วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันเดียวเที่ยวนครนายก


วันนี้ยกโขยง 6 โมงเช้าไปนครนายก ได้เวลาท้องร้อง เติมข้าวใส่ท้องก่อนออกเดินทาง อาหารเช้าง่าย ๆ ของพวกเราคือ โจ๊กหมูกับกาแฟ ขนมปัง ที่ร้านใกล้บ้าน ลูกค้ามีแค่พวกเราแต่ช้ามาก สงสัยมัวแต่นั่งเรียงตับอยู่ กินไป นินไป



::จุดแรกที่แวะคือ อุทยานพระพิฆเนศ::




พระพิฆเนศปูนปั้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ชมกันแบบเต็ม ๆ ถึง 2 องค์ค่ะ



ด้านหน้าเป็นพระพิฆเนศปางนั่ง ด้านหลังเป็นปางเสวยสุข


ประชาชาชนเดินทางมาสักการะบูชา ทำบุญถวายสังฆทาน และขอพรอยู่เรื่อย ๆ ที่เต๊นท์ด้านหน้า สลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปเป็นกลุ่ม ๆ กล่าวคำบูชาเสร็จแล้ว นำเครื่องสักการะไปถวายท่านข้างบน



ด้านหลังจะพบพระพิฆเนศปางเสวยสุข สร้างเสร็จเป็นองค์ต่อมาใหญ่และสวยงามมาก

หอมหาเทพ

ขอเชิญสักการะบูชา เทพทั้ง 3 องค์คือ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ


อยู่ข้าง ๆ กันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระพิฆเนศปางต่าง ๆ มีมากมายถึง 108 ปาง


หนูหูทิพย์มีคนมากระซิบไม่ขาดสาย



จากป้ายเป็นตำนานความเชื่อของชาวปูเน่ประเทศอินเดีย ที่มีความเคารพนับถือในองค์พระพิฆเนศ เพื่อความสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่มาขอ จึงกระซิบข้างหูหนู (มุสิกะ) กระซิบหูซ้ายเอามือปิดหูหนูด้านขวา กระซิบหูหนูด้านขวาเอามือปิดหูหนูด้านซ้าย โดยหนูจะคอยกราบทูลเตือนพระพิฆเนศ ให้ประทานความสัมฤทธิ์ผลตามที่ท่านปรารถนาทุกประการ

ทำบุญให้อาหารช้างตะกร้าละ 99 บาท
รู้สึกสะดุดใจกับข้อความอวยพรซึ่งเขียนด้วยสีเมจิกไว้ที่งวงช้าง
เขียนตรงนี้หรือ?



::วัดถ้ำสาลิกา::
อยู่ก่อนถึงน้ำตกสาลิกาประมาณ 3 กิโลเมตร


วัดตั้งอยู่บนเขาลูกเล็ก ๆ เป็นหนึ่งในวัดที่หลวงปู่มั่นได้เดินธุดงค์มาพัก และปฏิบัติธรรมบนถ้ำสาลิกา เป็นถ้ำเล็กลึกประมาณ 3 เมตร เดินขึ้นบันไดไปตามแนวทางร่มรื่นเป็นธรรมชาติ จะพบเห็นกุฏิเล็ก ๆ สร้างอยู่ตามเพิงหิน ดูแปลกตา เดินไปประมาณ 40 เมตร เลี้ยวซ้ายแวะถ้ำพระฤาษีก่อน อยู่ใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ ภายในบริเวณวัดเงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ผู้คนนิยมไปทำบุญถวายสังฆทานกันมาก ตอนเราไปถึงมีประชาชนกำลังทำบุญกันอยู่ ก่อนจะถึงถ้ำสาลิกาจะพบเจ้าแม่กวนอิมที่ตั้งอยู่บนโขดหิน

กลับลงมาเลี้ยวซ้าย จะพบมณฑปและเรือนพระธาตุที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุ


ภายในมณฑปประดิษฐานรูปหล่อยืนหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

