วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มิตรภาพหาง่าย เพื่อนตายสิหายาก




สิบวันเข้านี่แล้ว เริ่มรู้จักการใช้ภาษากายผสมภาษาจีนได้บ้างแล้ว คำสำคัญ คือ ตั้วส่าว แปลว่า เท่าไหร่ หนี่ห่าว เป็นคำธรรมดา เซีย เซี้ย พอใช้ได้ นอกนั้น ส่ายหน้ากับพยักหน้า และชี้ๆ ๆ ๆ ๆ แค่ก็ได้กิน

การถามทางยิ่งง่าย ไปถึงโรงแรม ยังไงๆที่โรงแรมก็ต้องมีแผนที่ฉบับหยิบฉวยง่ายๆไว้ถือ อยากไปไหนชี้เอา ถามที่ป้ายรถเมล์ คนใจดีจะบอกรถคันที่ไปให้เอง ถ้าไม่แน่ใจอีกยามขึ้นไปบนรถก็ถามคนขับ แค่เอ่ยชื่อสถานที่ ถ้าใช่คันนั้น เขาก็พยักหน้า ถ้าไม่ใช่เขาก็ส่ายหน้า สนุกจะตายไป เหมือนการเล่นเสี่ยงทายอะไรสักอย่าง และยิ่งมีความสุขเมื่อ ค่าเดินทางแค่ 1 หยวน ทุกเส้นทาง (ในเมือง) ถ้าเป็นแท็กซี่ก็คงไม่ต่ำกว่า 7 หยวน 

การเดินทางแบบคนจนๆ หาเพื่อนร่วมทางที่นิสัยไม่เลวร้ายได้ง่าย อย่างน้อยน้ำใจที่พยายามจะมีให้กันมันดูชัดเจนจริงใจ แบบมองตาก็รู้ใจ หากว่าคุณเริ่มต้นที่โรงแรมแบบแบ็คแพ็คเกอร์ แบ็คแพ็กในที่นี้ไม่ใช่แบบถนนข้าวสารทั้งหมด แต่ระบบของแบ็คแพ็กของจีน เริ่มต้นที่โรงแรมสำหรับคนเดินทางแบบประหยัดและต้องการเพื่อนร่วมทาง สำหรับเยาวชน (แต่แก่ๆ แบบฉันเขาก้ไม่รังเกียจถ้าทำตามกติกาของโรงแรม เช่น จัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเอง ไม่เรียกร้องการทำความสะอาดทุกวัน ไม่เปิดไฟ เปิดน้ำทิ้ง ทำนองนี้) และไม่ว่าทางนั้นหมายถึงการนอนร่วมห้อง หรือการแชร์ข้อมูล หรือแชร์ค่ารถแท๊กซี่ หรือช่วยดูแลสารพัดเรื่องที่ตัวเองเคยประสบมา อย่างนี้จะไม่รีบคว้าโอกาสที่จะสร้างความประทับใจเชียวหรือ

ตอนย้ายเมืองจากเชียงรุ้ง มีเพื่อนร่วมทางบนรถเมล์นอน ที่มีอาการใบ้กินกับภาษาจีนเช่นกัน หนึ่งคน ชื่อชุน หนุ่มญี่ปุ่น ซึ่งพักที่โรงแรมMany Trees ที่เดียวกันที่เชียงรุ้ง

ผ่านบรรยากาศการเสี่ยงตายบนรถเมล์นอน เพราะรถดันไหม้ควันโขมง ตั้งแต่ออกเดินทางไม่ถึงขั่วโมง จากนั้นแวะซ่อมอีกนานที่เมืองอะไรไม่รู้กลางทาง 

ประสบการณ์ส้วมจีนระหว่างทาง น่าสนใจ ไม่กล้าถ่ายรูปมาประกอบ เพราะไม่มีที่ไหนเหมือนอีกแล้ว พม่ากับลาวว่าประหลาด แต่จีนประหลาดกว่า

