วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยกพลล้อมโรงไฟฟ้าจะนะ จี้แก้ปัญหาน้ำคลองนาทับ


ชาวบ้านยกพลปิดล้อมโรงไฟฟ้าจะนะ จี้ให้ปฏิบัติตามมาตรการแก้ปัญหาคลองนาทับ เผย “ประมงพื้นบ้าน”ประสบปัญหาหนักกระบวนการหล่อเย็นฆ่าตัดตอนสัตว์น้ำวัยอ่อนเกลี้ยงแถมเจอปมน้ำหล่อเย็นระเหยปริมาณความเค็มในน้ำทิ้งสูงลิ่ว กลุ่มเลี้ยงปลากะพงในกระชังนาทับโวย เจอผลกระทบถึงขั้นหมดตัว
คณะทำงานกองบรรณาธิการสื่อภาคใต้

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2554 ชาวบ้านตำบลนาทับ ตำบลคลองเปียะและตำบลใกล้เคียงในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ประมาณ 400 คน รวมตัวกันประท้วงปิดโรงไฟฟ้าจะนะบริเวณป้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งเทศไทยเรียกร้องให้ทางโรงไฟฟ้าจะนะปฏิบัติตามมาตรการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดเรียกร้องสิทธิ์ของชาวบ้านในการใช้น้ำในคลองนาทับที่เน่าเสียเพื่อประกอบอาชีพทั้งส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านตำบลคลองเปียะเป็นอย่างมาก

นายโชติบริพัฒน์ไชยแก้วประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชนนาทับเปิดเผยว่าที่ผ่านมาโรงงานไฟฟ้าจะนะละเลยมาตรการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะปรับปรุงปริมาณน้ำดิบกับน้ำหล่อเย็นให้มีความสมดุลไม่ส่งผลต่อสัตว์น้ำแต่พอนำน้ำเข้าสู่ระบบหล่อเย็นมีน้ำบางส่วนระเหยกลายเป็นไอทำให้ปริมาณความเค็มของน้ำในคลองนาทับเพิ่มมากขึ้นไม่เหมาะกับการวางไข่และฟักตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อนนอกจากนี้ทางโรงไฟฟ้าไม่ยอมติดตั้งตาข่ายที่มีความละเอียดสูงเพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำวัยอ่อนในน้ำที่ดูดนำเข้าไปใช้หล่อเย็นในโรงไฟฟ้า

นายโชติบริพัฒน์เปิดเผยอีกว่าผลจากการที่โรงไฟฟ้าจะนะไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทำให้น้ำในคลองนาทับเน่าเสียสัตว์น้ำจำพวกกุ้งซึ่งต้องวางไข่บริเวณที่มีน้ำกร่อยคือคลองนาทับเพราะมีแพลงส์ตอนอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อนขณะนี้ผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านประสบปัญหาอย่างมากหากินไม่พอเลี้ยงครอบครัวปริมาณสัตว์น้ำลดลงอีกทั้งกระทบกับผู้ประกอบกิจการเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาในกระชังก็ได้ผลผลิตไม่คุ้มทุนที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าจะนะแก้ปัญหาด้วยการปลูกป่าปล่อยสัตว์น้ำสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ไม่ได้ผล เพราะปลาที่ปล่อยขนาด 7–8 นิ้ว ถูกปลาใหญ่กินหมด

“เราเรียกร้องให้โรงไฟฟ้าจะนะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ว่า จะมีมาตรการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าควรสนใจชุมชนเมื่อก่อนปลากะพงจากคลองนาทับมีมูลค่า120ล้านบาทต่อปีเดี๋ยวนี้พ่อค้าแม่ขายต้องไปซื้อจากเกาะยอ เมื่อปี 2550 โรงไฟฟ้าเพิ่งเดินเครื่องปีแรก พอฝืนเลี้ยงปลาในกระชังได้บ้างระยะหลังเลี้ยงไม่ได้แล้ว ได้แต่เก็บกระชังเก่าๆ เศษเหล็กนำไปขาย” นายโชติบริพัฒน์ กล่าว

นายโชติบริพัฒน์เปิดเผยด้วยว่าหากโรงไฟฟ้าจะนะไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เคยสัญญากันไว้พี่น้องในตำบลนาทับตำบลคลองเปะและตำบลใกล้เคียงในอำเภอจะนะจังหวัดสงขลาจะคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าจะนะแห่งที่2หากโรงไฟฟ้าจะนะไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวก็จะมีการปิดโรงไฟฟ้าครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ตามมา จนกว่าจะทำตามสัญญา

นายโชติบริพัฒน์กล่าวว่าการลุกขึ้นมาของคนนาทับและคลองเปียะครั้งนี้เพราะต้องการสะท้อนความเดือดร้อนจริงๆโดยแสวงหาข้อมูลจากนักวิชาการทำความเข้าใจในหมู่บ้านต่างๆให้ชัดเจนต้องอธิบายชาวบ้านให้เข้าใจเหตุผลที่ลุกขึ้นประท้วงเกิดจากผลกระทบอะไรนี่เป็นปฐมบทการต่อสู้ของชาวตำบลนาทับในการรับมือกับแผนพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ที่บ้านสวนกง รถไฟรางคู่ และแนวท่อน้ำมันจากจังหวัดสงขลาไปยังบ้านปากบาราตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่จะเกิดขึ้นที่ตำบลนาทับด้วย”นายโชติบริพัฒน์ กล่าว

นางกัลยา มันหลี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) บ้านควนหัวช้าง ตำบลคลองเปรียะเปิดเผยว่าตนเสนอให้ทางโรงไฟฟ้าจะนะจ่ายค่าชดเชยชาวบ้านบ้านควนหัวช้าง ตำบลคลองเปียะ ครัวเรือนละ 1หมื่นบาทต่อปีทุกครัวเรือน เพราะการดำเนินการส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินอย่างมาก หากไม่จ่ายค่าชดเชยตนและชาวบ้านจะคัดค้านโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 จนถึงที่สุด

“เสียงดังจากโรงไฟฟ้าจะนะรบกวนชาวบ้านอย่างหนักหายใจไม่ค่อยออกน้ำยางพารากรีดยางไม่ค่อยไหล” นางกัลยา กล่าว

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net