วันที่ พุธ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ศาลปกครองสงขลาเปิดแผนกคดีสิ่งแวดล้อม


ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - อธิบดีศาลปกครองสงขลา เปิดทำการแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองสงขลาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ เปิดพร้อมกันวันนี้ 9 แห่ง?

วันนี้ (2 ส.ค.) ที่ศาลปกครองสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา นายอำพน เจริญชีวินทร์ อธิบดีศาลปกครองสงขลา เป็นประธานพิธีเปิดทำการแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองสงขลา ในโอกาสที่ศาลปกครอง กำหนดเปิดทำการแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองกลาง และศาลปกครองในภูมิภาค จำนวน 9 แห่ง พร้อมกันในวันนี้ ได้แก่ ศาลปกครองขอนแก่น ศาลปกครองเชียงใหม่ ศาลปกครองระยอง ศาลปกครองอุดรธานีศาลปกครองอุบลราชธานี และศาลปกครองสงขลา
      
นายอำพน เจริญชีวินทร์ อธิบดีศาลปกครองสงขลา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจตนารมณ์ในการตราพระราชบัญญัติจัดศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2554 ซึ่งมีผลบังคับ ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.54 ให้มีการจัดตั้งแผนกคดี หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นในศาลปกครอง เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจาณาคดีปกครองบางประเภทที่ต้องดำเนินการให้ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อน หรือเสียหายแก่คู่กรณีเป็นไปด้วยความ
รวดเร็วขึ้น
      
ศาลปกครองได้ตระหนักถึงความสำคัญของคดีพิพาทเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนั้น ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สังคม เศรษฐกิจ และสาธารณชนในวงกว้าง การจัดตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลปกครอง เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้ระบบไต่สวน ลด และเร่งรัดขั้นตอนการดำเนินกระบวนพิจาณาและงานธุรการคดีเพื่อให้คดีแล้วเสร็จโดยเร็ว
      
นายอำพนกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีที่เข้ามาตอนนี้คดีสิ่งแวดล้อมเราก็มีแผนกโดยเฉพาะ เพื่อพิจารณาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทันท่วงทีต่อการเยียวยาแก้ไข ไม่ให้ผลกระทบเกิดกับประชาชนโดยทั่วไป โดยจะมีตุลาการที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านสิ่งแวดล้อมพิจารราคดี ทำให้คดีเสร็จเร็วขึ้น ปัจจุบันที่รับเรื่องคดีสิ่งแวดล้อมก็ที่จังหวัดสงขลา มีคดีที่ชาวประมง 400 กว่าคน ฟ้องบริษัทขุดเจาะน้ำมัน ที่ขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย ทำให้ชาวประมงไม่สามารถเข้าไปทำการประมงได้ ตอนนี้การดำเนินการยังไม่รับฟ้อง เพราะเหตุว่าชาวบ้าน 400 กว่าคนยังไม่ได้ตั้งตัวแทนเข้ามา อีกทั้งเอกสารหลักฐานยังไม่ครบถ้วน คาดว่าเร็วๆ นี้คงรับฟ้องได้และดำเนินการต่อไป

ขอบคุณที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net