จากนั้นมาถึงเมื่องเซี๊ยะกวน (เมืองใหม่ต้าหลี่) ตอนตี 2 (ตามเวลาปกติที่ต้องมาถึง) คนขับรถปิดประตูขังทุกคนให้นอนบนรถ เพราะว่าไม่มีแท็กซี่ ไปไหนไม่ได้ (ชวนให้คิดถึงกรุงเทพฯดีแท้)

นอนน่ะนอนไได้ แต่ต้องถูกรมควันด้วยบุหรี่นี่สิ...โอ้...กระไรเลย พ่อคุณเอ๋ย ไม่เกรงใจลูกที่นอนกอดอยู่ในอกเลยหนอ หน้าต่างก็ปิดเกือบหมด แล้วยังไม่ค่อยอยากจะนอนอีกนะ คุยกันลั่น คู่นั้นคุยทางนั้น คู่นี้คุยทางนี้ คนขับตวาดทีเดียวเงียบกริบ..หลับจนเช้า

เข้ามาต่าหลี่พร้อมชุน  ด้วยรถแท็กซี่ 50 หยวน มาส่งที่โรงแรมจิม เกสต์เฮาท์ (ซึ่งฉันขอให้เสี่ยวฟาง สาวน้อยเพื่อนร่วมห้องที่เชียงตุง ช่วยโทรฯจองให้ เพราะได้ข่าวว่าช่วงนี้ต้าหลี่นักท่องเที่ยวเยอะมาก โรงเรียนปิดเทอม ราคาห้องแพง ตั้ง 120 หยวน) หนุ่มชุนซึ่งไม่มีห้องพักขอฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่ห้อง แล้วออกหาที่พัก 

ฉันอาบน้ำสระผม ทำความสะอาดเนื้อตัว เพราะกลิ่นสารพัดบนรถคงติดตัวไปหมด (กลิ่นอับยับเยินหัวใจทีเดียว) จึงออกไปเดินหาอะไรกัน โอ้โห...นักท่องเที่ยวทะลักมาจากไหน เมื่อราว 6 โมง เมืองยังเงียบสนิทอยู่เลย เดินไปเรื่อยๆ มาเจอชุน นักทอดอาลัยอยู่ (แบบไม่น่าเชื่อ ว่าจะเจอ คนออกเยอะแยะ) จึงชวนกันเดินไป กินไป กระทั่งมาถึงประตูเมืองด้านเหนือ ดูในแผนที่เป็นวัดสามเจดีย์อยู่ไม่ไกล จึงเดินมาเรื่อยๆ ชี้แผนที่ถามทาง แบบภาษาใบ้ คนจีนใจดีสามคน ทำท่าว่าตัวเองก็กำลังจะไปที่นั่นเหมือนกัน ให้ตามไปกัน รอรถเมล์ไม่นาน ขึ้นไปแป๊บเดียวก็ลง (ดีกว่าเดินให้เหนื่อย ราคา 1 หยวนเอง)  

แต่ค่าผ่านประตูนี่สิ แม่เจ้าโวย...คนแก่ๆแบบฉัน 121 หยวน บอกชุนว่าเธอเป็นนักศึกษาไม่ใช่หรือ เขาให้ครึ่งราคานี่ ชุนดีใจที่ได้ลด แต่ต้องควักพาสปอร์ตที่บอกที่อยู่ที่ระบุมหาวิทยาลัยที่เรียนมายืนยันกับคนขายตั๋ว (อันที่จริงชุนเลิกเรียนแล้ว ลาออกมาได้เกือบปี เขาเรียนแค่สามปี แล้วคิดว่าเที่ยวดีกว่า จึงออกเดินทางเที่ยวนี้ใช้เวลา 1 ปี นี่ก็เกือบจะครบปีแล้ว)

