วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนูไม่อยากให้พ่อเป็น...ผอ.


หนูไม่อยากให้พ่อเป็น ผอ.ออ.


หนูชื่อ “นก” อายุ 19 ปีแล้วค่ะ ชื่อจริง นามสกุลจริงของหนูเหรอ อย่าสนใจเลยนะคะ ชื่อ “นก” นี้ก็เป็นนามสมมติเหมือนสื่อมวลชนทั่วไปชอบใช้กับเด็กๆนั่นแหละค่ะ

 การศึกษาหรือคะ ม. 5 ไม่จบค่ะ คือหนูเรียนไม่ถึงครึ่งเทอมก็หนีออกโรงเรียนมาจนทุกวันนี้ ตั้งใจว่าจะไม่กลับไปเรียนอีกไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนไหนๆ

 โรงเรียนเก่าเหรอคะ เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดของจังหวัด เป็นโรงเรียนยอดนิยมของนักเรียนและผู้ปกครองมาก บริเวณกว้างขวางสะอาด ร่มรื่นสวยงาม มีหอพักภายใน ครูส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มสาวไฟแรง ดูแลเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างดี หนูรักโรงเรียนและครูที่นี่มาก แต่ที่หนีออกโรงเรียนมาจนทุกวันนี้ก็เพราะชีวิตหนูมัน “เน่า” ค่ะ หนูเลยต้องหนีมาไกลเพื่อให้พ้นจากหน้าครูและเพื่อนๆ

 พ่อของหนูรับราชการครู บ้านของหนูเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ อยู่บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ ชั้นล่าง แม่ของหนูเปิดเป็นร้านขายของชำ ส่วนหลังบ้านจะมีกรงไก่ บ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็ก  เลิกโรงเรียนหนูและพ่อจะรีบกลับบ้าน หรือไม่ก็ขับรถปิ๊คอัพมาสด้า คันเล็กเก่าแต่ยังใช้ได้ดี  ซึ่งพ่อบอกอย่างภาคภูมิใจว่า ว่าเป็นรถยนต์คันแรกในชีวิต  เราพากันไปซื้อของมาให้แม่ขาย  ถ้าไม่ได้ไปซื้อของ พ่อก็จะขลุกอยู่หลังบ้าน ดูแลให้อาหารปลาและไก่ หรือไม่ก็ปลูกผักไว้กินบ้าง ขายบ้าง ส่วนหนูก็จะช่วยคุณแม่ขายของ พอค่ำก็ปิดร้านนั่งกินข้าวกันสามคนพ่อ แม่ ลูก ครอบครัวเรารักกันและมีความสุขกันมาก  ลืมบอกว่าหนูเป็นลูกคนเดียวค่ะ

 ทุกวันพ่อจะถามถึงเรื่องการเรียนของหนู และคุยกันสามคนถึงโรงเรียนที่จะเรียนต่อหลังจากจบชั้น ป.6 และบอกหนูว่าพยายามเรียนให้เก่งจะได้ไปสอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนยอดนิยมนี้ได้ หนูฝันถึงโรงเรียนใหม่บ่อยครั้ง มันเป็นภาพฝันที่สวยงามและมีความสุขมากๆ

 และแล้วความสมหวังของพวกเราก็มาถึง คุณพ่อคุณแม่ตื่นเต้นมากๆ ลาโรงเรียนปิดร้านขนสิ่งของเครื่องใช้ไปส่งหนูรายงานตัว มอบตัวอะไรวุ่นวายกันไปหมด ส่วนตัวหนูก็มัวแต่ตื่นตา ตื่นใจกับสภาพโรงเรียนใหม่ ครูคนใหม่ เพื่อนใหม่ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนคุณพ่อและคุณแม่บอก จะกลับแล้ว ตั้งใจเรียนให้ดี วันศุกร์ตอนเย็นจะมารับกลับบ้าน แรกๆหนูคิดถึงบ้านมาก แต่เพียงแค่3 วันเท่านั้นหนูก็มีเพื่อนใหม่อีกหลายคน ความคิดถึงบ้านก็เริ่มจางแต่ก็ยังนับวันรอว่าเมื่อไหร่จะถึงวันศุกร์เสียที

 ช่วงที่เรียนอยู่ชั้น ม. 3 คุณพ่อเริ่มจะไม่ค่อยได้มารับกลับบ้าน มีคุณแม่มารับคนเดียว  จนวันหนึ่งแม่เล่าให้หนูฟังว่า ตัดสินใจปิดร้านขายของแล้ว เพราะไม่มีคนช่วย รวมทั้งเป็ด ไก่ เลี้ยงปลาหลังบ้านก็เลิกด้วย  เพราะตอนนี้คุณพ่อสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้ และต้องไปอยู่อีกโรงเรียนหนึ่งไกลจากบ้านหลายสิบกิโลเมตร กลับบ้านมืดค่ำ ดึกดื่นทุกวัน เช่นเดียวกับหนูก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าพ่อ หนูเคยลองโทร.ไปหาพ่อที่โรงเรียน พ่อก็บอกว่า โรงเรียนของพ่อได้รับการคัดเลือกให้เป็น “โรงเรียนดีประจำตำบล” พ่อต้องทุ่มเททุกอย่าง และตอนนี้จะมีการประเมิน ประกวดยังไงก็ไม่รู้หนูไม่เข้าใจ  แต่รู้อย่างเดียวว่า การเป็น ผอ.โรงเรียนนี้ทำให้ความสุขในครอบครัวเราหดหายไป  และตั้งแต่ขึ้น ม. 4 มา  หนูก็เริ่มมีปัญหาการเงิน

