วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จุดเปลี่ยน....ก่อนถึงสวรรค์ที่ดูไบ


จุดเปลี่ยน....ก่อนถึงสวรรค์ที่ดูไบ

            ในขณะที่เรากำลังนั่งอยู่บนครื่องบินที่กำลังนำไปสู่ดูไบ  ด้วยหมกหมุ่นอยู่กับความคิดตัวเอง ทั้งเรื่องในอดีต และอนาคตที่เราต้องเผชิญข้างหน้า  กับงานที่ต้องเริ่มต้นใหม่ที่ดูไบ....ทุกอย่างมันพุ่งพล่านเต็มในหัวสมอง...

.....เหมือนเรากำลังฉายภาพหนังให้กับตัวเองดู....ทุกอย่างตัดต่อและเป็นไปอย่างรวดเร็ว...เหมือนมีมืออาชีพ ระดับฮอลิวูดมาช่วยในการตัดต่อ...แม้จะเป็นภาพนิ่ง..ซึ่งมีตัวเราเป็นทั้งดารานำ...กำกับการแสดง ..จัดฉาก...จัดหาอุปกรณ์ประกอบฉาก....พร้อมกับการเขียนบทฉากต่อฉากแบบสดๆ ...และสร้างจินตนาการถึงตัวละครที่เราจะพบในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า สถานที่ รวมทั้งบรรยากาศของออฟฟิศที่ทำงาน และพลาดไม่ได้ที่จะวาดภาพฉากเลิฟซีนสวย กลางทะเลทราย แม้จะร้อนระอุเพียงใด......ฉากหวานกำลังถูกวาดอย่างบรรจง เพื่อให้เกิดเป็นที่รักโรแมนติก  แต่ต้องหยุดชะงัก...ทำให้ภาพนั้นดูเลือนลาง...เพราะสายตาคู่หนึ่งของ....

            ....หนุ่มวิศวกรที่เดินทางมาด้วยกัน...ซึ่งคงเฝ้าสังเกตเราอยู่เป็นระยะ  โดยมองผ่านแว่นเป็นครั้งคราว....ปานว่าเราเป็นผู้หญิงแสนสวย หน้าตาเกาหลี.......ส่วนสาวเกาหลี ผู้มีความโดดเดี่ยวอยู่ในใจเป็นทุนอยู่แล้ว....คงจะละเมอเพ้อพกและรำพันอยู่คนในใจ ตามแบบฉบับละครวิทยุที่มีเสียงเอ็กโขแสดงถึงความคิดของตัวเอง.....

            “ทำไมเรารู้สึกเหงา และสับสนกับความคิดตัวเองเช่นนี้ ทำไมเราตัดสินใจมาทำงานห่างไกลบ้านเกิดขนาดนี้ ทำไมต้องจากเพื่อน ทำไมต้องจากเจ้าหนี้มา.....เจ้าหนี้เขาจะตามทวงเงินเราถึงดูไบหรือไม่ แล้วเจ้าหนี้เขาจะล่วงรู้เบอร์โทรศัพท์ใหม่ที่ดูไบหรือป่าว  คำถามว่า ทำไม ทำไมเต็มหัวสมอง.....แล้วทำไมหนุ่มวิศวกรเขาจ้องมองเราเช่นนั้น.....”

            ....แต่เราได้แอบกระหยิมยิ้มหย่อง อยู่ในใจแล้ว เพราะเราได้สืบทราบประวัติของเขาในเบื้องต้นก่อนแล้ว ชื่อ นายช่างพอ (ชื่อช่างออกแนวเฉยๆ สิ้นดี) แต่งงานมีภรรยาแล้ว (แต่งงานแล้วก็ต้องมีภรรยาสิ..ว..) เพราะความคิดเรากลัวๆ และสับสน จึงทำให้ เรียบเรียงคำพูดผิด ๆ ถูกๆ มีบุตรชาย  2  คนซึ่งอยู่ในวัยน่ารัก และช่วงกัดกินเงินพ่อแม่....ส่วนภรรยาได้ข่าวมาว่าเป็นคนที่มีความละเอียด แต่แขวงด้วยความคนดุดัน เข้มงวด และอยู่ในระเบียบ ยิ่งเรื่องการเงินจะจัดระเบียบให้สามีเป็นอย่างดี....

            “นายช่างพอ คนนี้ประวัติส่วนตัวคงไม่ใช่เล่นๆ ถึงภรรยาจะต้องเข้มงวดและจัดระเบียบขนาดนี้ เมื่อได้ทำงานที่ดูไบจะรู้กันว่าประวัติเป็นเช่นไร”....แอบคิดอยู่ในใจ