ผ่านการกราบพระที่วัดอย่างสุดจิตสุดใจ ในหลายวิหาร ได้ฟังพระจริงๆสวดมนต์ด้วย ชุนถามว่าขณะที่กราบฉันทำอะไรกับข้างใน...เออ ช่างถามนะ...เพราะเขาไม่มีศาสนา ไม่ได้ทำใจเกี่ยวพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิใดๆน่ะสิ

ขณะเดินกลับมาที่โรงแรม เพื่อที่ชุนจะเอากระเป๋า และเดินทางต่อไปลี่เจียง ฉันเจอกับคุณครูใจดี คนเดิมที่พาไปรู้จักกับโรงแรม Many Trees เธอบอกว่าที่พักของเธอแค่ 30 หยวนเอง แล้วเธอเดินนำหน้าลิ่ว เผื่อฉันจะได้จองที่พักในคืนต่อไป ปรากฎว่าเป็นโรงแรมที่อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมฉันนั่นล่ะ ซึ่งชุนถามแล้วเมื่อเช้า ห้องพักเต็ม และที่นั่นไม่ยอมให้จองล่วงหน้า ถ้าต้องการให้มาหาห้องในตอนเช้าที่มีคนเช็คเอ้าท์ออกไป ก็ยุติธรรมดีนี่

ร่ำลากับชุน เขาขึ้นรถบ่ายสอง ที่มารับที่โรงแรม บอกเขาว่าให้หาข้อมูลที่พักเผื่อด้วย ทั้งที่ลี่เจียงและแชงกรีล่า จากนั้นฉันออกเดินเล่นจนครบสี่มุมเมือง พบครูคนเดิมและรูมเมท ที่เก่งภาษาอังกฤษกว่าครู เธอคนนั้นบอกว่า มะรืนนี้เธอจะไปนอนที่เมืองฉ้วนเจิ้ง เป็นอันว่าน่าสนใจ...พรุ่งนี้ฉันย้ายเมือง ไปเมืองเก่าแห่งใหม่ที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก และไปอีกเมืองคือ เจี๋ยนฉวน แล้วค่อยไปลี่เจียง...ค่อยๆไป ค่อยๆไป ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบ

ความสุขที่ได้จากการเดินทาง ที่จริงแล้วคือการพบมิตรภาพ ที่อาจไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญนักในยามอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอน แต่ยามที่โดดเดี่ยวลำพัง เมื่อมีคนยิ้มให้ เพียงแค่ยิ้มให้ทักทาย แค่นี้ก็ล้ำค่าแล้ว 

มะม่วงหลายลูกรสชาดอร่อยลิ้น ได้มาจากวัดของพี่น้องชาวไตลื้อ หลังจากฉันถูกรุมสัมภาษณ์ด้วยคำถามคลาสสิกประจำวัฒนธรรมว่า ทำไมมาคนเดียว พอลาจากกันคุณยายทั้งหลายก็เอามะม่วงแตงกวาใส่ถึงให้ อุ่นในอกจริงๆ ค่ะ..คุณย่าแก้วย้ำว่า แล้วกลับมาเชียงรุ้งอีกนะ

ฉันพยักหน้ารับคำ...

และ เมื่อกี้ จิม หนุ่มธิเบต เจ้าของโรมแรม แวะมาทักทาย เพราะฉันได้คุยกับเขาตอนเช้าตรู่ ทางโทรศัพท์ ด้วยสำเนียงอังกฤษที่ชัดเจนของเขา พอเห็นหน้าและการแต่งตัวของเขา ฉันอดขำไม่ได้ เธอช่างรักษาความเป็นธิเบตของเธอไว้ได้ดีเหลือเกิน ถ้าเห็นเดินข้างถนนใครจะรู้ว่านี่คือเจ้าของโรงแรมน่าพักถึงสองแห่ง จิมนะจิม..เสื้อยับ ผมยุ่ง กางเกงหลวมโพรก แล้วเขาก็ออกตัวว่า
"ผมยุ่งเหลือเกิน"....อืมมมม

เป็นนักท่องเที่ยวดีกว่ามั้งจิม

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net