วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องขี้ๆ ....... แต่ไม่ใช่ขี้ขี้


เรื่องขี้ แต่ไม่ใช่ขี้ๆ

         ผมได้มีโอกาสที่ดูบันทึกการแสดงเดี่ยวของ  โน๊ต อุดม แต้พานิช ผม อดขำไม่ได้เมื่อพูดถึงเรื่อง  “ขี้” และมามองดูตัวเอง ณ ที่อยู่ที่ประเทศปาปัวนิวกินี  ผมมาทำงานด้านก่อสร้าง เช่นเดียวกับทำที่ประเทศดูไบ  อาจจะข้ามชอตไปนิดหนึ่ง หรือข้ามไปข้ามมา  ขอให้จินตนาการตามแล้ว คิดว่าเป็น หนังรักที่มีภาพอดีตและภาพปัจจุบันควบคู่กันไปแล้วกัน...แต่หนังเรื่องนี้อาจจะไม่มีบทหวานแวว หรือ เลิฟซีนให้เกิดจินตนาการยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศแต่อย่างใด.....หรือจะเป็นหนังรักใสๆ แนวเกาหลี ที่ทำให้คนไทยติดกันงอมแงมยิ่งกว่าติดหวัดเสียอีก...เอาเป็นว่าชื่อตอนนี้เรียกว่า “ขี้ใสๆ ของนายกระจอก”

         ผมได้ย้ายมาทำงานที่ประเทศปาปัวนิวกีนี ตามที่เคยเล่าให้ฟังเรื่องในตอนเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่ครั้งนี้ขอนำเข้าไปเรื่อง”ขี้” มาพูด  ซึ่งอาจจะต่างอารมณ์ ความรู้สึกพอสมควร...บางคนอาจคิดว่าเรื่องขี้ไม่สำคัญ   บางคนอาจคิดว่าคุณขี้ที่ไหนก็ได้ เมื่อใจอยากขี้  

          คุณเคยไหมเวลาไปไหนมาไหน  หรือสถานที่ใดก็ตามมักจะต้องขี้.....เหมือนแสดงให้เห็นว่า ฉันมาเหยียบถิ่นแล้ว

           คุณเคยไหมขณะรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย...แต่กลับปวดขี้  แทบจะเอาอาหารที่กำลังเอร็ดอร่อยเข้าไปทานต่อพร้อมขี้

           คุณเคยไหมขณะกำลังขี้ แล้วมีโทรศัพท์เข้ามา...เวลาพูดไป กลิ่นขี้เข้าปากไป ไอ้คนที่โทรมาก็ไม่ยอมว่าง ครั้นจะบอกว่ากำลังขี้อยู่ก็เสียมารยาท

           คุณเคยขี้แล้วแสบก้นไหม หรือขี้แล้วทรมานต้องบิดตัวไปมา หรือเอายันฝาผนังไว้ เหมือนคนจะคลอดลูก (ไม่มีประสบการณ์แต่ดูจากภาพยนตร์) ....ผมคิดว่าทุกคนคงเคยผ่านประสบการณ์เรื่องขี้มาหลายรูปแบบ..แล้วประสบการณ์ใหม่ที่ไม่น่าจะเกิดกับผม.....ให้คุณนึกภาพก่อนนะครับว่า ผมมาทำงานก่อสร้าง แล้วที่พัก ห้องน้ำ จะอยู่กันแบบไหน เราอยู่รวมกันเกือบร้อยชีวิต ห้องน้ำมีแยกระดับ แยกเชื้อชาติ  ไม่แยกหญิงชาย เพราะส่วนมากงานก่อสร้างมักไม่มีสาวๆ มาให้เชยชม  ถ้ามีจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่เป็นดาว ก็อาจจะต้องเสียดาวกันไปข้างหนึ่ง......

            การขี้  บทบาทสำคัญต้องเป็นห้องน้ำ...ห้องน้ำที่ที่ผมทำงานอยู่  จะจัดแบ่งเป็นห้องๆ โดยใช้ไม่กระดานกันเป็น ห้องแบบง่ายๆ ดูจากภายนอกไม่ขี้เหร่เท่าไหร่นัก คิดเสียว่าเป็นห้องน้ำบรรยากาศชายทะเล  เพราะห่างจากชายทะเลประมาณสัก 20 เมตร ส่วนหลังคามุงด้วยสังกะสีตีปิดแบบง่ายๆ  รวมห้องน้ำสำหรับใช้ทำธุรกรรมหนักๆ  ส่วนห้องอาบน้ำมีอีก  5 ห้อง แล้วเกิดอะไรขึ้น.....