::น้ำตกสาลิกา::
น้ำตกจากหน้าผาสูงมี 9 ชั้น ๆ ผาสูงที่สุด 100 เมตร
จากจุดนี้เล็งไว้ว่า จุดหมายปลายทางของเราจะอยู่ที่น้ำตกชั้นบนสุด (สรุปแล้วได้แค่เล็ง)


ส่วนใหญ่เลือกที่จะนั่งรอบริเวณชั้น 1 เลยหันไปคุยกับหลานว่า ขึ้นไปดูชั้นบนบ้างดีกว่า


สุดบันไดปูนแล้วเดินต่อไปเรื่อย ๆ ผ่านป่าไผ่ แต่เหนื่อยเต็มที ไม่รู้ว่าเป็นชั้นไหน ช่วงที่เริ่มชัน อาการกลัวความสูงกำเริบ ใจไม่กล้า ขาสั่น หมดแรง ได้แต่ทำตัวเป็นนางครวญ (อยู่คนเดียว) จะลงไปยังไง โฮ ๆๆ


ค่อยๆ ตัดใจไต่ลงมาอยู่ในจุดที่ไม่ชันมากรอหลาน…ที่ขึ้นไปดูตาน้ำ
ระหว่างนั่งรอมีหนุ่มมาถามว่า พี่อีกไกลไหม?
แหมเรียกพี่ตาถึง ยิ้มหวานตอบแทนไป…มัวแต่ยิ้ม น้องเลยยิงต่อมา"ผมจะลงแล้ว"
คงทำหน้าแบบ"ใจไม่สู้เลย"เลยมีสร้อยตามมา"ผมกลัวความสูง"
เจอเพื่อนจะหัวเราะแต่ยั้งไว้ทัน
"กลับไปเถอะ น้องยังไปไม่ถึงจุดเสียวแปล๊บ(ที่ฝ่าเท้า)แบบพี่เลย"

น้องยิ้มเขินหันหลังกลับเดินลงเขาไป มองตามอย่างเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน

ศาลของเจ้าพ่อปลัดจ่าง
องค์ประมุขขององค์เจ้าพ่อทั้งหมดในพื้นป่าเขาใหญ่


ภาพขวา:เป็นนักปืนรั้วไม่ใช่นักปืนเขา สำหรับเราแล้วชั้นมากค่ะ


ได้แต่ถ่ายน้ำตกข้าง ๆ แบบนี้แหละ พอไหว…

::เขื่อนขุนด่านปราการชล::


เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาว 2,720 เมตร สูง 93 เมตร สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของในหลวง เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ในหน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน โดยสร้างครอบฝายท่าด่านเดิม (สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่:วิกิพีเดีย)


ค่าบริการนั่งรถรางชมเขื่อนคนละ 20 บาท ถ้าไปถึงช่วงบ่ายใช้บริการดีกว่าค่ะ อย่าเดินเลยร้อนมาก จะมีเจ้าหน้าที่อธิบายถึงข้อมูลที่น่าสนใจตลอดสองข้างทางที่รถวิ่งผ่านให้ท่านได้ทราบด้วย พร้อมหยอดมุกพูดคุยเป็นที่สนุกสนาน ช่วงนี้น้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อย แต่คนยังคงใช้น้ำกันเยอะ…เหมือนเดิม


ขุนเขาที่กว้างใหญ่ สายน้ำที่หลั่งไหล เหมือนน้ำพระราชหฤทัยที่ไม่มีวันหมดสิ้น ส่งไปหล่อเลี้ยงให้พสกนิกรของพระองค์ได้อยู่ดี กินดี 5,400 ครัวเรือน พระราชปณิธานของพระองค์ที่ว่า...หากสังคมไทยเป็นสังคมที่พออยู่พอกินและมีความสงบ “ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวร ที่จะมีคุณค่าอยู่ตลอดเวลา” พระองค์ทรงสอนให้”พอเพียง" หากแต่เรา ”ไม่รู้จักพอ” ไม่พึ่งตนเอง คิดแต่จะแบบมือขอ ยิ่งคิดยิ่งน่าสลด เพราะถ้าขอแล้วให้ จะเอาประเทศไปทำอะไรก็สุดแท้แต่… รวยแล้วโกงรับได้ ถ้าได้ประโยชน์ มันจะต่างอะไรกับทำเองเล่า แบบนี้เรียกเลวหยั่งราก อนาคตของประเทศก็คงล่มจมเพราะคำว่าประชานิยม

