วันที่ พุธ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปเมืองจีน...ไปเมืองอู๋ซีไหว้พระใหญ่หลิงซาน ตอนที่ 1


ใกล้จะถึงวันอาสาฬหบูชากับวันเข้าพรรษาแล้ว เลยต้องรีบมาโพสต์ต่อค่ะ

เพราะเราได้ไปเที่ยววัดไหว้พระกันค่ะ ไปไหว้พระใหญ่หลิงซาน

ผลจากการที่เราทำงานกันจนเย็นในวันที่ 2 ทำให้เรามีเวลาว่างอย่างเหลือเฟืออีก 2 วัน

เช้าวันที่ 3 ของการเหยียบแผ่นดินจีน เราต้องตื่นเช้าสักหน่อยเพราะต้องเดินทางไปเมือง อู๋ซี  (wuxi) อีกประมาณ 2 ชม. โดยทางบริษัทฯ ได้จัดรถไปส่งเราที่โรงแรม Courtyard-Marriolt

อู๋ซี อยู่ติดกับทะเลสาบไท่หู ทะเลสาบขนาดใหญ่อันดับสามของจีนในมณฑลเจียงซู แปลว่า "ไม่มีดีบุก" (เพราะถูกขุดไปหมดแล้ว) เป็นเมืองอุตสาหกรรมและก็เป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย มีฉายาว่า "ซ่างไห่น้อย"

เราไปถึงเมืองอู๋ซีประมาณ 10 โมงเช้า หลังจากเช็คอินโรงแรมแล้วก็ลงมารวมตัวกันด้านล่างค่ะ

ตกลงกันได้ว่าเราจะไปทานอาหารกลางวันกันก่อน แล้วถึงจะไปไหว้พระ เนื่องจากต้องนั่งรถอีกพักใหญ่เกรงว่าจะหิวก่อนถึงวัด

ไกด์กิตติมศักดิ์ชาวอู๋ซี ซึ่งเป็นเพื่อนกับหัวหน้าคณะเดินทางที่นัดมาเจอที่โรงแรมจึงพาไปทานเกี๊ยวน้ำกับเสี่ยวหลงเปาที่ร้านอร่อยประจำเมือง เดินออกจากโรงแรมผ่านหน้า wuxi yaohanไม่ไกลนัก

บรรยากาศในร้านวุ่นวาย เพราะคนเยอะมาก บางอย่างก็ต้องไปตามไปหยิบเอง แต่อาหารอร่อยมาก น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปเกี๊ยวน้ำหรือเสี่ยวหลงเปาไว้เลย มัวแต่จัดโต๊ะจัดจานเช็ดจานพออาหารมาถึงจึงลงมือทานทันทีเลยค่ะ ชื่อร้านก็ไม่ได้ถามแต่ถ่ายรูปหน้าร้านมาด้วย ลองดูตามรูปด้านบนนะคะ ร้านอยู่ตรงหัวมุมสี่แยกตรงข้ามกับโบสถ์ในรูปแรกค่ะ

ระหว่างทางเดินไป-กลับร้านเกี๊ยวผ่านหน้าร้านเค้ก ชื่อ 85 (น่าจะใช่นะ) ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วไปในหลายเมือง เห็นมีคนเข้าคิวกันเต็มเลยค่ะ ได้ความว่าวันนี้ลดราคาเค้กเหลือชิ้นละ 1 หยวน คนเลยมารุมกันเป็นพิเศษ น้องที่ไปด้วยกันบอกว่าเค้าทำเป็นประจำเลยค่ะ ลูกค้าเยอะมาก 

เลียบทะเลสาบ

หลังจากอิ่มอร่อยแล้วเราเดินกลับมาที่หน้าโรงแรม รถมินิบัสที่เช่าไว้มารอเราอยู่แล้วพร้อมไกด์ตัวจริงค่ะ เมื่อนักท่องเที่ยวพร้อมก็ออกเดินทางกันเลย เห็นท้องฟ้าวันนี้แล้วห่อเหี่ยวกลัวไม่ได้เที่ยวอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

และแล้วระหว่างทางฝนฟ้าก็รั่วลงมาซะยังงั้น ต้องอธิษฐานต่อพระใหญ่หลิงซานกันหน่อยล่ะว่าช่วยเป่าฝนไปทีหนูมาไกลอยากจะไหว้พระทำบุญค่ะ