            ผมทำงานาอยู่ นายช่างเยอะเต็มไปหมด ทั้งวิศวกร ทั้งซุปเปอร์ในระดับต่างๆ มากมาย แถมมีช่างไม้ช่างปูน เยอะไปหมด เดินกันให้ขวักไขว ในที่ทำงาน ประสบการณ์ล้วนแล้วทำงานจากต่างประเทศมากันหลายปี เรื่องห้องน้ำแค่นี้คงเป็นเล็กๆ สบายๆ  คาดหวังไว้อยู่แล้วว่าห้องน้ำแม้แต่จะเล็กไปหน่อย แม้ว่าจะใช้วัสดุอุปกรณ์แบบง่ายๆ ก็ตามที ยังไงต้องสะดวกในการนั่งทำธุรกรรมส่วนตัว เพราะในการทำถนน ในการสร้างสะพานยังมีการดีไซน์ มีการคำนวณค่า การวัดระดับ การวางแนวอย่างแม่นยำ.....

            ลืมบอกไปนิดหนึ่งว่าผมอยู่ในระดับคนงานทั่วๆ ไป ใช้ห้องน้ำร่วมกับคนงานเหมือนๆ กัน แต่บางครั้งอาจจะมีแอบไปเข้าห้องน้ำในระดับ VIP อยู่บ้าง  ผมต้องแฝงตัวเองเข้ากลุ่มกับคนงาน  เหมือนมาวิทยานิพนธ์เล่มเอกของผม  จากเคยใช้ห้องแบบชาววัง (คือถ่ายในป่า แบบวังเวง)  เมื่อแฝงตัวมาแล้ว ต้องทำหน้าที่ เพื่อให้วิทยานิพนธ์เล่มนี้เสร็จเป็นรูปเล่มให้ได้ .....

           ห้องน้ำ...อ่ะ เรียกว่าห้องส้วมแล้วกัน ชัดเจนกว่า เมื่อเรามาทำงานเราต้องทำตัวกลมกลืนกับทุกๆ คนให้ได้ ต้องไม่ให้เขาจับติดได้ว่า เชื้อชาติพันธ์เรามาจากไหน  เดี๋ยวภารกิจเราจะไม่สำเร็จ   ห้องส้วมที่บอกว่ามี  5 ห้องคงจะเป็นเรื่อง ธรรมดาๆ แต่มันไม่ธรรมดา....จากการออกแบบดีไซน์ ของระดับ engineer ที่นี้ ผสมรวมกับการเอาวิชาด้าน สถาปัตยกรรม แนวคิดใหม่ๆ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน....โดยธรรมชาติของคนไทยโดยทั่วไป เราจะถนัดมือขวา  ใช้มือตักน้ำมือซ้าย ส้วมนั่งยอง หรือชักโครก คนไทยน่าจะใช้เป็นกันเกือบทุกคน  ส้วมที่ออกแบบมา จะมีนั่งยอง 3 ห้อง  และชักโครก  2 ห้อง.....

             การออกแบบการใช้....น่าจะเป็นผู้มีจินตนาการสูงพอสมควร เอาโถนั่งยองก่อน เมื่อคุณเข้าห้องน้ำไปปับ สิ่งแรกจะต้องมีถังใส่น้ำอยู่ข้างขวา และมีขันน้ำ ไว้ตักล้างก้น แต่ที่นี้จะเป็นตรงกันข้ามกันหมด ถังน้ำจะอยู่ซ้าย ขันน้ำคือ ชาม หรือถ้วยพลาสติก  ครั้งแรกที่เข้าไปนั่งถ่ายยังก็ต้องยอมแล้ว เพราะเข้าชะตากรรมแล้ว  พอเริ่มถ่ายเสร็จขั้นตอนที่ยุ่งยากเริ่มมาถึง ต้องใช้มือซ้ายตักน้ำ แล้วสลับมามือขวา เพราะหากใช้มือขวาเอื้อมตักน้ำจะมีการเอี่ยวตัวผิดธรรมชาตินิดหนึ่ง หรือถ้าแขนสั้นจะไม่ถึง  แล้วทำไมไม่เลื่อนถังน้ำมาไว้ขวา เพราะก๊อกน้ำอยู่ซ้าย ส่วนถังน้ำที่ว่าทำมาจากปูน ไม่สามารถเลื่อนได้ ปากแคบมาก เวลาตักน้ำต้องใช้วิทยายุทธนิดหนึ่ง เพื่อตะแกรงชามลงไปตัก เพราะไหนจะติดก๊อกน้ำ ไหนจะติดปากถังเป็นที่แคบๆ ตักขึ้นมาจะได้แสนลำบากและทำยังไง เอาล่ะ ... ยังไงต้อหาวิธีเอาตัวรอดให้ได้