:::คลิปนั่งรถรางชมเขื่อน:::

เนื่องจากเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและแหล่งประมงน้ำจืด ตามแนวทุ่นสีขาวที่เห็นเป็นทางยาวตลอดสันเขื่อน คือทุ่นที่ทางเจ้าหน้าที่กั้นไว้ เพื่อกันปลาบึกไม่ให้ออกไป กลัวจะเสร็จโก๋หลังเขาค่ะ เจ้าหน้าที่จอดรถให้นักท่องเที่ยวชะโงกลงไปดูปลาบึกที่เห็นเป็นแนวดำ ๆ เลื่อนตัวตามกันอยู่ข้างล่างสันเขื่อน พร้อมกล่าวเสริมว่า “เห็นเล็กอยู่ลิบๆ แต่ของจริงบิ๊กมากนะครับ”


ถึงแม้จะปล่อยน้ำออกมาน้อย แต่คนก็ยังคงมาเล่นน้ำคลายร้อน อีกหนึ่งกิจกรรมคือการล่องแก่ง สนใจติดต่อได้เลยค่ะ

:::แผนที่เดินทาง
:::คลิก


::ก๋วยเตี๋ยวกะลาลุงเผ่า::


ออกจากเขื่อนก่อนที่จะเลี้ยวขวาไปน้ำตกนางรอง เลี้ยวซ้ายตามป้ายที่ปักอยู่ริมทางไปสักประมาณ 500 เมตร ร้านตั้งอยู่ในสวนผลไม้ รสชาติใช้ได้ ราคาไม่แพง มีคลองหรือคู ก็ไม่ทราบ (ดูใหญ่กว่าคู แต่เล็กกว่าคลอง)อยู่ข้าง ๆ เพิงนั่ง มีปลาว่ายให้ดูเป็นกระสัย


::น้ำตกนางรอง::

ถึงน้ำตกก็เย็นมาก ตกลงกันว่า…
ใครอยากเล่นน้ำลงเลย
ใครอยากนั่งเล่นเฉย ๆ เชิญ
ใครอยากเดินดูวิวรอบ ๆ ตามมา...


น้ำตกนางรองอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไม่สูงนัก ไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่มีแอ่งให้ลงเล่นน้ำหลายจุด น้ำเย็นมาก แต่หลานก็ยังอุตส่าห์ลงไปเล่น เล่นไปสั่นไป ก็ยังไม่ยอมเลิก สั่นสู้…

จุดชมวิวยอดนิยม



น้ำบางช่วงแรงมาก และเป็นสีน้ำตาล ไม่ใสเหมือนที่น้ำตกสาลิกา

บ้านจอมพล ป.ที่คุณหญิงละเอียดสร้างแล้วมอบให้กับผู้ว่าในสมัยนั้นเพื่อดูแลต่อไป



สะพานนี้เป็นจุดชมวิว และใช้สัญจรไปมา เพื่อข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่ง อย่าใช้เป็นที่พักนั่งทานอาหารเลยนะคะ มีความสุขกันไม่กี่คน แต่ขวางทางเดินของคนส่วนมาก ช่วยกันรักษากฎของสถานที่ และแบ่งปันความสุขร่วมกันกับคนอื่นด้วยค่ะ

-@--@--@-@--@-@--@--@-

ระหว่างทางกลับบ้าน สายด่วนรายงานมาว่าคืนนี้มีขนมจีนน้ำยาป่า

แวะตลาดหน้าวังตะไคร้ ดูว่ามีอะไรเป็นผักเคียงได้บ้าง


:-แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ-:

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net