วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

‘สุราษฎร์-ชุมพร’ ชงเลิก ‘แผนพัฒนาภาคใต้’ สภาอุตสาหกรรมลั่นไม่เอาเมกะโปรเจกต์


เวทีสภาพัฒน์ ‘สุราษฎร์-ชุมพร’ พบนำเสนอข้อมูล ‘เก่า-ผิด’ เพียบ ปูดผลศึกษาส่อไม่เข้า‘แผนพัฒนาฯ 11’สภาอุตสาหกรรมสุราษฎร์ฯ ลั่นไม่เอาเมกะโปรเจกต์ ด้านเอ็นจีโอจี้ ‘สภาพัฒน์’ หยุดเงื่อนไขชนวนขัดแย้ง‘รัฐ-ชาวบ้าน’ 

วันที่ 22 ก.ค.54 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเพทาย โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานีบริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ จัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นโครงการศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย โดยมีตัวแทนหอการค้า นักธุรกิจเอกชนนักพัฒนาภาคเอกชน (NGOs) ส่วนราชการ และชาวบ้านจาก จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ชุมพร ร่วมประชุมราว 40 คน

นายศักดิ์ชัย ประโยชน์วนิช ผู้เชี่ยวชาญการวางผังเมือง กล่าวในที่ประชุมว่า พื้นที่จังหวัดฝั่งอ่าวไทยเน้นผลักดันสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เช่นปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และอุตสาหกรรมแปรรูปด้านอาหาร ตัวอย่างเช่น ผลผลิตข้าวของไทยมีต้นทุนสูงกว่าเวียดนาม จึงควรมุ่งเน้นอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อการแข่งขัน สำหรับพื้นที่ที่เหมาะสม คือ จ.สุราษฏร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา
 
นายศักดิ์ชัย กล่าวด้วยว่า ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลักดันเป็นยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ เคยมีแนวคิดการขุดคลองคอคอดกระ และมีการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้หลายฉบับ แต่ภาครัฐขาดนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาจึงไม่เกิดรูปธรรม อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ของสภาพัฒน์จะประกาศบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.54 หลังจากจัดการประชุมระดมความคิดเห็นเวทีสุดท้ายที่จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีแนวทางการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมขึ้น
 
จวกการนำเสนอข้อมูลบกพร่อง พบข้อมูล ‘เก่า-ผิด’ เพียบ
ด้านนายชาญชัย ช่วยจันทร์ สมาชิกพรรคการเมืองใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เอกสารที่บริษัทที่ปรึกษาสภาพัฒน์แจกนั้นเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานทั่วไป หลายข้อมูลเป็นข้อมูลเก่าของปี 2551 ควรมีข้อมูลของปี2553 – 2554 ประกอบด้วย และบริษัทที่ปรึกษารับงานจากสภาพัฒน์มีระยะเวลาในการทำงานระหว่างเดือนกรกฎาคม 2553 – เดือนกันยายน 2554 ขณะนี้เหลือระยะเวลาการทำงานอีกแค่ 2 เดือนได้ข้อมูลมาแค่นี้ถือว่าบกพร่องอย่างมาก
 
นายชาญชัย กล่าวอีกว่า จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.ชุมพร ไม่ต้องการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงงานถลุงเหล็ก แต่ต้องการการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ถ้าปล่อยบริษัทเอกชนเข้ามาขุดเจาะน้ำมันจะกระทบกับการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างการลุกฮือของประชาชนเพื่อต่อต้านการขุดเจาะน้ำมันที่เกาะสมุย และเกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี
 
สำหรับเสนอต่อบริษัทที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ของสภาพัฒน์ นายชาญชัยระบุว่า ควรให้สภาพัฒน์เสนอรัฐบาลยกเลิกแผนพัฒนาภาคใต้
 
ขณะที่ นายนพชัย ส่งเสียง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ สำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 14 กล่าวว่า ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำของทะเลอันดามันพื้นที่บริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ชุมพรที่บริษัทฯ นำเสนอนั้นเป็นข้อมูลเก่ามาก พร้อมเสนอว่าหากต้องการข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน สามารถขอจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 14 ได้
 
สภาอุตสาหกรรมฯ ลั่นไม่เอาเมกะโปรเจกต์
ด้าน นายจตุพร วัชรนาถ รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยถึงมติของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า จ.สุราษฎร์ธานี ไม่ควรมีโรงถลุงเหล็ก อุตสาหกรรมหนัก และไม่อยากให้ใครเอาปัญหาในรูปของแผนพัฒนามายัดเยียดให้ภาคใต้ แต่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าต่อเนื่องจากภาคการเกษตรในพื้นที่ แก้ไขระบบการขนส่งในประเทศให้สะดวก  โดยมีการขนส่งในระบบรางเพื่อลำเลียงสินค้า และให้สุราษฎร์เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง
 