มาถึงหน้าประตูทางเข้าแล้วค่ะ

เมื่อมาถึงประตูทางเข้าวัดปรากฏว่าไม่มีฝนค่ะ แต่เมฆขาวไปทั้งฟ้าเลย

ก็ต้องลุ้นกันหน่อยว่าจะเดินเข้าไปถึงองค์พระทันเวลาหรือเปล่า

พระใหญ่หลิงซาน หรือ หลิงซานต้าฝอ หรือ Lingshan Grand Buddha  ตั้งอยู่ในเขตที่เรียกว่า Maji Mountain ในวัด Xaingfu ซึ่งเก่าแก่กว่า 1,000 ปี แต่องค์พระใหญ่ปางประทานพร ทำจากทองสัมฤทธิ์ เพิ่งสร้างในปี พ.ศ.2539 นี่เองค่ะ องค์พระสูงถึง 88 เมตร หนัก 700 ตัน

ขึ้นชื่อว่าเมืองจีนต้องใหญ่ยักษ์ไว้ก่อน

เมื่อผ่านประตูเข้ามาแล้วอันดับแรกต้องไปซื้อธูปเทียนบูชาพระกันก่อนค่ะ

ตกลงใจซื้อชุดใหญ่เลยค่ะ เพราะคงไม่ได้มาอีกแล้ว

ประกอบด้วยธูปเทียน 5 ชุด ค่ะ สำหรับไหว้ตามจุดต่างๆ จนถึงหน้าองค์พระค่ะ

ตลอดทางจะมีอักษรจีนแกะสลักอยู่มากมาย แต่เนื่องจากไกด์ก็พูดได้แต่ภาษาจีนต้องแปลเป็นไทยกันเองอีก (9 คน ฟังรู้เรื่องอยู่ 2 คน) เราจึงฟังบ้างไม่ฟังบ้าง สุดท้ายก็พึ่งตนเองด้วยการเดาไปเรื่อยๆ ค่ะ

ไกด์ค่ะ (พ่อแม่เสียใจไหมเนี่ย)

อลังการเหมือนกับกำลังเดินเข้าวังหลวง

ระยะทางจากทางเข้าจนถึงองค์พระไกลมากน่าจะเกิน 1 กม. 

แต่ก็มีความหมายและสวยงามอลังการตลอดทาง

ในวันที่อากาศดีๆ ก็เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ

ส่วนในวันนี้อากาศฉ่ำฝน แม้จะดีที่ไม่ร้อน แต่ทำให้ถ่ายภาพแล้วแสงสีไม่สวยเลยค่ะ

และที่สำคัญองค์พระขนาดใหญ่ที่จริงสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ลานจอดรถ

แต่ในวันนี้มองไม่เห็นเลยค่ะ หมอกฝนปกคลุมขาวไปหมด

เรามาเดินตามรูปกันนะคะ

ผ่านซุ้มประตูหลายชั้นมาก

แม้แต่พื้นทางเดินก็ยังมีภาพแกะสลัก

พอผ่านประตูเข้ามาก็จะเจอกับที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท

แต่มารูโกะถ่ายรูปมาได้เพียงครึ่งพระบาท 5555

หลังจากรอยพระบาท เราก็เข้าสู่ทางเดินที่พื้นทางเดินมีการแกะสลักรูปดอกบัวค่ะ สื่อความหมายถึง

พระกุมารสิทธัตถะหลังจากประสูติทรงพระดำเนินด้วยพระบาท 7 ก้าว โดยมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ

อันนี้กลับมาตีความต่อที่เมืองไทยนะคะ เพราะตอนนั้นรีบเดินจนไม่ได้สังเกตและคิดตาม

มีเสียงประกาศและเสียงดนตรี ข้างหน้าเรากำลังจะมีการแสดงค่ะ

โชคดีจริงๆ ที่เราเข้ามาทันรอบของการแสดงโดยที่ไม่รู้มาก่อน (เพราะเรามิได้ฟังไกด์)

นักท่องเที่ยวมุงกันเต็มเลยค่ะ แต่ถ้าเทียบกับขนาดของสถานที่แล้วถือว่าน้อยไปนะคะเนี่ย

ช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือวันหยุดคงจะมีคนมากกว่านี้

ได้รู้มาว่ารัฐบาลสนับสนุนให้ชาวจีนท่องเที่ยวในประเทศด้วยนะคะ ตลอดสองวันที่เราเที่ยวซึ่งเป็นวันธรรมดานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนจีนในวัยกลางคนถึงสูงอายุค่ะ 

