วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กลับดอนเมือง...ต้องแจงความจริง ก้าวถอยหลัง...อย่าสะดุดเท้าตัวเอง


จะกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองบางส่วน เพื่อลด "ความแออัด" ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเพิ่งเปิดมาได้แค่สามเดือนเศษๆ แปลว่าอะไร?

            ย้อนกลับไปก็ได้คำตอบว่า เพราะทักษิณ ชินวัตร เร่งให้เปิดสนามบินแห่งใหม่ ทั้งๆ ที่ไม่มีความพร้อมเลยแม้แต่น้อย...แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและรู้ข้อเท็จจริงกลับ "ใบ้กิน" กันทั้งเมือง ไม่มีใครกล้าคัดค้าน ต่างก็ "สนองนโยบาย" ของท่านผู้นำจนบ้านเมืองเกิดความเสียหายอย่างที่เห็นกัน

                ไม่ใช่ทักษิณหรือที่บอกว่า "พร้อมแล้วทุกอย่าง"? ไม่ใช่ทักษิณหรือที่ประกาศว่า พร้อมได้ขยายความสามารถของสุวรรณภูมิให้รับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคน? ไม่ใช่ทักษิณหรือที่บอกว่าสุวรรณภูมิจะเป็น "ฮับ" การบินแห่งใหม่ของภูมิภาคนี้?

                ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน พอบังคับให้ต้องเปิดสนามบิน ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรพร้อม ความวุ่นวายก็ปรากฏอย่างที่เห็นกัน

                มาวันนี้ คณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีมติว่าจะให้เที่ยวบินจุดต่อจุด (point-to-point) เส้นทางบินในประเทศกลับมาใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองอีกครั้ง เพราะสุวรรณภูมิรับไม่ไหว ก็ย่อมจะเกิดคำถามขึ้นมาอีกครั้งว่า สนามบินสุวรรณภูมิแห่งใหม่นี้ มีปัญหาอะไรกันแน่?

                ทำไมตอนแรกเริ่มที่มีการเสนอให้ใช้ดอนเมืองเป็นสนามบินในประเทศ และสุวรรณภูมิเป็นสนามบินระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความพร้อมจริงๆ กับสนามบินแห่งใหม่ จึงไม่ยอมรับแผนนั้น? ทำไมผ่านไปแค่สามเดือน และเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่จะใช้สุวรรณภูมิแห่งเดียว จึงเกิดอาการ "flip-flop" หรือ "พลิกไปพลิกมา" อีกแล้ว

               นี่จะเป็นเหมือนเรื่องนโยบาย "เงินสำรอง 30%" ที่ต้องพลิกกลับชั่วข้ามคืนหรือกฎหมายธุรกิจต่างด้าวที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เพราะไม่มีการปรึกษาหารือกับผู้คนที่จะได้รับผลกระทบก่อนที่จะเสนอรัฐบาลอีกแล้วหรือ?

               มติของคณะกรรมการทอท. บอกด้วยว่า การใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศที่ทำการบินแบบ "จุดต่อจุด" เส้นทางภายในประเทศนั้น จะทำแบบ "บนพื้นฐานของความสมัครใจของแต่ละสายการบิน" 

               ซึ่งแน่นอนว่า จะทำให้เกิดคำถามว่าจะนำไปสู่ความวุ่นวายในการบริหารระหว่างสนามบินสองแห่งนี้หรือไม่?

            การมีสนามบินในประเทศ ที่เรียกว่า domestic airport กับสนามบินนานาชาติหรือ international airport นั้น เขาทำกันในหลายประเทศ แต่ประเด็นหลัก ก็คือว่าเขาจะต้องมีระบบการบริหารให้สอดคล้องต้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเอาความสะดวกของผู้โดยสารเป็นหัวข้อใหญ่ของการพิจารณา ไม่ใช่เพราะความสะดวกของฝ่ายบริหารสนามบินแต่เพียงเหตุผลเดียว

                คำว่า "บนพื้นฐานของความสมัครใจของแต่ละสายการบิน" จะทำให้เกิดปัญหาตามมาเพราะสายการบินแต่ละสายก็จะต้องถามรัฐบาลไทยว่า "โครงสร้างพื้นฐาน" เพื่อการรองรับการมีสองสนามบินนั้นมีพร้อมมากน้อยเพียงใด?

               โฆษกของสมาคมการขนส่งทางอากาศนานาชาติ หรือ IATA ก็ถามทันทีที่ได้ข่าวเรื่องนี้ว่า ถ้ามีทั้งดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ปัญหาเรื่องผู้โดยสารต่อเครื่องบินจากในประเทศไปต่างประเทศหรือจากต่างประเทศไปอีกจุดหนึ่งในประเทศนั้น จะประสบกับปัญหาความไม่สะดวกอย่างไรบ้าง?

               วาดภาพว่าคุณต้องเดินทางจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ หรือจากสุวรรณภูมิไปดอนเมือง เพื่อต่อเครื่องบินเที่ยวต่อไปจะต้องเตรียมเสียเวลาติดอยู่กลางถนนของกรุงเทพฯ นานเท่าไร? จะรู้ได้อย่างไรว่าจะไม่ตกเครื่องบิน เพราะการเสียเวลาเดินทางระหว่างสนามบิน?