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า สำหรับปาล์มน้ำมันนั้นต้องการความสด จึงต้องมีระบบการขนส่งที่รวดเร็วจากพื้นที่เพาะปลูกมายังโรงงานและราคาประหยัด ดังนั้น โรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตรควรกระจายไปตามพื้นที่ ไม่ควรกระจุกตัวเหมือนมาบตาพุด ของเสียจากโรงงานเป็นเพียงของเสียจำพวกอินทรีย์ไม่ส่งผลกระทบรุนแรงสามารถบำบัดด้วยเทคโนโลยี หรือนำไปเกิดประโยชน์ได้อีก เช่น ทลายปาล์ม สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลได้
 
“ภาคใต้ไม่มีศักยภาพในการรองรับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ตนพอใจที่จะขนสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ไม่ควรมีท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล หรือท่าเรือน้ำลึกที่ไหนใดๆ อีกแล้ว ควรศึกษาวิเคราะห์ความคุ้มทุนด้วย” นายจตุพร กล่าว
 
ส่วนนายนภดล ศรีภัทรา ผู้ประกอบการบริษัท หัวถนน (สุราษฎร์ธานี) จำกัด กล่าวว่า แผนพัฒนาภาคใต้ของภาครัฐไม่ชัดเจน ทั้งในการผลักดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงถลุงเหล็กต้นน้ำ นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งที่ความจริงตอนนี้ จ.สุราษฎร์ธานีไม่จำเป็นต้องมีโครงการอะไรอีก และสิ่งที่ควรพัฒนาให้ชัดเจนคือการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ
 
นายรนเทพ คมศิลป์ สมาคมเพื่อนสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร กล่าวว่า การผลักดันโรงถลุงเหล็กที่ จ.ชุมพร ใช้ข้ออ้างว่าเป็นการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ขยายรางรถไฟเป็นรถไฟรางคู่ อีกมีการผลักดันการก่อสร้างเขื่อนโดยอ้างการแก้ปัญหาภัยแล้ง แต่ที่ผ่านมาน้ำเขื่อนในฤดูแล้งก็แห้งขอดเช่นกรณีของเขื่อนปราณบุรี
 
ด้านนายสมชาย มโนธัม เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี แสดงความเห็นว่า หากภาครัฐยังดึงดันเดินหน้าแผนพัฒนาภาคใต้จะเป็นชนวนก่อให้เกิดความรุนแรงระหว่างคนภาคใต้ กับรัฐบาลส่วนกลาง
 
นายสมชายกล่าวด้วยว่า ชาวบ้านอีกมากมายที่ไม่รู้ว่าบ้านตัวเองจะมีโรงถลุงเหล็ก นิคมอุตสาหกรรม
ท่าเรือน้ำลึก ปิโตรเคมี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และยังไม่ทราบว่าโครงการเหล่านี้ จะส่งผลกระทบอย่างไรกับเขา พร้อมเรียกร้องให้หยุดการสร้างความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้าน ด้วยเงื่อนไขของแผนพัฒนาภาคใต้
 
ส่วนนายประวีณ จุลภักดี ประธานมูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต กล่าวว่า การทบทวนแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจริงๆ ไม่ใช่จัดการประชุมหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อหาความชอบธรรม ซึ่งส่วนตัวเขาเองและเครือข่ายภาคประชาชนมีความเห็นว่าการประชุมในครั้งนี้ไม่ชอบธรรม และข้อมูลที่ใช้ไม่เป็นปัจจุบัน
 
แจงผลการประชุม ไม่ถูกนำเข้าแผนพัฒนาฯ 11 แค่สรุปนำส่งสภาพัฒน์
นายศักดิ์ชัย ชี้แจงในที่ประชุมว่า งบประมาณในการจัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นฯ มีเพียงแค่ 4 ล้านกว่าบาท และได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วม การลงพื้นที่จัดการประชุมให้มากกว่า 7 เวทีนี้ก็ติดปัญหาเรื่องน้ำท่วมภาคใต้ และอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง ดังนั้นทางบริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด จึงสร้างเฟซบุ๊คชื่อ “ผังพัฒนาภาคใต้” และสร้างอีเมลล์ Urb@cot.co.th ขึ้น เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมนำเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติม
 
ต่อคำถามที่ว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 จะประกาศบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.54 แต่ทางสภาพัฒน์ยังจ้างบริษัทจัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นโครงการศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้อยู่ แล้วข้อสรุปจากการระดมความเห็นจะนำเข้าแผนดังกล่าวทันหรือไม่ และผลการศึกษาที่บริษัทประเมินออกมาจะถูกนำไปทำอะไร
 
นายศักดิ์ชัย ตอบว่า คงจะไม่ได้นำเข้า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 แต่ทางบริษัทจะรายงานการศึกษาไปยังสภาพัฒน์เพื่อพิจารณาทบทวน แต่ส่วนตัวไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลที่ศึกษานี้สภาพัฒน์จะนำไปดำเนินการอย่างไรต่อไป
รายงานโดย: โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)

ขอบคุณที่มา : ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net