วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่เอานโยบายถมทะเลพรรคเพื่อไทย!


เอ็นจีโอเล็งฟ้องศาลปกครอง-ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เอานโยบายถมทะเลพรรคเพื่อไทย กระทบสิ่งแวดล้อมในชุมชน เดินหน้าฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องทำประชาพิจารณ์ ทำอีเอชไอเอ ตามมาตรา 67 วรรค 2 ชี้ไม่เหมาะขายต่างชาติ อดีต กก.4 ฝ่ายแนะ รบ.ใหม่ทบทวนรายชื่อกิจการรุนแรงในพื้นที่มาบตาพุด

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต)

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า นโยบายถมทะเลเพื่อสร้างเมืองใหม่ และเอาพื้นที่ไปขายให้กับนักลงทุนต่างชาติของพรรคเพื่อไทย กลุ่มนักอนุรักษ์และภาคประชาชนจะร่วมกันต่อต้านโดยพร้อมจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญทันทีให้เพิกถอนนโยบาย หากเริ่มดำเนินการเพราะกิจการดังกล่าวเป็นกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ต้องผ่านกาดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) รวมทั้งต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์ก่อน ไม่ใช่รัฐบาลจะเดินหน้าทำอยู่ฝ่ายเดียว

นโยบายดังกล่าวใช้เวลาดำเนินการอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะต้องปรับแก้กฎหมาย เช่น กฎหมายผังเมือง กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายที่ดิน ตลอดจนสำรวจพื้นที่ว่าเหมาะสมที่จะถมทะเลหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา และสุดท้ายควรจะตกเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ไม่ใช่เอาไปขายให้นักลงทุนต่างชาติถือครอง

นายศรีสุวรรณกล่าวถึงการแก้ไขปัญหามาบตาพุดว่า ไม่คาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาทำอะไร เพราะไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลต่างไม่จริงจังแก้ปัญหา และไม่เคยทำตามข้อเรียกร้อง มีแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นและเรียกร้องประโยชน์ให้แก่ภาคเอกชนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัญหามาบตาพุดต้องรอการพิจารณาคดีเพราะมีโครงการยื่นฟ้องที่ค้างอยู่ในศาล ซึ่งทุกฝ่ายจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อดีตคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด กล่าวว่า การแก้ปัญหามาบตาพุดที่รัฐบาลชุดเก่าวางเอาไว้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ดังนั้น เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่อยากให้เข้ามาสานต่อตามแผนการดำเนินงาน และต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายโดยไม่ต้องเป็นชุดเดิม เพื่อให้เข้ามาติดตามการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ

นายเดชรัตน์กล่าวว่า ภาพรวมของพื้นที่มาบตาพุด พบว่าด้านการป้องกันอุบัติภัยดีขึ้นเล็กน้อย แต่มีปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาเรื่องการใช้น้ำ เพราะมีจำนวนโรงงานใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการใช้น้ำได้ ส่วนความคืบหน้ากิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม 11 กิจการ รัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มชุมชนยังเรียกร้องให้ทบทวนรายชื่อนอกจากนี้รัฐบาลควรจัดคนกลางเข้ามาดูแลให้โรงงานดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านจากชุมชน

ขอขอบคุณที่มา : มติชนออนไลน์

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net