 เพื่อนๆของหนูเล่าให้ฟังว่า ฟังจากคุณพ่อ คุณแม่หรือพี่ที่เป็นข้าราชการครูเล่าว่า คนเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสมัยนี้ ต้องแต่งตัวเหมือนเซลล์แมนขายของ  เสื้อแขนยาวสีสดใส ผูกเนคไทม์ ใส่สูทโก้ รถยนต์ที่ใช้ก็ยอดนิยมของผู้บริหารในชนบท และ อบต. “ฟอร์จูนเนอร์” ห้องทำงานก็ต้องตกแต่งสวยงาม ติดกระจกหรือผ้าม่านทึบแสง ติดแอร์ พร้อมอุปกรณ์ความสะดวกสบายครบครัน และต้องมี เลขาหน้าห้องเป็นสาวสวย คอยชงกาแฟให้กิน พูดจาอ่อนหวานเอาอกเอาใจ และสิ่งที่บ่งบอกถึงศักดิ์ศรีบารมีคือ ต้องเมียน้อยเมียเก็บหรือจะเป็นเพียงคู่นอนก็แล้วแต่ และจะเป็นด้วยที่จะต้องไปประชุมสัมมนา หรือพบปะใกล้ชิดกันบ่อยๆ  ดังนั้น ต่อมาเลขาคนสวยนั่นแหละที่มักจะเปลี่ยนสภาพมา เป็นเมียน้อย เมียเก็บ หรือคู่นอนเสียเอง   ทั้งหมดนี้  เข้าสเป๊คพ่อของหนูเป๊ะเลย   ยกเว้นเรื่องเลขาเป็นเมียน้อยหนูไม่ทราบ

 วันหนึ่งเรื่องที่หนูหวาดระแวง ก็เป็นจริง เมื่อแม่ของหนูไปอาละวาดที่โรงเรียนของพ่อ ก็เรื่องเลขาคนสวยนั่นแหละ พ่อไม่กลับบ้านกว่าเดือนมาแล้ว เรื่องเดือดร้อนจนถึงขนาดพ่อจะถูกตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัย พ่อหาทางออกโดยหย่ากับแม่ ขายบ้านแบ่งเงินกันและไปจดทะเบียนสมรสใหม่กับเลขา แม่หนูหนีไปอยู่กับยายซึ่งก็แก่มากแล้วพร้อมด้วยโรคสุราเรื้อรัง  ส่วนหนูเคว้งคว้างไม่รู้จะไปทางไหน ตั้งแต่พ่อกับแม่มีเรื่องกัน ไม่มีใครสนใจหนูเลย หนูไม่ได้กลับบ้านและไม่มีเงินใช้ ต้องขอยืมเพื่อนสนิทกันใช้  ยืมจนครบหมดทุกคนและไม่มีใครให้ยืมอีก เพราะหนูไม่มีเงินใช้คืน

 หนูตัดสินใจหนีออกโรงเรียนไปอาศัยหอพักเพื่อนชายอยู่  แล้ววันหนึ่งหนูกินเหล้าเมาหมดสติ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้ว่าเสียตัวให้เพื่อนชาย จะคนเดียวหรือหลายคนก็ไม่ทราบ คือตอนกินกันนั้นมีกันหลายคน

 หนูสิ้นคิด หมดทางเลือก นึกขึ้นได้ว่ามีพี่ผู้หญิงข้างบ้านมาทำงานร้านอาหารและให้เบอร์โทร.ไว้ ลองติดต่อดูได้ผล พี่เขามารับไปอยู่ด้วย และพาไปดูที่ทำงานของพี่เขาด้วย จนวันหนึ่งพี่ก็ฝากเข้าทำงานเป็นเด็กนั่งคริ๊งค์ 

 ชีวิตหนูดีขึ้น หนูไม่อยากคิดถึงเรื่องเก่าๆ หนูสนุกอยู่กับการกินเหล้ากินเบียร์ นอนกับแขก ไม่เลือกหน้า ได้เงินมั่งไม่ได้มั่งก็ไม่เป็นไร ชีวิตหนูไม่เหลืออะไรแล้ว ถ้าคุณสงสารหนู ก็มาหาหนูที่ร้าน............สิคะ เรียกหนูและให้หนูสั่งดริ๊งค์เยอะๆ

 ถามเหรอคะ ถ้าย้อนเวลากลับได้ หนูจะทำอย่างไร ตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยค่ะ..... “ หนูไม่อยากให้พ่อเป็น ผอ.โรงเรียน” ค่ะ ..!!!

วัชระ ศรีคำตัน

Vatchara_4@hotmail.com

โดย vatchara_4

 

กลับไปที่ www.oknation.net