วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บ้านอิงสวน..อัมพวา..ไปมาแล้วก็...เป็นแบบนี้..(คิดถึงนะ)



บ้านอิงสวน..อัมพวา..ไปมาแล้วก็...เป็นแบบนี้..(คิดถึงนะ)  

 (โดย..นักเลงน้ำหมึก)

 ผมเชื่อว่าในการออกเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ การหาข้อมูลเตรียมการล่วงหน้าก็เป็นเรื่องดีไม่น้อย อย่างเช่น ศึกษาเส้นทางการเดินทาง, การจองห้องพักล่วงหน้า เป็นการสร้างความมั้นใจว่าอย่างน้อยๆ ก็มีที่ให้นอนแน่แล้ว อย่ารอช้า เว็ปไซด์บ้านพักต่างๆ ถูกเปิดขึ้นเพื่อหาห้องพักดีๆ สักห้อง บังเอิ้ญบังเอิญเป็นช่วงเทศกาล บ้านพักที่ถูกใจในเว็ปถูกจองหมดแล้วและใกล้ถึงวันที่จะต้องเดินทางแล้ว อยู่ก็มีความคิดหนึ่งวิ่งแทรกความกังวลเข้ามาในหัวของผมว่า “นอกจากบ้านพักที่โฆษณาทางเว็ปไซด์แล้วยังมีบ้านพักอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีเว็ปไซด์และอาจจะถูกใจกว่าก็ได้” ความคิดนี้ทำให้ผมตัดสินใจเดินทางครั้งแรกที่ไม่ได้จองที่พักแต่อย่างใด ทำให้ประสบการณ์เล็กในโลกใบใหญ่ของผมเกิดขึ้น ตามประสาของมือใหม่หัดเที่ยว หัวใจเปลี่ยว แต่งบประมาณจำกัด

 วันเสาร์วันพักผ่อนอยู่บ้านของใครหลายๆคนยกเว้นผม อัมพวา คือเป้าหมายของการเดินทางในครั้งนี้ ก่อนเดินทางต้องเตรียมสัมภาระ อย่าเอามาเยอะจะเป็นภาระของเราสมชื่อ และที่ลืมไม่ได้สำหรับผมคือกล้องถ่ายรูปคู่ใจ ทุกอย่างพร้อมก็ลา พ่อ แม่ พี่ ป้า น้าอาที่บ้าน ออกมาด้วยความมั้นใจว่าคืนนี้ต้องมีที่นอน ถ้าไม่มีจริงๆ ก็กลับมานอนที่บ้านก็แล้วกันแต่ขออย่าให้เป็นอย่างนั้น

 คิวรถตู้ที่ไปแม่กลองมีหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นคิวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ใต้ทางด่วน หรือ หน้าห้างโลตัสปิ่นเกล้า แต่ที่ผมมาใช้บริการคิวที่ตลาดบางประแก้วซึ่งค่าโดยสาร 50 บาทครับ พอได้เวลารถออกใช้เวลาเดินทางอยู่บนทางหลวงหมายเลข 35 (พระราม 2) ประมาณชั่วโมงกว่า ในระหว่างทางมีผู้โดยสารทยอยลงตามป้ายต่างๆ จนสุดท้ายเหลือผมคนเดียวบนรถ เอาแล้วไงผมคิดในใจว่าจะลงตรงไหนไม่เคยมาเองด้วยสิ ทันใดนั้นพี่คนขับพูดออกมา “ไปอัมพวาใช่ไหม? เดี่ยวพี่ไปส่งในตลาดแม่กลองเลย”เหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ หรือคงเดาสีหน้าเจื่อน ๆ ของผมออก แถมยังแนะนำทางไปอัมพวาอีกด้วย ผมโล่งใจไปขั้นหนึง และ คือไม่ว่าจะอย่างไรผมไปถึงอัมพวาแน่นอนล่ะ รถตู้ขับออกไปหลังจากเค้าทำหน้าที่ส่งผู้โดยสารคนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องการคิวรถสองแถวที่เขียนข้างรถว่า โรงเจ อัมพวา เวลาเที่ยงอากาศร้อนขอแวะ 7-11 หาน้ำมาดับความกระหายและความร้อน ออกมาหน้า 7-11 เห็นแม่ค้าแห่กันขึ้นรถสองแถวเค้าจะไปไหนกันเหลือบไปเห็นคำว่าโรงเจ เอ้า คันนี้แหละเจอแล้วครับ พอดีคิวสองแถวนี้อยู่ที่หน้า 7-11 พอดี ไปด้วย ไปด้วย ผมกระโดดเกาะอย่างเร็ว ก่อนที่รถจะออกตัวอย่างแรง

