วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Iceland แผ่นดินแยก แตกเป็นสองส่วน


Iceland  แผ่นดินแยก แตกเป็นสองส่วน

                ช่วงนี้แผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยและถี่ ความรุนแรงเป็นไปตามแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นที่ผ่านมา  กระทั่งทำให้ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่น   ถอยหลังกลับไปอีกครั้งหนึ่ง เคยได้ยินชาวญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์ทางทีวีว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ญี่ปุ่นเหมือนกลับไปเริ่มต้นใหม่ เช่นตอนญี่ปุ่นแพ้สงครามในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ส่วนจะจริงไม่จริงคงเป็นเพียงทัศนะของชาวญี่ปุ่นผู้นั้นที่ให้สัมภาษณ์  ชาวไทยก็คงได้แต่เอาใจช่วยพร้อมเสียสละกันตามสื่อต่าง ๆ อย่างแข็งขัน คงต้องบอกแหละว่าน้ำใจ มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ในยามทุกข์ยากและลำบากกระมัง  

 
                         (ภาพความเสียจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น : ภาพจากเน็ต)

                เราจะได้ยินบ่อย ๆ เกี่ยวกับแผ่นดินไหว รอยเลื่อนของแผ่นโลก ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่เป็นข้อมูลที่ควรรู้ เพราะว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตมนุษย์  ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ของความตระหนักกลัวต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในฐานะที่เคยไปเที่ยวเลยอยากเอามาเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ และเอามาเทียบเคียงกับเรื่องแผ่นดินไหว รอยเลื่อนของโลก เพราะสถานที่แห่งนี้มองมุมหนึ่งก็บอกเล่าเรื่อง เกี่ยวกับชีวิตของมนุษย์ในครั้งโบราณ อาจเคยได้ยินว่า รัฐสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์และของโลก

              เราคนไทยจะได้ยินว่าธรณีสูบพระเทวทัต ที่ทำร้ายพระพุทธเจ้า จนเป็นที่มาของคำว่าห้อโลหิต (ซ้ำเลือด)  หรือในหนังจักร ๆ วงศ์ ตอนเช้าจะมีภาพของแผ่นดินแยกและคนที่เป็นตัวร้ายในเรื่องอาจถูกธรณีสูบหายไปวับ บางคนอาจมองเป็นเรื่องไกลเกินจินตนาการ หรือเกินฝัน หรือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่คงไม่ยืนยันว่าแผ่นดินสูบจะเป็นอย่างไร แต่ที่อยากเล่าสำหรับประเทศไอซ์แลนด์คือจุดที่เรียกว่า แผ่นดินแยก ด้วยความที่แผ่นดินประเทศไอซ์แลนด์เป็นเกาะอยู่กลางทะเล มีรอยเลื่อนของแผ่นหินใหญ่ จำนวน ๓ แผ่น และแผ่นหนึ่งนั่นประเทศไอซ์แลนด์อยู่ตรงกลาง และรอยเลือนดังกล่าว เป็นรอยที่ยังปรากฏมาจนกระทั่งปัจจุบัน  ถ้าดูด้วยสายตาอาจเหมือนแผ่นดิน

ในช่วงแผ่นดินไหวและมีรอยแยกแตกถล่ม ก็เอาสิ่งที่เคยไปเห็นมาเล่าให้ฟังเสียหน่อยว่า เป็นอย่างไร

สิ่งที่อยากนำมาเล่าก็คงยังเหมือนเดิมคือประเทศไอซ์แลนด์ ที่คนไอซ์แลนด์เรียกว่า “ซิงเควลลิร์” ในฐานะที่ประเทศแห่งนี้บันทึกไว้ว่าเป็น “รัฐสภาแห่งแรก” และยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไอซ์แลนด์ รวมไปถึงถูกยกให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก มีรอยเลื่อนของเปลือกโลกที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทวีปยุโรป และอเมริกา พูดง่าย ๆ ก็คือประเทศไอซ์แลนด์มีสิทธิ์ที่ถ้าวันใดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดแรงๆ ประเทศไอซ์แลนด์ที่ตั้งอยู่บนยอดเข้าสูงในทะเลอาจแยกเป็น “ซีก” พูดแล้วก็ไม่อยากให้เกิดหรอกจ๊ะ เพราะว่าภัยธรรมชาติกับโศกนาฎกรรม เสียหาย ความตายของเป็นของคู่กัน ดังที่กำลังเกิดขึ้นในญี่ปุ่น ไม่เกิดแหละดีกว่า....