             ทาง ทอท. อาจจะบอกว่า มีการป้องกันปัญหานี้ ด้วยการให้เฉพาะเที่ยวบิน "จุดต่อจุด" เท่านั้นที่จะใช้ดอนเมือง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเลี่ยงปัญหาจริงๆ ที่เกิดกับผู้โดยสารที่ต้องการจะใช้บริการทั้งสองสนามบิน เพื่อเดินทางไปยังจุดที่สามได้

               ผู้โดยสารลงที่สุวรรณภูมิต้องการจะต่อเครื่องในประเทศที่ดอนเมือง จะต้องฝ่าจราจรของกรุงเทพฯ ไปให้ถึงเพื่อเช็คอินต่อ...แล้วกระเป๋าเดินทางของเขาล่ะ?

               หรือทางการไทยมั่นใจแล้วว่าคนที่ใช้สนามบินดอนเมือง จะไม่ต้องใช้สนามบินสุวรรณภูมิ หรือถ้าหากขึ้นลงที่สุวรรณภูมิจะไม่มีอะไรต้องเกี่ยวกับดอนเมืองเลย?
ถ้าหากเราจะใช้ทั้งสองสนามบินให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ รัฐบาลก่อนก็ต้องสร้างระบบขนส่งมวลชนเชื่อมสองสนามบินนี้ให้เสร็จเสียก่อนแล้ว จึงจะทำให้สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองเป็นระบบเดียวกันได้

           แต่เปล่าเลย รัฐบาลทักษิณเร่งให้เปิดสุวรรณภูมิ โดยที่โครงการ airport link ยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป

                และทั้งสองโครงการก็ล้วนแต่มีเรื่องอื้อฉาว ว่าด้วยการฉ้อฉลกลโกงอย่างเกรียวกราวกันทั้งสิ้น

               ถ้ากรุงเทพฯ จะเป็น "ฮับ" หรือศูนย์กลางการบินในภูมิภาคนี้ ก็จะต้องพิจารณาปัจจัยของประสิทธิภาพในการบริหารสนามบินให้จงหนัก อย่าได้ปรับไปเปลี่ยนมาเพียงเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

              หรือเปลี่ยนแปลงกลางคันเพื่อแก้ปัญหาหนึ่ง แต่ต้องมาเผชิญกับอีกปัญหาหนึ่ง...กลายเป็นเรื่องลิงแก้แหเหมือนกับปัญหาระดับนโยบายหลายเรื่องที่เพิ่งสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับสังคมไทยวันนี้

               การใช้ดอนเมืองให้เป็นสนามบินในประเทศไม่ผิด แต่การก้าวถอยหลังครั้งนี้ต้องทำอย่างมีระบบและตรวจสอบทางหนีทีไล่ให้รอบด้าน โดยเฉพาะความสะดวกคล่องตัวของผู้โดยสารที่จะต้องมาก่อนปัจจัยอื่นๆ ที่รุมเร้าผู้บริหารทอท. อยู่ขณะนี้

                จับคนโกงตัวใหญ่ๆ ที่สุวรรณภูมิ และโครงการ airport link โดยเร็ว และวิเคราะห์ปัญหาของสุวรรณภูมิให้รอบด้าน และตรงไปตรงมา แต่จะปรับจะเปลี่ยนอย่างไรต้องปรึกษา และถามไถ่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดเสียก่อน

               อย่างที่ พลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญติดตามปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พูดเอาไว้วันก่อนหลังเข้าตรวจรันเวย์สนามบินที่หลายคนบอกว่าฟังแล้วต้องอุทานว่า "พระเจ้า!!"

             เพราะท่านบอกว่าอย่างนี้

            "ที่ผ่านมา มีการโปรโมทว่าสนามบินแห่งนี้ คือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ แต่อยากเปรียบเทียบว่าก็เหมือนเด็กที่เกิดมาแล้วรูปร่างหน้าตาพิกลพิการ และคนที่ทำให้เด็กคนนี้เกิดขึ้นก็หนีไปแล้ว เราก็ต้องมาคอยดูแลเด็กคนนี้ เราจะทำให้เด็กคนนี้เข้มแข็งให้ได้ แต่ที่สำคัญที่สุด คือต้องนำตัวคนที่ทำให้เด็กคนนี้เกิดขึ้นมา มาลงโทษให้ได้ สนามบินแห่งนี้คือคำตอบที่ดีและเป็นเสมือนหลุมฝังศพของ พ.ต.ท.ทักษิณ...เพราะจับตรงไหนก็มีแต่เรื่องทุจริต ทั้งซีทีเอ็กซ์ ท่อร้อยสาย รถขนกระเป๋า โรงแรมสุวรรณภูมิ ถือเป็นความอัปยศของคนที่สร้างขึ้นมาจริงๆ"

         เช็ด "ขี้ทักษิณ" ก้อนใหญ่อีกก้อนอย่างนี้ ต้องชำระสะสางให้หมดจดครบถ้วน...อย่าได้ซุ่มซ่ามหรือหน่อมแน้มอีกต่อไปเป็นอันขาด

 

โดย กาแฟดำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net