วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนใต้ล้มเวทีสภาพัฒน์ ทบทวนแผนพัฒนาขัดมติครม.


ชาวนครศรี – พัทลุง วอล์คเอาท์เวทีความเห็นของสภาพัฒน์แกนนำขู่ฟ้องศาลปกครองหากยังขืนเดินหน้าชี้ขัดมติคณะรัฐมนตรี – สมัชชาสุขภาพแห่งชาติเรื่องทบทวนแผนพัฒนาภาคใต้
คณะทำงานกองบรรณาธิการสื่อภาคใต้

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 ที่ห้องประชุมกรรณิกา โรงแรมทักษิณอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัดจัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นโครงการศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยซึ่งได้รับการว่าจ้างจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)หรือสภาพัฒน์ มีตัวแทนหอการค้า นักธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมประมาณ 120 คน

ในขณะที่นายศักดิ์ชัย ประโยชน์วนิช ผู้เชี่ยวชาญการวางผังเมือง นำเสนอข้อมูลอยู่นั้นนายประยุทธ์ วรรณพรหมคณะทำงานเครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะนครศรีธรรมราชได้ลุกขึ้นพูดว่า ทำไมวันนี้ถึงไม่มีการเชิญคณะกรรมการจากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมาร่วมเวทีด้วยทั้งที่มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้สภาพัฒน์ ดำเนินการตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเรื่องแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้

นายประยุทธ์ กล่าวว่าตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติบอกให้ทบทวนอย่างบูรณาการโดยการมีส่วนร่วมของคนภาคใต้ไม่ใช่สภาพัฒน์ไปจ้างบริษัทที่ปรึกษามาทบทวนซึ่งขัดกับมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ต้องการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม

จากนั้นนายประยุทธ์ ได้อ่านแถลงการณ์เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะนครศรีธรรมราช
เรื่องความไม่ถูกต้องการดำเนินการทำแผนพัฒนาภาคใต้โดยสภาพัฒน์ ภายใต้การดำเนินการของบริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด เนื้อหาสรุปว่าการดำเนินการของบริษัทในการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้มีความไม่ชอบธรรมในด้านกระบวนการและกติกาที่ตกลงกันระหว่างประชาคมทั้งประเทศกับสภาพัฒน์

“การดำเนินการของบริษัทและสภาพัฒน์ อยู่นอกเหนือมติมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติตามมติของคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติกรณีแผนพัฒนาภาคใต้ที่ยั่งยืน"

"สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มีมติเกี่ยวกับแผนพัฒนาภาคใต้ โดยสรุปว่า 1.ขอให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้สภาพัฒน์ ทบทวนร่างแผนแม่บทภาคใต้โดยมีหลักการที่สำคัญภายใต้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม2.การดำเนินการตามข้อ 1.ให้สภาพัฒน์ตั้งกรรมการที่ประกอบด้วยทุกภาคส่วนด้วยการมีส่วนร่วมใช้เครื่องมือที่หลากหลายมุ่งการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์คำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน3.ให้คณะกรรมการตามข้อ 2. ผลักดันแผนให้ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังทั้งระดับภาค ท้องถิ่น กลไกติดตาม กำกับประเมินเผยแพร่ข่าวสารให้ประชาชนทราบ4.ขอให้คณะรัฐมนตรีออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินการของคณะกรรมการตามข้อ 2.มีความต่อเนื่อง"

"ทางเครือข่ายฯจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองกับสภาพัฒน์ที่ฝืนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
และฝืนมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 กรกฎาคม 2553ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนภาคใต้และไม่เคารพมติประชาชนทั้งประเทศ"

"การดำเนินการของบริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ที่ผ่านมาถือว่าเป็นโมฆะเครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะนครศรีธรรมราช ขอให้บริษัทฯยุติการดำเนินการและจะติดตามการดำเนินงานของสภาพัฒน์ จนกระทั่งได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีต่อไป"

เมื่ออ่านเสร็จก็ได้มอบแถลงการณ์ดังกล่าวต่อนายศักดิ์ชัย จากนั้นได้มีตัวแทนภาคประชาชนลุกขึ้นพูดอีกหลายคน โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการประชุมครั้งนี้ไม่มีความชอบธรรมและการประชุมครั้งนี้เป็นโมฆะเนื่องจากไม่เชิญคนที่ร้องทุกข์ไปยังสมัชชาสุขภาพแห่งชาติให้ทบทวนแผนพัฒนาภาคใต้ เช่นชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งในที่ประชุมมีผู้ได้รับเชิญเพียง 30 คนเท่านั้น จึงขอให้ทุกคนกลับบ้านทำให้เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย

จากนั้นผู้เข้าร่วมได้ทยอยออกจากห้องประชุมในเวลา 10.20 น. เหลือผู้ร่วมเพียงประมาณ20 คนที่ยังอยู่ต่อและฟังประชุมจนจบ โดยมีนายประสาท เกศวพิทักษ์ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจักรกฤษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ นำเสนอ

ทั้งนี้ในเอกสารประกอบการประชุม ระบุความเป็นมาของโครงการว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่
20 กรกฎาคม 2553เห็นชอบและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมีสาระสำคัญเพื่อให้มีการทบทวนแผนพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน

นายประพันธ์ มุสิกพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้สภาพัฒน์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า กระบวนการเชิญทุกภาคส่วนมาระดมความคิดเห็นมี2 วิธี คือ 1.สภาพัฒน์ส่งหนังสือเชิญไปยังสมัชชาสุขภาพแห่งชาติซึ่งขึ้นอยู่กับสมัชชาสุขภาพแห่งชาติจะเชิญใครมา 2.สภาพัฒน์ส่งหนังสือเชิญไปยังทุกภาคส่วนทั้งราชการ นักธุรกิจเอกชน นักพัฒนาภาคเอกชน (NGOs)ฯลฯ

นายประพันธ์ เปิดเผยว่า การประชุมกลุ่มย่อยยังมีต่อไปในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดระนองต่อไปในวันที่ 22 กรกฎาคม 2554

นายประพันธ์ กล่าวว่า บริษัทที่ปรึกษา และสภาพัฒน์ไม่ได้มีธงอะไรไว้ แค่ลงมารับฟังระดมความคิดเห็นรวบรวมข้อมูลจริงจากพื้นที่ ส่วนประเด็นที่ได้จะรับไปพิจารณาหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลนั้นๆเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ในการนำจัดทำจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้

“ถ้ามีโอกาสจะจัดประชุมกลุ่มย่อยทำความเข้าใจและระดมความคิดเห็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช
อีกครั้ง เพราะความเข้าใจว่า เราตั้งธงจะเดินหน้าโครงการ ทั้งที่จัดเพื่อระดมความคิดเห็นว่าคนใต้ต้องการพัฒนาไปในทิศทางไหน” นายประพันธ์ กล่าว

ส่วนกลุ่มชาวบ้านที่ออกจากห้องประชุมได้เดินทางไปอัดเทปรายรายเจาะ เกาะ ติดของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ประเด็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่บ้านสระบัว ตำบลท่าศาลาอำเภอนครศรีธรรมราช ซึ่งชาวบ้านแสดงความต้องการว่าต้องการพัฒนาทิศทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เน้นเกษตรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ก่อนหน้าเมื่อบริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ได้จัดประชุมในเรื่องนี้มาแล้ว 2 เวทีโดยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2554 ที่ห้องประชุมโรงแรมวังโนรา อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มีผู้ร่วมประชุมประมาณ 60 คน

ครั้งนั้น นางจิระพา หนูชัย ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรสตรี จังหวัดพัทลุง และเครือข่ายสตรี14 จังหวัดภาคใต้ ถามนายศักดิ์ชัยว่า ทางบริษัทได้เชิญกลุ่มคนภาคส่วนใดบ้าง กี่คนจากนั้นจึงขอให้คนที่ไม่ได้รับหนังสือเชิญลุกขึ้น ปรากฏว่ามีคนลุกขึ้นประมาณ 50 คน

นางจิระพา จึงกล่าวว่าการกำหนดอนาคตจังหวัดพัทลุงมีความชอบธรรมหรือไม่ในการเชิญคนมาร่วม
เวทีระดมความคิดเห็นแค่10 คน ซึ่งนายศักดิ์ชัย ตอบว่า บริษัททำหนังสือเชิญทั้งหมด 40 คน แต่ได้รับหนังสือตอบรับแค่ 7 คนจากนั้นผู้ที่ไม่ได้รับเชิญเดินออกจากห้องประชุม