 สุดสายอีกตามเคยโรงเจอัมพวาแต่มีแม่ค้านั่งมาด้วยหลายคน ค่าโดยสาร 8 บาท พอถึงโรงเจ อันดับแรกเลยต้องตามหาที่พักก่อนเหมือนกับหาหลักประกันให้กับชีวิตอย่างไงอย่างั้น เลยเดินเข้าไปถามพี่ผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางน่ารักว่า “แถวนี้มีห้องพักว่างๆ บ้างไหมครับพี่” พี่เค้ายิ้มออกมาแล้วบอกให้ผมตามพี่เค้ามา ถึงเวลานี้คงไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ผมเลยเดินตามเข้าไปในซอย มังกรทอง ข้างๆ โรงเจที่ลงรถมาเมื่อกี้ คุยกันกับพี่ยังไม่ได้รู้อะไร ประมาณสัก 100 เมตร จากปากซอยถึงบ้านพัก ที่พี่เค้าแนะนำมา “บ้านอิงสวน” ชื่อนี้เห็นจะเหมาะสมดีเพราะมีสวนล้อมรอบบ้านเลยครับ เดินรอบๆ บ้านดูห้องพัก บรรยากาศร่มรื่น มีสวนเล็กๆ หลังบ้าน ของตกแต่งเก่าๆ เข้ากับconceptของที่นี้ บ้านอิงสวนเงียบสงบ ไม่เหมือนห้องพักที่ติดกับตลาดน้ำที่มีคนเดินผ่านไป-มาวุ่ยวายตลอด แต่บ้านยังอยู่ในระแวกทางเข้าตลาดเดินเข้าตลาดก็ใกล้นิดเดียว หลังจากเดินชมได้สักพักผมแปลกใจว่าไม่มีคนมาต้อนรับหน่อยเหรอ ผมก็เป็น ลูกค้านะเนี้ย ปรากฏว่าพี่สาวคนที่พาผมเข้ามาเดินมาถามว่าถูกใจไหมค่ะ ผมชอบที่นี้เลยแหละ ซึ่งในตอนแรกคิดว่าขอเดินดูสัก 4-5 ที่ก่อนตัดสินใจที่อะไรลงไป ถ้ายังมีที่พัวว่างๆ ให้ผมได้เลือก ผมตอบว่า “แล้วเจ้าของหรือคนดูแลไม่อยู่เหลอครับ” พี่เค้าก็ยิ้มก่อนตอบว่า “อยู่นี้ไงค่ะ” อ้าวนี้ผมคุยกับเจ้าของโดยตรงมาตลอดเลยเหลอเนี้ย ผมตกลงปลงใจจองห้องหนึ่งห้องซึ่งห้องธรรมดาจะเป็นเตียงคู่ทั้งหมดนอนได้ 2 คนแต่ผมมาคนเดียว (ถ้าใครมาคนเดี่ยวจะรู้สึกเหงาๆสักนิดหนึงผมขอแนะนำให้พาแฟนเก่ามาด้วยจะเข้ากับบรรยากาศของเก่าที่นี้เป้นอย่างมากครับ) ส่วนห้องใหญ่จะนอนได้ คน โชคดีมากๆ ครับเพราะเหลือห้องว่างห้องสุดท้ายแล้วและยังเป็นชั้นบนซึ่งเป็นส่วนตัวมาก ถ้าผมมาช้ากว่านี้คงจะชวดไป การเดินทางครั้งนี้เหมือนทุกอย่างจะเป็นใจไปหมดจนต้องขอบคุณความคิดที่วิ่งเข้ามาในหัวผมในตอนนั้น