ด้วยความกลัว...ว่าเขาจะตั้งคำถามเราตอบไม่ได้ เราควรจะถามเขาก่อนดีหรือไม่...ในใจคิดว่าน่าจะถามถึงเรื่องครอบครัวเขา หรือชวนคุยถึงภรรยาของเขา เพื่อเขาจะได้ภูมิใจและเล่าให้ฟัง......เราต้องยิงคำถามเพื่อคุยกับเขาก่อน เพื่อไม่เขาได้เปิดโอกาสตั้งคำถามกับเรา...เพราะเกิดเขาตั้งคำถามมา เราตอบไม่ได้ หน้าตาเราที่สู้อุตสาห์ลงทุนขัดด้วยขมิ้นซองละ 12 บาท หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โลชั่นเพื่อหน้าขาวใสที่สั่งซื้อโดยตรงจากเพื่อนโดยยังไม่ได้จ่ายสตัง แป้งเด็กกระป๋องละ  10 บาท ทำทุกวิธีทางเพื่อเราได้ดูเป็นเด็กวัยใสๆ ดูอ่อนกว่าวัย เพื่อทุกคนได้เห็นใจว่าเป็นเด็กใหม่เข้าวงการ ยังดูไร้เดียงสา เพราะหากเราตอบคำถามไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานก่อสร้าง หน้าตาของเราที่อุตสาห์ลงทุนทำมาก่อนเดินทาง คงจะต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ เป็นแน่.........และจะหาขมิ้นที่ไหนเมื่อถึงดูไบ....

และทันใดนั้น....ก็มีมือที่มาจับบ่าผมเบาๆ  สัมผัสได้ถึงมือที่หยาบกร้าน และแข็งกระด้างของเขา (ผมไม่ได้ถอดเสื้อนะ)  ไอร้อนที่ส่งผ่านจากตัวเขา ผ่านมาทางลำแขน ผ่านมาติดตรงข้อศอก ระยะหนึ่ง เพราะแขนเขาไม่สามารถเหยียดตรงได้ ไอร้อน เมื่อถูกชะลอความเร็วกลับกลายเปลี่ยนเป็นไออุ่น วิ่งมาสู่ปลายนิ้ว และผ่านเสื้อเชิ๊ตบางๆ จนทำให้เรารู้สึกได้ถึงความอบอุ่น.....ทำให้เราเกิดจินตนาการไปว่า  ผู้ชายคนนี้แหละ ที่จะช่วยเราให้ผ่อนหนักเป็นเบาถ้าหากเราปัญหาการทำงานในวันข้างหน้า.....เราเริ่มคิดฝากความหวังไว้กับเขาทันที แม้เพียงเป็นช่วงเวลาอันสั้น....ที่เราหายใจออก...และยังไม่ทันหายใจเข้า.........ความคิดของเราเริ่มไปไวกว่าแสง...

คุณ.คุณ...เป็นไรหรือป่าว ...น้องเขาถามคุณอยู่นานแล้ว...ว่าจะรับเครื่องดื่มอะไร..คุณไม่ยอมตอบ......ช่างพอพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ และมีความทุ้มของเสียงในระดับที่ไพเราะหู...ดูเป็นคนน่าเกรงขาม..และมีเสน่ห์ในฉบับของผู้ชาย ที่มาดเป็นพระเอกสมัยสมบัติ หรือสรพงศ์.....ด้วยน้ำเสียงที่ผ่านเข้าในโสตประสาทของผม โดยผมไม่ได้ใส่ใจถึงคำถามแม้แต่นิดเดียว ...เพราะทำให้ผมเกิดจินตนาการต่อไม่หยุดนิ่ง....กับเสียงที่นุ่มและบาดลึกที่เขาพูดเพียงไม่กี่คำ บวกกับไออุ่นที่เขายังส่งผ่านท่อนแขน ตีลงไปศอก วิ่งหักมุม ผ่านเส้นเลือดที่มองไม่เห็น เพราะเมื่อดูจากลำแขนที่เป็นรูปตัววี  ที่พาดมาที่บ่าผม เขาเป็นคนดูมีน้ำหนักพอสมควร.....

นิ้วทั้งห้านิ้ว....ที่อวบ ดูจากแหวนที่ใส่ ซึ่งน่าจะเป็นแหวนหมั้น ที่เหมือนกำลังถูกเนื้อเบียดบัง และต้องการให้เป็นเนื้อเดียวกัน ตามลักษณะของบุคคลที่รักษาน้ำหนักไว้  แบบฉบับของผู้มีอันจะกิน ดูภูมิฐานในช่วงกลาง คือ มีส่วนท้องยื่นออกมา สมกับอายุ ฐานะและประสบการณ์ ...นิ้วทั้งห้านิ้วบีบลงที่ไหล่ผม...ผมหันหน้าไปตามแรงกดของนิ้วทั้งห้า (เป็นช่วงเวลาที่สังเกตเห็นตั้งแต่ปลายจนถึงปลายเท้า) ...อ้าว...คุณ คุณ คุณครับ จะรับอะไร ครับน้องผู้หญิงเขาถาม...และผมรอคุณอยู่...เสียงเพิ่มดีกรีของความดุดันขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง......ผมหันกลับไปตามเสียงของสาวแอร์ฯ  รับหรือเบียร์ หรือไวน์ดีค่ะ.........ผมใช้วิชาคำนวณ ตระ-กะ ในช่วงเวลาอันสั้น...ควรจะรักษาภาพพจน์ของคุณหนู ที่เพิ่งห่างจากคุณหญิงย่ามามาดๆ เอาไว้ หรือเป็นตัวของตัวเองตามสไตล์ของเด็กรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออกในทางที่ผิด......เราเริ่มไม่มั่นใจและลังเล....