ส่วนเวทีก่อนหน้านั้น คือเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2554 จัดขึ้นที่ห้องประชุมจามจุรีโรงแรมซากุระแกรนด์วิวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างการนำเสนอนายกิตติภพสุทธิสว่าง ตัวแทนกลุ่มรักษ์จะนะ และกลุ่มคัดค้านท่อก๊าซไทย- มาเลเซียกล่าวแสดงความเห็นถึงการเชิญผู้เข้าร่วมว่าเหตุใดจึงไม่มีคนที่อยู่ในเครือข่ายของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติด้วยหากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นแบบเดิม และคนกลุ่มเดิมการทบทวนจะมีขึ้นไปทำไมอย่างไรก็ตามการจัดเวทีดังกล่าวดำเนินการไปจนจบกระบวนการ

อนึ่งจากเอกสารแนบหนังสือด่วนที่สุดที่ สพท.6383/2554ของสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาพื้นที่ สภาพัฒน์ ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2554เชิญร่วมประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นโครงการศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ถึงเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ระบุเป้าหมายผู้ร่วมประมาณ 400 คน

โดยประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ ประชาชนองค์กรพัฒนาเอกชน จากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส 150 คนตรัง 30 คนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พังงา กระบี่ และภูเก็ต 80 คน ระนอง 30 คน พัทลุง 30 คนนครศรีธรรมราช 30 คนสุราษฎร์ธานี และชุมพร 50 คน

หนังสือดังกล่าว ลงชื่อนายสมชาย ศักดาเวคีอิศร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงานประธานกรรมการกำกับการดำเนินงานโครงการศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้

แถลงการณ์ เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ นครศรีธรรมราช

เรื่อง ความไม่ถูกต้องการดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้โดยสภาพัฒน์ฯภายใต้การดำเนินการของ บริษัท คอนซัลแตนท์ ออฟเทคโนโลยี จำกัด

การดำเนินการบริษัทที่ปรึกษาในการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ ในครั้งนี้มีความไม่ชอบธรรมของทั้งในด้านกระบวนการและกติกาที่ได้ตกลงไว้แล้วระหว่างประชาคมและสภาพัฒน์ฯโดยระบุว่าการดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ให้ดำเนินการภายใต้มติสมัชชาสุขภาพ ปี 2552การดำเนินการครั้งนี้อยู่นอกเหนือมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเราไม่อาจยอมรับได้ด้วยประการทั้งปวง

การดำเนินการของบริษัทและสภาพัฒน์ฯ อยู่นอกเหนือมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติซึ่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้สภาพัฒน์ฯ ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ตามมติสุขภาพแห่งชาติซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติสุขภาพแห่งชาติกรณีแผนพัฒนาภาคใต้ฯ ที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2553 ตามหนังสือ นร 0506 / 13067

โดยมติสมัชชามีมติเกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ โดยสรุปว่า

1. ขอให้คณะรัฐมนตรี มอบหมายให้ ศสช. ทบทวนร่างแผนแม่บทภาคใต้โดยมีหลักการที่สำคัญภายใต้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

2. การดำเนินการตามข้อ 1. ให้ ศสช. ตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยทุกภาคส่วนด้วยการมีส่วนร่วม ใช้เครื่องมือที่หลากหลาย มุ่งการตัดสินใจเชิงยุทศาสตร์คำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน

3. ให้คณะกรรมการตามข้อ 2. ผลักดันให้แผนได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง ทั้งระดับภาคท้องถิ่น กลไกติดตาม กำกับ การประเมิน เผยแพร่ข่าวสารให้ประชาชนทราบ

4. ขอให้ ครม. ออกระเบียบสำนักนายก เพื่อให้การดำเนินการของกรรมการตามข้อ 2.มีความต่อเนื่อง

ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือว่าฝืนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติและฝืนมติครม. วันที่ 30 กรกฎาคม 2553ซึ่งทางเครือข่ายจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองกรณีสภาพัฒน์ไม่ดำเนินการตามคำสั่งคณะรัฐมนตรีก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ภาคใต้และไม่เคารพมติประชาชนทั้งประเทศ
และการดำเนินการของบริษัททั้งหมดที่ผ่านมาถือว่าเป็นการดำเนินการที่เป็น โมฆะซึ่งเครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ นครศรีธรรมราช ขอให้บริษัทยุติการดำเนินการและจะติดตามการดำเนินงานของสภาพัฒน์ จนกระทั่งได้ปฏิบัติตามคำสั่งมติคณะรัฐมนตรีต่อไป

ด้วยจิตที่รักแผนดินเกิด

21 กรกฎาคม 2554


โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net