ลูกหลานไปทำงานในเมืองใหญ่ผู้สูงวัยออกไปท่องเที่ยวค่ะ

สวยงามมากค่ะ เสียดายที่ฉากหลังขาวไปหมดจึงไม่เห็นองค์พระใหญ่ด้านหลัง

การแสดงที่เราดูนี้น่าจะเรียกเป็นชื่อไทยๆ ได้ว่ากำเนิดพระพุทธเจ้าก็น่าจะได้นะคะ

ระหว่างที่น้ำพุเต้นระบำอยู่นี้ก็จะมีเสียงบรรยายตลอดค่ะ

จากนั้นดอกบัวที่ปิดอยู่ก็จะคลี่กลีบบานออกมาปรากฏเป็นพระกุมารสิทธัตถะ

ไม่แน่ใจว่าหนุ่มน้อยหรือสาวน้อย

มีพระพุทธรูปปางนี้เรียกว่า "ปางประสูติ"

ตามพุทธประวัติ พระกุมารสิทธัตถะทรงประสูติและทรงยืนด้วยพระบาททั้งสองหันพระพักตร์ไปทางเหนือ ย่างพระบาท 7 ก้าว มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ และเปล่งอาสภิวาจาว่า "เราเป็นผู้เลิศแห่งโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดแห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งโลก ชาตินี้ เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ ภพใหม่ย่อมไม่มี"

ที่มา ; http://www.buddhadasa.org/html/life-work/dhammakot/01-buddha/1-10.html

จากนั้นพระกุมารด้านบนก็หมุนรอบตัวค่ะ

ระหว่างนี้ก็มีคำบรรยายตลอด แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจฟัง มัวแต่ห่วงถ่ายรูปและภาพเคลื่อนไหว

เมื่อกลับมานั่งคิดพิจารณาขณะที่จัดทำรูปเพื่อโพสต์ในครั้งนี้แล้ว

เข้าใจว่าน่าจะเป็นการบรรยายถึงการประสูติจนถึงการกล่าวอาสภิวาจาข้างต้นค่ะ

หากการบรรยายการแสดงผิดพลาดต้องขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ

เป็นการประมวลจากภาพที่เห็นมิได้ตั้งใจมั่วจนเกินกว่าเหตุนะจ๊ะ

ระหว่างที่พระกุมารหมุนน้ำพุก็จะเปลี่ยนรูปแบบไปด้วยค่ะ

จนสุดท้ายน้ำพุก็พุ่งขึ้นไปอาบที่พระกุมาร

เวลามีลมพัดมา น้ำพุก็จะปลิวลงมาโดนนักท่องเที่ยวค่ะ คิดว่าเป็นน้ำมนต์

พระกุมารสิทธัตถะ

หลังจากการแสดงน้ำพุจบลง กลีบดอกบัวก็หุบลงปิดพระกุมารไว้ดังเดิมค่ะ

การแสดงรอบบ่ายเริ่มประมาณบ่ายโมงค่ะ แต่เข้าใจว่าน่าจะมี 2 รอบนะคะ คือเช้า-บ่าย

เมื่อการแสดงจบฝูงชนชาวจีนก็กระจายไปรับน้ำมนต์ที่ซุ้มด้านข้างค่ะ

เนื่องจากพวกเราไม่สะดวกเก็บกลับบ้านจึงได้แค่ตักขึ้นมาพรมหัวตัวเองกันค่ะ

จุดตักน้ำมนต์เห็นองค์พระด้านหลังลางเลือน

ระยะทางอีกยาวไกลถูกขั้นด้วยภาพแกะสลักพุทธประวัติค่ะ

เราแวะพักถ่ายรูปและศึกษาพุทธประวัติกันตรงนี้ก่อนนะคะ

มุงเข้ามาค่ะ ไกด์กำลังเล่าให้ฟังอยู่

อ่านเรื่องย้อนหลัง

ไปเมืองจีน....วันนี้ทำงานตกเย็นกินอาหารอร่อย

ไปเมืองจีน....กินอาหารเหลา

อ่านเรื่องถัดไป

ไปเมืองจีน...ไปเมืองอู๋ซีไหว้พระใหญ่หลิงซาน ตอนที่ 2

โดย มารูโกะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net