วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ราคาแห่งความฝันของนักเดินทาง



สองสาวน้อยเพื่อนร่วมทาง ที่ช่วยดูแลถามไถ่อาการไม่ปกติยามอยู่บนที่สูง



เมืองเก่าลี่เจียงบางมุม ที่ไม่พลุ่กพล่านนัก




ท่านประธานเหมา



มุมเดียวกับภาพข้างบนแต่เป็นคนละเวลา (ชอบมุมนี้เป็นการส่วนตัว)




มองเห็นเทือกเขามังกรหยกอยู่ไกลๆ





ไร้คำบรรยาย




ราคาแห่งความฝัน

เด็กสามคนนั้นกำลังหลบฝนอยู่ที่ไหนหนอ หรือว่ากำลังแบกหามทำงานกลางสายฝนอยู่อย่างเข้มแข็ง หรือว่าถอดใจโบกรถต่อไปยังทะเลสาปกูลูเสียแล้ว

สัญญาณโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ บางทีพวกเขาอาจจะไม่มีที่ชาร์ตแบตเตอรี่ ถ้าฝนหยุดตกฉันจะเดินไปดูพวกเขาตรงที่กางเต็นท์นอนเมื่อคืนนี้ เพราะเรานัดกันว่าเย็นๆมาเจอกันที่เดิม

เหยา อุ้ยฉู คือชื่อของเด็กหนุ่ม และหยาง ฉู้เฉน กับ จีอ๋า เฟิ่น คือชื่อของเด็กสาว 2 คน ทั้งสามคนมาจากเมืองเสฉวนแต่เรียนคนละโรงเรียน พวกเขาเป็นเพื่อนกันเพราะร่วมทำกิจกรรมชมรมภาษาอังกฤษ ช่วงปิดเทอมจึงชวนกันเดินทางท่องเที่ยวด้วยการโบกรถและกางเต็นท์นอนในที่หลบเร้นสายตาผู้คน และหางานรับจ้างทำเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

“เมื่อคืนหลับดีไหม” ฉันถามพวกเขา

“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะหนาวนิดหน่อย” จีอ๋า เฟิ่น เป็นคนตอบ ภาษาอังกฤษเธอดีกว่าทุกคน

วันนี้เรามีนัดกันว่าจะไปภูเขามังกรหยก “หลงอวี่ซาน” ด้วยกัน นัดหมายกันที่สวนสาธารณะที่ฉันเจอกับพวกเขาในครั้งแรก เมื่อบ่ายวานนี้ ขณะที่พวกเขานั่งพักในร่มไม้และตากเต็นท์ให้แห้ง ในคืนที่ผ่านมาพวกเขาพักที่เมืองเก่าซูโจวใกล้ๆกับเมืองฉูเจิ้งที่ฉันพัก และกางเต็นท์ในอาคารร้าง กระทั่งเช้าโบกรถมาที่ลี่เจียง ถ้าจ่ายค่ารถเมล์ ราคาตั๋ว 45 หยวนเข้าไปแล้ว

เรามาถึงที่จอดรถสายแปด ไม่ไกลจากสวนธารณะและกังหันวิดน้ำสัญลักษณ์ของเมืองเก่าเท่าใดนัก เด็กสามคนช่วยกันซักถามค่าใช้จ่าย แล้วหันมาบอกฉันว่า คนขับคิดราคา 120 หยวน รวมค่าตั๋วรถบริการไปที่เคเบิลคาร์ ซี่งจะขึ้นภูเขา ฉันเริ่มงง ทำไมต้องมาบวกราคาค่าตั๋ว ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ ซักถามกันนานกว่าจะรู้เรื่อง แต่ในที่สุดก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี เพราะคนขับพูดอังกฤษไม่ได้เลย ทั้งฉันเองและเด็กสามคนก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับขึ้นภูเขาสักเท่าไหร่

