วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้ด่าทอคนตาย


ผู้ด่าทอคนตาย

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

ขอยอมรับ

ถึงความรู้สึกสลด แสลง

ขยะแขยง ในความทุเรศของใจคน

เมื่ออ่านข้อความ กล่าวคำสมน้ำหน้า ต่อกรณีความตาย ของนายทหารไทย ที่เข้าปฏิบัติการเพื่อช่วย สนับสนุนการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ ทหาร รวมทั้ง นายทหารที่เข้าช่วยเหลือ เพื่อนำร่างทหารผู้เสียชีวิต กลับสู่บ้าน ในปฏิบัติการเพื่อปกป้องพิทักษ์ ผืนป่า และ ความมั่นคง ตามแนวชายแดนไทย ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

ความรู้สึกมากมาย ซึ่งอุบัติจากคำชอบใจ

ในความตายของผู้คน ที่เกิดขึ้นนั้น

ล้วนเป็นภาพสะท้อนสำคัญ

ในวันที่สังคมไทย แตกแยกแตกร้าว เลยเถิดไปอย่างมากมาย หลังจากปล่อยให้ ความคิดเห็นอันแตกต่าง กลายเป็นคำด่าทอ ดูถูกเหยียดหยาม กระทั่งพร้อมจะทำร้ายทำลายกัน หรือ แม้แต่ความไม่แยกแยะ ไม่แยกเหตุผล อารมณ์ ความรู้สึก หรือ ไม่แยกประเภทของผู้คน ระหว่างคนที่พร้อมพูดคุย หรือ คนที่บ้าบอ ซึ่งชอบใช้แต่ความรุนแรง

คำด่าทอส่วนใหญ่

เกิดขึ้นจาก ความเชื่อที่ว่า

นายทหารเหล่านั้น อยู่ในเหตุการณ์ราชประสงค์

จนโพนทะนาไปว่า สมควรรับผลต่อกรรมซึ่งเกิดขึ้น ขณะที่เรื่องราวความตาย เกิดขึ้นจากหน้าที่ ในการปฏิบัติงาน ต่อความรับผิดชอบในชีวิต ของเพื่อนพี่น้อง จนนำไปสู่ความสูญเสีย ความจริงของเรื่องราว จากความเป็นมนุษย์ และ จากคนที่ควรมีหัวใจ ควรให้เกียรติผู้คน กลับกลายเป็นความอำมหิต เพียงเพราะคิดว่า หรือ เพียงเพราะความเชื่อว่า 

ซึ่งต้องถามต่อไปว่า ใช่อย่างที่เชื่อจริงหรือ

สำหรับการชี้นิ้วบอกว่า ใครสมควรตาย

จากนายทหาร และ ผู้สื่อข่าว

ใช่หรือ สำหรับเหตุผล ในการบอกว่าใครที่กระทำ หรือ ใครที่ไม่กระทำ ในขณะที่ไม่มีหลักฐานใดบ่งบอกยืนยัน กระทั่งถึงความจริงพื้นฐาน เฉกเช่นเดียวกับ การเรียกร้องให้แยกแยะว่า ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 ว่าใครเป็นผู้บริสุทธิ์ ในระหว่างปฏิบัติช่วยเหลือพยาบาล ใครเป็นผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ ใครที่ใช้ความรุนแรง จนกระทั่งเสียชีวิต

ซึ่งในเบื้องต้น

เราล้วนต้องยอมรับในความจริง

ว่า ความตาย เป็นเรื่องที่น่าสลดหดหู่ใจ

ไม่ใช่เรื่องราวแห่งความยินดี หรือ การเฉลิมฉลอง ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าเขาเหล่านั้น จะเห็นด้วย หรือ เห็นต่างจากเรา แต่เขาเหล่านั้น ก็ล้วนแต่เป็นคน เป็นมนุษย์ผู้เคยมีลมหายใจ มีญาติพี่น้อง ที่คอยรักใคร่ห่วงใย ซึ่งถือเป็นหลักการเบื้องต้น ของผู้คนทั่วไป

เป็นหลักการ และ กฎเกณฑ์พื้นฐาน

ในการยอมรับความเป็นคน

ระหว่างกันและกัน

ซึ่งเมื่อ เราเข้าใจ ในสิ่งที่เราอยาก เพื่อให้ใครยอมรับเรา และ ในความเข้าใจ ที่เราต้องยอมรับผู้อื่นว่า เป็นคน เฉกเช่นเดียวกับเรา กลไกในการสื่อสาร ระหว่างความเป็นคน ย่อมเกิดขึ้น โดยไม่ใช่การเหยียด กระทำดูถูกหยามหยัน ให้คนต่ำกว่าคน หรือ เหยียดให้คนกลายเป็นสัตว์