          ตักน้ำมือซ้ายด้วยความระมัดระวังเพื่อให้ได้น้ำมามากที่สุด   ส่งผ่านไปมือขวา เอาน้ำสาดมือซ้ายล้างปาบ น้ำหมดชาม มือซ้ายยังเปื้อนขี้  จะส่งชามตักน้ำกลับไปมือซ้ายคงทำไม่ได้ หรือจะเอามือซ้ายจุ่มน้ำไปเลย แล้วทำตามจังหวะเดิม ซ้ายตัก ส่งขวา สาด แล้วซ้ายปาดก้น คงไม่ดี .......งั้นใช้วิธีกลับหลังหัน  อาจจะทุลักทุเลหน่อยแต่น่าจะเป็นทางออกทางหนึ่ง   หรืออีกทางคือ เอี่ยวตัวตัก ยกก้นขึ้นนิด  ถ่ายน้ำหนักไปขาซ้ายแล้วใช้มือขวาตักน้ำ เมื่อยนิดหนึ่ง หรือไขข้อพลิกได้ ที่จะเป็นจังหวะอีก  step หนึ่ง ยกก้น เอียงซ้าย เอี่ยวตัว หมุนมาทางซ้าย จ้วงตัก ประคองน้ำขึ้นมา เอี่ยวกลับ นั่งยอง น้ำสาด ซ้ายปาด มีจังหวะการ movement  มากขึ้น  ผมจึงเลือกหาทางออกโดยใช้วิธีนี้.....และเมื่ออยู่นานๆ เข้าผมเริ่มมีความชำนาญมากขึ้น และทดลองมาทุกห้อง ซึ่งการออกแบบมีลักษณะเดียวกันหมด......ลองจินตนาการ และลองนั่งทำดู จะได้แนวทางการออกกลังกายแนวใหม่....

           ด้วยความอยากรู้อยากลอง มำถึงห้องน้ำแบบชักโครก เป็นการดีไซน์ อีกแนวหนึ่ง  สายยางฉีดน้ำอยู่ด้านซ้ายมือ ชักโครกมีการจัดวางให้ชิดด้านขวา เมื่อหันหน้าออกประตู  เมื่อนั่งชักโครกขาซ้ายจะฝาผนัง ส่วนขาซ้ายจะกางออกได้ตามสะดวก เว้นระยะสายน้ำกับชักโครกสามารถเยียดแขนได้ การกระดิก สั่นขา ทำได้เฉพาะขาซ้ายเพราะจะมีพื้นที่วาง ถ้าหากนั่งตามรูปชักโครก แต่ถ้าสบายทั้งสองขา ต้องนั่งเอียง 45 องศาไปทางซ้ายจะโอเค เมื่อถ่ายแล้วจะทำอย่างไร เมื่อถนัดขวา และสายน้ำอยู่ซ้าย  เมื่อเมื่อทำธุรกรรม บนชักโครกเสร็จ ขั้นตอนการจ่ายน้ำมาถึง สายน้ำที่ดึมาแล้ว เกือบสุดสาย ดึงด้วยมือซ้าย ปาบ ส่งมามือขวา เวลาล้างจะต้องล้างจากข้างหลัง มือซ้ายกับมือขวา จะมีการไขว้กันอยู่ และอาจจะต้องมีการขยับก้นเอียงซ้าย เพื่อรองรับกับสายน้ำจากด้านซ้าย อาจจะมีการติดขัดเล็กน้อยในช่วงแรก เพราะมือจะไขว้กัน ไหนต้องขยับก้นเพื่อเล็งเป้า ช่วงแรกอาจจะฉีดไม่ตรง หรือไม่ถูกจังหวะ แต่หลังจากนั้นผมก็ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญจนได้  ขยับก้นมาทางซ้ายนิดหนึ่ง มือซ้ายจับสายฉีดน้ำส่งให้มือขวา ยกก้นขึ้น แล้วเล็งไปที่เป้าหมาย อัดฉีดตามความต้องการได้อย่างถนัด.....

            ห้องส้วม...แต่ละห้องหากเราเข้าพร้อมๆ กัน เราจะมีการประสานเสียง ตามแต่พละกำลังปอดของแต่ละคน มีทั้งเสียงทุม เสียงแหลม เสียงแหบ แห้ง แบบมีเสน่ห์  ปูดปูด! ปาดปาด! ปุม! ปัม! ปี๊ด! แปด! แพรด!  ปุงแช!  งึมงัมให้เป็นจังหวะเพลงในใจ เพราะไม่ฉะนั้นกลิ่นจะรอยเข้าปากได้  และเราจะแยกแยะไม่ออกว่าอันไหน คือกลิ่นของเรา  และจะไม่สามารถสำรวจสุขภาพของระบบทางเดินอาหารของตัวเองได้

            การใช้ห้องส้วม มีข้อดีอยู่อย่าหนึ่งเราจะสามารถสังเกตพฤติกรรมของคนเข้าก่อนหน้าเราได้  ว่าพื้นฐานครอบครัวเป็นอย่างไร มีอยู่วันหนึ่ง ..........มีน้องที่ทำงานทุกคนให้ฉายาว่า  ไอ้น้อยจอมปากมาก....กินก็บ่น ขี้ก็บ่น นอนก็บ่น ทำงานก็บ่น...ตามประสาของเด็กหนุ่ม  อยู่ในวัยกำลังพูด....วิ่งมาแต่ไกล.......

