วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สิงห์เจ้าท่า ...ความฮาอย่างมีระดับ


สิงห์เจ้าท่า  ....ฟ้าเจ้า..เท (ฝนลงมา ..ทำไม)

 

ด้วยการที่ทีม สิงห์เจ้าท่า ไม่ค่อยจะได้ต้อนรับทีมใหญ่ ๆ อย่างเป็นทางการสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะทีม "กระต่ายป่า" เอ้ย "กระต่ายแก้วแววไว" ของเรา เนื่องจากติดปัญหาด้านความสัมพันธ์ของกองเชียร์มาหลายช่วงเวลา

 

ฟุตบอลนัดนี้ สโมสรการท่าเรือ เปิดบ้านต้อนรับสโมสรบางกอกกล๊าส ทีมแห่งฝั่งคลองรังสิต ในศึกฟุตบอล FA Cup ด้วยปัญหาด้านต่าง ๆ ทำให้แฟนบอลทีมเยือนจะเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเอง จึงมักจะเลี่ยงขอไม่มาชมการแข่งขันที่สนามจริง แต่ชมผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวีมากกว่า สำหรับในวันนี้ (อาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2554) กลับมีแฟนบอลทีม BGFC  จำนวนราว 1000 คนมาเยือนที่สนามนับเป็นจำนวนผู้ชมทีมเยือนที่มากที่สุด นับตั้งแต่เกิดเรื่องเกิดราวกันมาแต่คราวก่อน ๆ

 

หลังจากมีข่าวทีมท่าเรือแตก แฟนบอลท่าเรือบางส่วนก็สิ้นศรัทธา และคงหมดศรัทธาไปกับแฟนบอลที่เป็นนักมวยเก่าบางส่วน ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำสถิติ "ตะลุมบอล" กันด้วยดีเสมอมา คงจะลืมไปว่า ฟุตบอล เขามีไว้สำหรับ แข่งขัน แต่ถ้าเมื่อใดมี "ตลุมบอล" นั้นคือการตีกัน คนละเรื่องเลย กับ “ฟุตบอล”

 

ด้วยความเอือมระอาต่อแฟนบอลจำพวกนี้ คิดว่าทางด้านของสโมสรการท่าเรือเอง คงอยากจะ "ผละ" ภาพพจน์เก่า ๆ และอยากจะทำลายมันทิ้งไป หรือถ้าทำไม่ได้ ก็คงจะทิ้งสโมสรการท่าเรือไว้อย่างนั้น นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ยอมให้ทีมท่าเรือเสื่อมสลายไป เมื่อแฟนบอลบางส่วนทำให้ทีมต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง เสื่อมศรัทธาลงไป ย่อมไม่มีใครอยากจะมาเป็นผู้สนับสนุน และยินดีกับแฟนบอลนักเลง จึงอยากให้แฟนบอลของทุก ๆ ทีมได้ตระหนักไว้ว่า ถ้าเชียร์ไม่ดี หรือเกเรไป ทีมฟุตบอลสุดที่รักของท่านอาจล่มสลายได้ ดังนั้น ทำอะไรจึงขอให้คิดให้ดี อย่าทำตัวเหมือนเป็น “ปล่าเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งฆ้อง”

 

แต่เรื่องราวมันก็ผ่านไปแล้ว แฟนบอลบางส่วนของการท่าเรือ พยายามจะกอบกู้ศักดิ์ศรีแห่งกองเชียร์กลับคืนมา หรือแม้แต่ เจ้าหน้าที่สโมสรที่ยังรักและศรัทธา มีความผูกพันกับสโมสรการท่าเรือ เสมอมา เราจึงได้เห็นความพยายามของเจ้าถิ่น และโฆษกสนาม ซึ่งจะว่าไปก็แบบว่า เหมือน ฟุตบอล อบต. อะไรก็ไม่ปาน

 