เพราะเมื่อใดก็ตาม

ที่เรายอมรับตัวเอง แต่ไม่ยอมรับผู้อื่น

การกระทำเพื่อ กดขี่ หรือ เหยียดหยาม ย่อมเกิดขึ้น 

เช่นเดียวกับ ความจริงในความแตกต่าง กระทั่งแตกแยก ในแผ่นดินของเรา ที่เราปล่อยให้คนบ้าบอ คนตะโกนเสียงดัง คนชอบใช้ความรุนแรง มีพื้นที่มากกว่า คนที่พร้อมรับฟัง คนที่พร้อมนั่งฟัง พูดคุยหารือ หรือ ยอมรับขอบเขตความต่าง ด้วยการสื่อสารระหว่างกัน

เมื่อเรายอมให้ ผู้คนผู้เสพความรุนแรง

มีพื้นที่มากกว่า และ เสียงดังกว่า

เราจึงต้องเห็นสิ่งเหล่านี้

ในภาพที่มิแตกต่าง จากภาพของ ชายหญิง ไม่ว่าเฒ่าชะแลแก่ชรา หรือ เด็กน้อยด้อยเดียงสา ออกมายืนชี้หน้า ด่าทอ กระทั่งตบตีกันกลางบ้านกลางเมือง เมื่อเรายอมฟัง เสียงของผู้คน ที่คิดว่าจะยิงทิ้ง ทำร้ายร่างกาย ผู้คนที่คิดเห็นแตกต่างจากตน โดยมีคนบอกกล่าวนิยมชมชอบ เห็นดีเห็นงาม โดยไม่ตำหนิติเตียน ตั้งคำถาม หรือ ยืนยันว่าเป็นสิ่งเลวร้าย

เมื่อเรายอมรับ

ให้ความหยาบคายในใจคน

มีพื้นที่มากกว่า ความอ่อนโยนห่วงใย

เราจึงเห็นแต่ผู้คน ที่พร้อมจะตะโกนให้ฆ่าฟัน เห็นแต่คนที่บอกคนอื่นว่า คนพวกเดียวกับเรา คนสีเดียวกับเรา เป็นคนดี โดยไม่คิดจะแยกแยะไตร่ตรอง ไม่ดูถึงพฤติกรรม ดูถึงจิตเบื้องลึก ดูวิธีที่เขาปฏิบัติกับผู้คนรอบข้าง ดูความเป็นคนของเขา ด้วยหัวใจมากกว่าด้วยสี

ความจริงสำคัญ ซึ่งกัดกินสังคมไทยของเรา

กัดกร่อนจนความเป็นคนของเรา

ตกต่ำลง จนไม่รู้สิ่งอันควร

ไม่รับรู้เชื่อมโยงว่า ความตาย ความเป็นคน และ หัวใจของมนุษย์นั้น สร้างโลกขึ้นมาได้อย่างไร ท่ามกลางความเชื่อ และ ความคิดที่พิจารณาเพียงว่า ฝ่ายของตนเอง ถูกต้องดีงามเพียงพอ เราจึงได้แต่เห็นความรันทด ในความตายที่ไม่ได้รับการแยกแยะ    

สำหรับความจริงยามนี้

ขณะที่เรามีสิทธิ์เลือก และ กำหนด

ว่าจะให้บ้านเมืองของเรา ก้าวเดินไปสู่หนทางใด

นอกเหนือจาก ทิศทางของความปรองดอง ความจริงในหัวใจของเรา ที่จะบอกว่า บ้านเมืองของเราจะก้าวเดินไปสู่ทิศทางใดนั้น ไม่ใช่แค่คำขวัญ คำปราศรัย คำประกาศนโยบาย แต่เป็นคำเรียบง่าย ที่จะออกจากหัวใจของเรา ในวันที่เราตระหนักว่า ความเป็นคน มีขอบเขตเรื่องราว และ มีสิ่งที่เราพึงใช้หัวใจ หรือ ให้ความรักคอยนำทาง ไปสู่ทิศทางใดต่างหาก 

คำตอบทั้งหมด จึงล้วนอยู่ที่หัวใจของเรา

ในการแยกแยะผู้คน และ หัวใจ

ว่าเขาเหล่านั้น ยังคงเข้าใจ

และ ตระหนักในความเป็นคน อยู่บ้างหรือไม่

  สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net