......น้องครับ เอาเบียร์ มาสองเลยแล้วกันครับ....Supervisor หนุ่มออกปากสั่งให้เรียบร้อย...ซึ่งยังคงรักษามาดของเขาได้อย่างคงที่...เพราะไม่สามารถขยับอะไรไม่ได้มาก เพราะยังคงติดเข็มขัดที่รัดอยู่ภายใต้หน้าท้องที่ภูมิฐาน....ของเขา....

...เมื่อเราเริ่มเปิดเบียร์ ....แล้วสาดเบียร์เข้าลำคอ...โดยไม่ได้รักษาสมบัติของผู้ดีอีกต่อไป....วงสนทนา เรียกว่า ข้างสนทนา เริ่มเปิดฉากขึ้น....และเป็นช่วงที่ผมต้องชิงจังหวะ..และไม่เปิดโอกาสให้เขายิงคำถามมาใส่เราเป็นอันขาด....

ผมเริ่มเปิดคำถามก่อน...คุคราบ คุคราบ  คุพอ คุพอ...คุณพอ –รือยังคับ เบียร์....ผมตั้งคำถามไม่ถูกกาละนักไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี จะถามเรื่อง ภรรยา หรือ ลูก หรือจะชวนคุยเรืองไหน เพื่อให้การสนทนามีความราบรื่น......ไม่มีเสียงตอบแต่อย่างไร เพราะผมอาจจะตั้งคำถามเบาเกินไป... หรือการใช้เสียงจะมีความเป็นแนวใหม่  แบบพูดไม่ชัดถ้อยชัดคำ...

อ๋อ...ครับ (เหมือนเขาได้ยินบางสิ่งที่คิดอยู่ในใจ) ...ไม่รับแล้วครับ..ผมต้องการดื่มเพื่อไล่หวัด เพราะผมไม่ค่อยสบาย (เบียร์เนี่ยนะไล่หวัดได้  เวลาไปซื้อยาแก้หวัดตามร้านค้า หรือไปหาหม้อ ทำไมไม่มีใครเคยบอกเราบ้างนะว่า.....เป็นหวัดธรรมดา...ไปซื้อเบียร์ดื่มสักกระป๋องเดี๋ยวก็หาย แต่ให้ดื่มครั้งละ 1 กระป๋อง วันละสามเวลา เช้า เที่ยง เย็น  หรือทุกๆ 6 ชั่วโมง หากอาการไม่ดีขึ้น ให้เพิ่มปริมาณเบียร์ หรือสุดท้ายอาการยิ่งทรุดหนัก หมอจะเปลี่ยนเป็นวิสกี้ หรือบรั่นดีแทน.....ผมคิดในใจ).....วิศวกรหนุ่มเริ่มแสดงความรู้รอบตัวที่เขามี...ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา....เราสนทนาไปเรื่อยๆ...ซึ่งส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานที่เคยผ่านมา.......เหมือนภาพถ่ายภาพยตร์ที่คนสองคนคุยกันเรื่อยๆ แล้วกล้องหมุนเป็นวงกลม ภาพของคนสองคนคุยกัน แต่ไม่มีเสียงบรรยาย....

.....และผู้ชายในวัยนี้...คงหนีไม่พ้นเรื่องครอบครัว...ที่แสดงความชื่นชมภรรยา..และเราเองก็อดปลาบปลื้มไปด้วยกับเขาไม่ได้  ....เหมือนเอาตัวเข้าไปเป็นคนใช้ที่บ้านเขา....พูดถึงลูกเขา เราก็ยิ้ม....ประหนึ่งเหมือนเป็นแม่นมที่เคยป้อนข้าวป้อนน้ำมากับมือ.....เราแทบน้ำตาไหลเวลาเขาพรรณาถึงตอนลูกไม่สบาย...เหมือนสายใจที่มีต่อลูกนม (เขาเรียกว่าอะไร...) จะขาดออกจากกัน... แล้วเราจะพูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเราให้เขาได้รู้จักบ้าง...ให้เขาได้ประทับใจ และซาบซึ้งไปกับเรา.....คิดไม่ออก ไม่คำบรรยายใดๆ เป็นซับไตเติ้ล ให้เป็นไกด์ ให้เรา.......

คุณ...ไม่ต้องกังวลเรื่องงานหรอก (ป่าวเรื่องงาน) .....หากมีอะไร หรืองานที่จะไปทำติดขัด มีปัญหา ยังไงผมช่วยคุณด้วยไม่ต้องห่วง...คุณเคยทำงานกับญี่ปุ่นหรือยัง.........

??????? แล้วจะเกิดอะไรขึ้น...ทำไมตั้งคำถามเช่นนั้น........

 

โดย Katig

 

กลับไปที่ www.oknation.net