 การผจญภัยด้วยตัวเองนับได้ว่าเป็นการฝึกฝนเรื่องของการมีชีวิตอยู่ในสังคมและการเอาตัวรอด ผมว่าเป็นการรวมเอาวิทยายุทธที่ร่ำเรียนมาทุกกระบวนท่าได้ประยุกต์ใช้ การพูดจา ก็คือวิชามนุษย์สัมพันธ์ การดูแลค่าใช้จ่ายวางแผนงบประมาณ ก็อาจต้องใช้วิชาคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ซึ่งผมอาจจะโชคดีในครั้งนี้ ตั้งแต่เจอคนขับรถตู้ใจดีคนนั้น และเจอเจ้าของที่พักอย่างจุดใต้ตำตอ คือโชคดีที่เจอแต่สิ่งดี ๆ และคนดี ๆ ที่จริงใจ แถมยังเจอที่พักดี ๆ อีกด้วย

 หลังจากต่อมาจึงรู้ว่า พี่เค้าชื่อ พี่ตา เป็นเจ้าของ คู่กับพี่ผู้ชายชื่อ พี่ศักดิ์ ใจดีมากเป็นกันเองอาจจะขัดกันกับหน้าตาของพี่เค้าไปหน่อย พี่เค้าแนะนำข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเที่ยวที่อัมพวา เหมือนเป็นคู่มือการท่องเที่ยวประจำตัวของผมเลย ไม่ว่างจะเป็น การนั่งเรือชมหิ่งห้อย ว่าต้องขึ้นท่าไหน นั่งรอบใหญ่จะได้ไปดูการเคี่ยว การหยอดน้ำตาล ยังแนะนำร้านอาหาร เวลาการใส่บาตรตอนเช้า คือถามอะไรพี่เค้าตอบได้หมด และคำพูดที่ทำให้ผมประทับใจก็คือ “พี่คิดว่ามีน้องมาเที่ยวบ้านตามสบายเลยนะครับอยากได้อะไรบอก” เป็นการเดินทางที่แสนวิเศษอีกครั้งของผม จึงอยากแนะนำให้ลองมาพักดู โดยเฉพาะเมนูตอนเช้าอร่อยมาก แถมตอนดึกหรือมื้อประจำของผม ผมยังมารบกวนให้พี่ศักดิ์ทำไข่เจียวสวรรค์ให้อีก ที่เรียกว่า ไข่เจียวสวรรค์ มีที่มาจากความอร่อยซึ่งการจะทำให้ได้รูปลักษณ์และรสชาติอย่างนี้ต้องใช้ศิลปะและฝีไม้ลายมือขั้นสูง เป็นที่ติดใจของลูกค้าที่มาพักหลายต่อหลายคนด้วยเหตุนี้ผมจึงมอบชื่อนี้ให้ ลองแวะมาลองทานกันได้ครับ ถือเป็นเมนูแนะนำของบ้านนี้เลย ส่วนผมล้างจานให้เป็นการตอบแทนครับ แถมขากลับยังขับรถมาส่งผมถึงคิวรถตู้กลับกรุงเทพ ดูแลผมเหมือนเป็นญาติกัน ถ้ามีโอกาสมาอีกผมมีที่พักแน่นอนเลยครับคงไม่ต้องบอกว่าที่ไหน

 โทรสอบถามข้อมูลได้ที่ 081-6279480, 089-6921661 พี่ศักดิ์ กะ พี่ตา ซึ่งเป็นกันเองมาก และถ้าบอกว่า เปรียว แนะนำจะมีส่วนลดเป็นพิเศษอย่างแน่นอนครับบบบ....

เกี่ยวกับผู้เขียน- นักเลงน้ำหมึก ชื่อเล่น เปรียว นักศึกษาจบใหม่จากบางมด อยู่ในช่วงวิจัยละอองสังคม...ด้วยความที่ชอบไปตามชีพจรและหัวใจดวงใหญ่ ผ่านเวลาของชีวิตไปได้ช่วงหนึ่งแล้ว จากการไปอัมพวาอย่างโดดเดี่ยวในครั้งนี้ ก็เลยประทับใจในความมีไมตรีของเจ้าของ "บ้านอิงสวน" อยากจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ จึงตั้งใจเรียบเรียงเรื่องราวเป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งเรื่องและภาพ เป็นความตั้งใจของเขาเอง เอามาฝากวางไว้บทเนื้อที่แห่งนี้

 






















โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net