                (ทุ่งหญ้าในบริเวณ ชิงเควลลิร์)

                เล่าต่อเกี่ยวกับแผ่นดินแยกที่ไอซ์แลนด์

ซิงเควลลิร์ (Þingvellir)  มาจากภาษาไอซ์แลนด์ Þing แปลว่า สภา vellir แปลว่า ทุ่งหญ้า เมื่อรวมกันคงจะหมายถึงสภาที่ตั้งขึ้นในที่โล่งเป็นลานประชุมของชุมชนไอซ์แลนด์ในยุคแรก ๆ  ที่ชุมชนชาวนอร์ส ได้อพยพผจญภัยและมาตั้งถิ่นฐานยังบริเวณแห่งนี้  สถานที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญในฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์ (คนไอซ์แลนด์ว่างั้น)  โดยรัฐสภาหรือ อัลชิงกิ AlÞingi  ได้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.930  และต่อเนื่องมาจนถึง ปี ค.ศ.1789   ซิงเควลลิร์ (Þingvellir)  ตั้งอยู่ตรงรอยรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาป Þingvallavatn ซึ่งเป็นทะเลสาปตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์

ซิงเควลลิร์ (Þingvellir)  ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแผนที่ในประเทศไอซ์แลน อยู่ใกล้กับคามสมุทรเรกยาเนส(Reykjanes) และภูเขาไฟเฮนกิลล์(Hengill) 

ซิงเควลลิร์ (Þingvellir) เป็นจุดกำเนิดทางด้านประวัติศาสตร์ และทางด้านธรณีวิทยา เพราะเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของโลกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร และเป็นจุดเชื่อมระหว่างทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป  นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และมีความสำคัญที่นักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงไอซ์แลนด์แล้วต้องไปเที่ยว   อาจพูดได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของไอซ์แลนด์ที่ผู้เดินทางต้องมาเที่ยวให้ถึงอีกแห่งก็ได้ว่าได้

ซิงเควลลิร์ (Þingvellir)  เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไอซ์แลนด์  อันเกิดจากกฏหมายตามคำสั่งพระราชกฤษฎีกา ในค.ศ.1928  โดยกฏหมายระบุโดยสรุปว่า “ให้รักษาสิ่งที่ชาวไอซ์แลนด์เคารพหวงแหนเพื่อชาวไอซ์แลนด์  ทั้งจะเป็นสมบัติชาติไอซ์แลนด์ที่จะขายหรือจำนองมิได้”  ไม่รู้ว่าชาวไอซ์แลนด์จะต้องทะเลาะกับใครเหมือนประเทศไทยกับกัมพูชาไหม ที่ต้องรบกันเพราะ “มรดก” ร่วมที่แยกไม่ออกว่าของใคร แต่มีหลักแห่งดินแดนตามแนวคิดสมัยใหม่เป็นเครื่องชี้เขต ซึ่งก็คงยังไม่จบง่ายต้องขอบอกว่าเป็นหนังเรื่องยาวสำหรับ “เขาพระวิหาร” ระหว่างไทยและเขมร....

อ้าวเล่าเรื่องไอซ์แลนด์ ไหง๋วกมา “ไทยรบเขมร” ไปได้ ไอซ์แลนด์ต่อ ต่อ....คริ คริ

            

สำหรับซิงเควลลิร์ (Þingvellir)  

ถูกจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี ค.ศ.1930 เพื่อระลึกถึงว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็น “ที่ตั้งของสภา” เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของไอซ์แลนด์  นอกจากนี้พื้นที่รอบ ๆ  ทั้งในส่วนของทะเทสาป และธรรมชาติในบริเวณรอบ ๆ ก็ถูกขึ้นทะเบียนรวมอยู่ในอุทยานแห่งชาติด้วย 

ซิงเควลลิร์ (Þingvellir)   ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ว่าให้เป็นสถานที่อันเป็นมรดกของชาวโลก ในปี ค.ศ.2004  ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติแก่ชาวไอซ์แลนด์ด้วย 

สถานที่แห่งนี้ถูกจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เพราะจัดอยู่ใน "วงกลมทองคำ" ที่สำคัญของไอซ์แลนด์ แต่ไม่รู้จะเหมือนสามเหลี่ยมทองคำของไทยหรือไม่  ที่เจริญไปด้วยบ่อนกาสิโน ที่ส่งเสริมให้พี่น้องไทยเอาเงินไปถมให้เจ้าของ “เขา” เต็ม กระมัง