........พี่ๆๆๆๆๆๆ    หลบหน่อย หลบหน่อย ผมปวดขี้มาก ไม่รู้ทำไมคนเรา กินแล้วต้องขี้ เมื่อตอนเช้า พยายามขี้แล้ว ไม่ยอมออก แต่พอกินเข้าปับ ออกทางตูดปับ  ...บางครั้งไม่อยากจะขี้  บางที่เลือกไม่ถูกว่า จะไปขี้ก่อน หรือจะไปกินข้าวก่อน การขี้ถ้าได้บุหรี่สักตัวคงดี....พี่มีสักตัวไหม...

....อ้าวแล้วไหนบอกปวด ขี้มาก งัยไม่รีบไปว่ะ......

ครับ...งั้นผมไปขี้ก่อน ....ไอ้น้อยวิ่งพวรดพราดเข้าห้องน้ำไป ....วิ่งกับออกมาเสียงดังลั่น.....

.....อ๊วก อ๊าก โอ๊ก โอ๊ก  ....หน้าแดงกร่ำ ....เป็นไรไอ้น้อย  .....ไม่ขี้แล้วหรือ..ไม่แล้วพี่ผมขี้ออกทางปากเรียบร้อยแล้ว..........อ้าวทำไม...พี่ไปดูเองในห้องน้ำ....มีระเบิดต่อยอดเต็มโถส้วมเลยพี่....แล้วตามด้วยคำด่าทอต่างๆนานา

.....ผมรีบสวนกลับว่า....เราอยู่กันแค่นี้...คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครไม่รักสะอาดกันหรอก  อย่ามาพูดมาก  ดื่มเหล้ามาแล้วแฮงค์ หรือป่าว.. ไอ้น้อยยังทำปาก อึม อัม อุบบะ อุบบะ อาเจียนอย่างต่อเนื่อง....ด้วยความเชื่อมั่น เดินเข้าไปสำรวจตามคำเรียกร้องของไอ้น้อย....ไหนๆๆๆๆๆๆๆ ผมทำเสียงดังอย่ามั่นใจ...

....เปิดประตูเข้าไปป๊าบ  !  ระยะประตูห้องน้ำ กับโถชักโครกอยู่ห่างจากประตูเพียง 1 ก้าว...ผมเดินกลับมาด้วยความโกรธไอ้น้อย....ที่พูดดูถูกคนไทยด้วยกัน ...ผมเรียกไอ้น้อยเสียงดัง....ไอ้น้อย!   แล้วตามมาด้วยเสียง  โอ๊ก อ๊าก โอ๊กอ๊าก ตามมาติดๆ กับน้อย สลับสับเปลี่ยนกัน...และต่อว่าทันที ......ไอ้น้อยทำไมไม่ห้ามพี่ว่ะ ......

และมีบางเรื่อง เป็นเรื่องแปลกใจ  ที่เรื่องบางเรื่อง มักคล้ายกลับที่โน๊ต ได้เดี่ยวโชว์ไว้  ....ด้วยความปรารถนาดีของผม...หาซื้อขันน้ำมาได้  เพราะประเทศการหาซื้อขันมาได้ เป็นเรื่องยากมาก....ได้ขันมาดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบเอาไปแจกให้แต่ละห้อง แต่ผมกลัวว่าขันจะหายเลย เลยผูกเชือกไว้.....แล้วก็เกิดขึ้นจริงๆ ขันน้ำที่หาซื้อมาให้ หายไปหมด ทุกห้องไม่มีเหลือ......

          พี่ๆ ....คราวหลังพี่ต้องเจาะรูขันน้ำด้วยนะ อาจจะไม่หาย...ไม่รู้ว่าเอาขันน้ำไปไหน ....หรือว่าเอาไปตักน้ำฝนดื่ม  หรือเอาไปทำขันล้างหน้า  หรือเอาแทนแก้วเหล้า...ผมคิดไปต่างๆ ว่าขันน้ำหายไปไหน เอาทำประโยชน์ผมจะไม่ว่ากันเลย  แล้วจะหาขันใหม่มาให้....จะหามาให้ดีกว่าเดิม........

 

โดย Katig

 

กลับไปที่ www.oknation.net