
ลองดูก็ได้...ถ้าเราไม่อาบน้ำภายในสิบวัน
ความสกปรกของร่างกายก็จะส่งกลิ่นออกภายนอก
เป็นกลิ่นที่น่ารังเกียจขยะแขยงต่อสังคม
ไม่ว่า ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ
พิจารณาแล้วไม่มีสิ่งใดเป็นของสวยงามแต่อย่างใด

6
ความสวยงามที่เรามองเห็นในขณะนั้น
คงเกิดจากกิเลส อันมีโมหะ และ อวิชชา
ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ว่ารูปนั้นมีความสวยงาม
เช่น รูปสวยงามเพราะพึงพอใจ
รูปสวยงามเพราะความยินดี
รูปสวยงามเพราะความรัก
รูปสวยงามเพราะความใคร่
รูปสวยงามเพราะมีความกำหนัด
ถ้าจิตเราไม่มีความรัก ความใคร่ ความกำหนัดแล้ว
รูปนั้นจะไม่มีสิ่งใดเป็นของสวยงามเลย
ดังนั้น ความสวยงามจึงไม่ขึ้นอยู่กับรูปร่างแต่อย่างใด
ถึงจะมีกลิ่นน้ำหอมยั่วยวนใจปะพรมร่างกายไว้
ถึงจะมีอาภรณ์เครื่องประดับตกแต่งไว้
ก็เป็นเพียงเครื่องฉาบทาลวงตาไว้ให้หลงคิดปรุงแต่ง
การประดับฉาบทาบนผิวหนังที่ผิวเผินก็ไม่จีรัง
โธ่เอ๋ย...เราหลงไปเพราะความไม่รู้เท่าทันธรรม(ชาติ)

7
เปรียบเหมือนกับหีบศพที่ประดับด้วยแสงสี
พร้อมฉลุลวดลายต่างๆ อย่างสวยงามไว้ภายนอก
ส่วนภายในหีบศพนั้นย่อมเป็นซากศพ
ที่มีความสกปรกเปื่อยเน่า
และส่งกลิ่นอันเหม็นคลุ้งอยู่ตลอดเวลาฉันใด
รูปร่าง รูปกายเรา หรือรูปกายของคนอื่น
ถึงจะมีน้ำหอมปะพรม
มีเครื่องประดับสวยงามทั่วเรือนร่าง
มันเป็นเพียงกลลวง
กลบกลิ่นอันเหม็นคาวของร่างกายฉันนั้น

8
ในโสตประสาท
เราได้ยินเสียงสวดมนต์มาจากที่ไกลแสนไกล
ช่วยดับความคิดปรุงแต่งลงเสียได้
เราลุกขึ้นออกจากห้องพระด้วยความสุขใจ

โสดาบัน
7/ก.ค./54

โดย sodaaban

 

กลับไปที่ www.oknation.net