เมื่อโฆษกสนามเห็นว่า กองเชียร์ของการท่าเรือ กระโดดโลดเต้น ปีนตาข่ายที่กั้นไว้ด้านหลังประตูก็ประกาศว่า

 

"กองเชียร์ด้านหลังประตู กรุณาอย่าโหนตาข่ายนะครับ เพราะเรายังผ่อนไม่หมด" ประมาณว่า...สโมสรฯ ไม่มีงบแล้วรู้ไหม แต่ฟังแล้วขำดี

 

การแข่งขันเริ่มขึ้นได้ไม่นาน ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก แต่ก็ยังดำเนินไปเรื่อย ๆ สโมสรการท่าเรือ ยิงประตูนำไปก่อน ท่ามกลางสายฝน แต่แล้ว บางกอกกล๊าสก็ตีเสมอได้สำเร็จโดยซารุตะ หลังจากนั้น น้ำเริ่มเจิ่งนอง และลูกบอลก็จะลอยเหมือนเล่นโปโลน้ำ การแข่งขันเลยต้องหยุดลง

 

ต่อมาเมื่อฝนตกหนัก น้ำท่วมสนาม ระหว่างนั้น จึงพักการแข่งขัน ทางสโมสรได้จัดเพลงไว้ให้เราฟังอย่างเช่น

 "สามัคคีประเทศไทย.....

 

มีความทรงจำดีๆ มีความสุขที่ใดๆ

จงบอกใครๆ ว่านี่คือแผ่นดินนี้

แผ่นดินอันเป็นตำนาน ผู้คนมียิ้มพิมพ์ใจ

จงบอกเขาไป ว่านี่คือแผ่นดินไทย

 

เรามีตะวันดวงเดียว ไม่มีพระจันทร์ดวงใด

สว่างสดใส เท่าเรามองจากมุมนี้

มุมที่มีใจแห่งรัก แห่งความเมตตาอารี

พวกเราน้องพี่ สามัคคีประเทศไทย...

 

นอกจากนี้ ยังมีเพลง "คนบ้านเดียวกัน" ที่ผมคิดว่า เขาตั้งใจจะเปิดให้ฟังอย่างแน่นอน เพื่อให้เราได้ผ่อนคลายและรู้สึกดีต่อกัน นอกจากนั้นยังเปิดเพลง "ศรัทธา" ที่สนามเรามักจะเปิดอยู่บ่อย ๆ แล้วเปิดวนไปวนมาจนไม่รู้กี่รอบ แล้วก็มีการร้องตามกันทั่วสนาม ก็นับได้ว่าเป็นบรรยากาศที่ดีอีกแบบหนึ่ง

 ยังไม่จบครับ ยังคงจัดรายการไปเรื่อย ๆ ตามด้วยเพลงของ ก๊อด จักรพันธิ์ ท่านโฆษกสนามได้บรรยายสรรพคุณของนักร้องไปพร้อมด้วย ก่อนที่จะจบด้วยการสรุปยอดขาย  "ผลงานชุดนี้สี่เดือนครึ่ง ยอดพุ่งไปล้านกว่า ๆ นะครับ เปล่าไม่ใช่ยอดขายหรอกครับ เป็นเพราะรถคว่ำ..." เอากับพี่ท่านสิครับ

เมื่อฝนเริ่มซา มีน้ำท่วมขังในสนาม เจ้าหน้าที่มาช่วยกัน รีดน้ำ บางคนแซวว่า กำลังไปหาซื้อไม้รีดน้ำอยู่ มีเจ้าหน้าที่สองคนรีดน้ำอยู่ตรงมุมด้านกองเชียร์ของ บีจี อย่างขมักเขม้น ทางโฆษกประกาศว่า

"สโมสรมีพื้นที่ก็มากมายหลายไร่ แต่มีเจ้าหน้าที่รีดน้ำกันอยู่ 2 คน..." ทำให้เราต้องปรบมือให้