เมื่อคืนฉันถามที่รีเซฟชั่นโรงแรมว่าถ้าซื้อทัวร์ขึ้นภูเขาหิมะ ราคาเท่าไหร่ เธอบอกว่า 500 หยวน รวมหมดทุกอย่าง ทั้งอาหารและจุดแวะชมที่หมู่บ้านตงปา ฉันจึงหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเพื่อนร่วมห้อง เธอ(ยังสาวมาก)และลูกชาย(หนุ่ม)บอกว่าจะไปภูเขาด้วยรถแท็กซี่ ราคาเที่ยวละ 20 หยวน ฉันบอกว่าน่าสนใจดีนี่ แต่ฉันนัดกับเด็กๆเอาไว้เราจะไปรถเมล์กัน ราคาไม่น่าจะเกิน 10 หยวน

ขณะที่ฉันกำลังงงงวยกับราคาค่ารถ และเพิ่งจะฉลาดว่า ที่เขียนว่ารถสาย 7 สาย 8 อะไรเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นรถตู้คันเล็กๆบรรจุได้ไม่เกิน 6 คน และรถเมล์คันใหญ่ๆวิ่งเฉพาะในเมืองเท่านั้น ขณะนั้น คุณแม่ยังสาวและลูกชายเป็นหนุ่มก็เดินยิ้มทักทายถามหารถโดยสารอยู่เช่นเดียวกัน เราจึงไปหารถคันใหม่ด้วยกัน ส่วนเด็กทั้งสามคนบอกว่า พวกเขามาส่งฉันไปภูเขาเท่านั้นส่วนพวกเขาจะไปทำงานหาเงิน และรอฉันอยู่ที่สวนสาธารณะในตอนเย็น

การเดินทางขึ้นภูเขาหิมะด้วยตนเองน่าสนใจไม่น้อยเพราะไม่ต้องพ่วงกับทีมที่รุงรังเป็นขบวนรถไฟ ในที่สุดเราได้ทีม 6 คน พอดีรถตู้ และสาวน้อยในทีมคนหนึ่งเธอพูดอังกฤษได้ดีพอสมควร เธอมากับแม่และมีน้าสาวที่อายุน้อยกว่าเธออีกหนึ่งคน

การขึ้นภูเขาหิมะที่ลือลั่น ผสมกับการท่องเที่ยวแบบคนจีน จึงกลายเป็นการทัวร์ทรมานอย่างสาหัส เพราะผู้คนยุ่บยั่บราวปลาได้น้ำ ทุกชีวิตเคลื่อนไปโดยไม่ต้องเดิน และที่โชคไม่เข้าข้างฉัน คือ...บนยอดเขามีฝนตกหนักที่สุด นับตั้งแต่ฉันเดินทางเข้ามาในจีน

การท่องเที่ยวที่ใช้เครื่องมือทันสมัยในการเข้าไปสู่สถานที่ตามธรรมชาติ นับตั้งแต่รถบัสหรูรับส่งไปถึงครึ่งกลางภูเขาในระดับ 3000 กว่าเมตร และต่อด้วยเคเบิลคาร์ขึ้นไปอีก ในระดับความสูง 5000 กว่าเมตร ซึ่งใครที่มีเงินจ่ายย่อมสามารถเข้าถึงได้แม้จะมีอายุมากเพียงใดก็ตาม แค่พกออกซิเจนกระป๋องมาด้วย มีเสื้อกันหนาวหนาๆ มีลูกหลานคอยพยุงแขน คุณตาคุณยายก็สามารถขึ้นไปภูเขาได้แล้ว คล้ายเหินไปสู่สวรรค์ แม้ว่าสวรรค์นั้นจะเต็มไปด้วยควันบุหรี่ก็ตาม

นึกถึงเด็กสามคน ที่มีน้ำใจมาส่งฉันที่รถเมล์ ก่อนจะบอกว่าขอตัวไปทำงานหาเงินสักหนึ่งวัน หนึ่งในนั้นบอกฉันว่า

“เราค่อยกลับมาใหม่ เมื่อเราเรียนจบมีงานทำ ตอนนั้นเราจะมีเงินจ่ายค่าขึ้นภูเขาหิมะแน่นอน”

ราคาแห่งความฝันของฉัน ที่ต้องจ่ายสำหรับการยลยอดเขามังกรหยกในวันนี้ เท่ากับ 382 หยวน หรือราวๆ เกือบ 2000 บาท

แล้วถ้าวันนั้นของพวกเขามาถึง จะเป็นราคาเท่าใดหนอ...


โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net