 โดยสถานที่ “วงกลมทองคำ” นี้ ประกอบด้วย ซิงเควลลิร์ (Þingvellir) น้ำพุร้อน Geysir ,Strokkur และไนล์แองการาไอซ์แลนด์ ที่ชื่อว่า Gullfoss ซี่งอยู่ในเส้นทางหลักและอยู่ในรัศมีที่ไม่ไกลกัน   ซึ่งทั้งสามแห่งที่เป็นหัวใจของการท่องเที่ยวไอซ์แลนด์  ซึ่จะเล่าให้ฟังตอนต่อไป  แต่ต้องรอติดตามจ๊ะ...

 (น้ำตก Gullfoss แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ )

จากจุด ซิงเควลลิร์ (Þingvellir)   ไปประมาณ 45 กิโลเมตร จะมีเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ชาวไอซ์แลนด์รู้จักกันเป็นอย่างดีที่เรียกว่าสเก้าโฮลส์ (Skoholt) ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของศาสนาคริสต์ (นิกายคาทอลิก) ในประเทศไอซ์แลนด์เมื่อ 1 พันกว่าปีที่ผ่านมา และปรากฏสถานที่ดังกล่าวอยู่ในธนบัตรใบละ 1 พันของไอซ์แลนด์ด้วย ถ้าแปลง่าย ๆ ก็คือประเทศที่เป็นเกาะ เมื่อมีการผจญภัยเข้ามาของนักเดินทางนอกเหนือจากการเดินทางเพื่อดำเนินชีวิตแล้ว ศาสนาและความเชื่อก็มีส่วนส่วนสำคัญไม่น้อย จึงเป็นที่มาของจุดเริ่มต้นของศาสนาในประเทศไอซ์แลนด์

       (Skoholt ที่ปรากฏในใบละ 1000 Kr. ของไอซ์แลนด์)

                แผ่นดินแยก แตกเป็นสองส่วนที่ไอซ์แลนด์ คงสะท้อนปรากฏการณ์ของโลกได้เป็นอย่างดีว่า ที่ใด ๆ ในโลกนี้ก็ไม่มีความแตกต่างหรอกจ๊ะ

                หมายถึง                สรรพสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แล้วเราจะมองการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

                ดีใจ เสียใจ หดหู่ สร้อยเศร้า

                หรือมองเป็นเพียงปรากฏการณ์ แล้วตั้งรับกับสถานการณ์ อย่างมี “สติ” เพื่อก้าวเดินต่อไปของชีวิต

                เพราะพรุ่งนี้รอให้ก้าวเดินอย่างนั้นไหม...?

                หรือเป็นอย่างอื่น....

                เราคงไม่บอกว่าต้องเป็นอย่างไร

                ท่านโปรดพิจารณาและคิดเอง.....

...................................


                   (รอยแยกของเปลือกโลก)


                (อีกมุมหนึ่งของรอยแยก)


                     (รอยแยก : ของเปลือกโลกระหว่างยุโรป กับอเมริกา)


        (ทางเดินที่ที่เชื่อมจุดสำคัญ ไว้สำหรับการเดินทางตามจุดชุมต่าง ๆ )

(ทางเดินชมสถานที่ของมรดกโลก แห่งไอซ์แลนด์)


               (รอยหินแยก แยกเป็นสองส่วน)


                    (มีน้ำตกให้ชมในบริเวณ ชิงเควลลิร์)

ป้ายที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก


นี่ก็ทางเดิน ซ้ายขวาคือรอยแยก

นักท่องเที่ยวที่ต้องใช้การเดิน ไปยังจุดต่าง ๆ

รูปแบบการประชุมสภา


โบสถ์คริสต์ ศาสนสถานอันเป็นของชุมชนแต่อดีต / และโรงแรมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว (ในบริเวณเดียวกัน)


จากมุมสูงมองเห็นโรงแรมที่พัก สำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์พักค้างแรม


ภาพการอพยพตั้งถิ่นฐาน ในยุคแรก ๆ


นักท่องเที่ยวอ่านประวัติ ความเป็นของสถานที่ ที่ให้ข้อมูลว่าเป็น "รัฐสภาพแห่งแรก"

หลักกิโล ที่บอกว่า Skalholt   49  KM จากสถานที่แห่งนี้ไป

ความพยายามของต้นไม้


ทะเลสาปที่มองเห็นได้ จากมุมสูง

จุดชมวิว จากมูมสูง


โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net