แต่น่าสงสาร เมื่อรีดน้ำเสร็จ กลับตัดสินว่าไม่แข่งต่อ เพราะเส้นมองไม่เห้นนั่นเอง น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจรีดน้ำ ถ้างั้น ทำไมไม่ตรวจดูเส้นก่อน แล้วค่อยมารีดน้ำ  การแข่งขันนัดนี้เลยเลื่อนไปโดยไม่มีกำหนด  

 

ท่ามกลางสายฝนและน้ำท่วมสนามพอสมควร

ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ไม่รู้จะเป็นฝ่ายเดียวกับทางสโมสรการท่าเรือหรือเปล่า เปิดเพลงแนวนี้ครับ....

 

.ล่องเรือมาหารักสักคน

รวยหรือจนให้ใจรักแน่

เจ็ดน่านน้ำ แหละร้อยลำแคว

สอดส่ายตาแล หาหญิงรักจริงหนึ่งนาง.....

 

นี่จะเอาฮากันไปถึงไหน คงจะเป็นการสร้างบรรยากาศในสนามให้ครื้นเรงแบบเสี่ยว ๆ แต่ก็ได้ผลดีนะครับ

ต้องขอขอบคุณในความตั้งใจของเจ้าหน้าที่สโมสรการท่าเรือทุก ๆ ฝ่าย ที่พยายามจะทำอย่างดีที่สุดในการสมานฉันท์ และการเป็นเจ้าภาพที่ดีเพื่อสร้างภาพพจน์ใหม่ของทีมการท่าเรือ

 กลับมาถึงบ้านแวะกินก๋วยเตี๋ยวกับเปรียว  ช่วงนี้เห็นไปดัดฟันมา เลยกินอะไรไม่ค่อยถนัด ความจริงมันต้องไปดัดนิสัยมากกว่านะ  ชอบกวนดี.. ไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวในซอยหมู่บ้าน มีลูกค้าอยู่บ้าง เขาก็ทักขึ้นมาเลยว่า "ไปเชียร์บอลมาหรือเปล่า มีแข่งด้วยเหรอวันนี้" ผมก็ตอบไปตามมารยาท แล้วก็เดินไปซื้อน้ำที่ร้านขายของชำที่รู้จักกันมานาน เจ้าของร้านยิ้ม ๆ ทักว่า "อ๋อไปเชียร์บอลมา" เราเองก็คิดว่าเขาคงเห็นว่าเราใส่เสื้อเชียร์ปกติ กลับมานั่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยว กินไปกินมา มันเผ็ดเลยเอาทิชชูมาเช็ดปากเช็ดหน้า ...อ้าวตายละ...หน้าที่เราเพ้นไว้ยังไม่ได้ล้างนี่หว่า มิน่าละ คนทักกันทั้งซอย  แล้วไอ้น้องเปรียวมันก็หน้ามึนไม่บอกอีก  เลยไปหาน้ำมาล้าง ที่ไม่ได้ล้างมา เพราะห้องน้ำของสนามแพท ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่ครับ น้ำก็ไม่ค่อยไหล ควรปรับปรุงอย่างยิ่งยวด

อีกอย่าง ที่สนามนั้น ไม่ค่อยมีร้านขายอาหาร หรือของกิน ที่มันแบบว่า พอ "แหลก" ได้ นอกจากลูกชิ้นแล้ว ก็ไม่ค่อยมีอะไร ตอนไปถึง หิวก็หิว กะว่าจะหาอะไรกิน ได้ลูกชิ้นมา 4-5 ไม้ มันไม่จุใจ  ใครจะเหมือนสนามลีโอ ไฮโซทุกอย่าง


ขอบคุณกองเชียร์บางกอกกล๊าสที่สละเวลาไปดูแต่ยังคงต้องไปกันอีกครั้งนะครับ

 


















เรื่องแนะนำ

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net