วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดีแต่แถลงข่าว


ดีแต่แถลงข่าว

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

หากประเด็น

คำกล่าว แล วาทกรรม ดีแต่พูด

เป็นบาดแผล ของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ประเด็นน่าสนใจ จากพฤติกรรมทางการเมือง ของ นักการเมือง ที่ชื่อ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ที่สร้างปัญหาก่อกวนในรัฐสภา ด้วยเรื่องราวไร้สาระ จากการยกมือกล่าวอ้างว่า ประท้วง แต่กลับขอหารือ เรื่องปัญหาตำแหน่งที่นั่ง และ เก้าอี้ ในรัฐสภา ท่ามกลางวาระการประชุม ที่จัดหลักจัดรองไว้

ประเด็นพฤติกรรม ของ นักการเมือง

เช่น คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

ก็น่าจะไม่แตกต่างนัก

สำหรับพฤติกรรม ที่ดีแต่แถลงข่าว เพื่อให้เป็นข่าว และ เพื่อยังความพึงพอใจของสื่อ จนนำมาสู่การพาดหัวข่าว ขึ้นหน้าหนึ่ง หรือ เป็นประเด็นเล่าข่าว ทั้งที่ไม่มีสาระสำคัญของเนื้อข่าว นอกเหนือจากการ ประดิษฐ์คิดค้นวาทกรรม นำสรรพสัตว์ และ อุปกรณ์ประกอบฉาก มาตั้ง

คำตอบที่เป็นแก่นสาร

ที่ประชาชนคนไทย ต่างคาดหวัง

ว่านักการเมืองไทยรุ่นใหม่ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง

พูดจาตรงประเด็น รักษาคำมั่นสัญญา ที่ได้ให้ไว้กับประชาชน แก้ปัญหาในเชิงนโยบาย มีวิธีการบริหารจัดการ มีความเข้าใจ ในกระบวนการบริหารงานนโยบายสาธารณะ ไม่คอร์รัปชั่น ไม่โกงกิน หรือ แม้แต่ไม่ก้าวร้าวหยาบคาย จนถึงควบคุมสติ อารมณ์ และ ปัญญา ในยามที่ดำรงตำแหน่ง ในยามทำงาน กลางที่ประชุมอันทรงเกียรติ ในรัฐสภา

ซึ่งประเด็นความคาดหวังนานาเหล่านี้

ต่างเป็นหนึ่ง ในความประทับใจ

ก่อนลงคะแนนเสียง

โดยเฉพาะ การลงคะแนนเสียง จำนวน 998,527 คะแนน เพื่อเลือกนักการเมือง พรรครักประเทศไทย เข้ามานั่งทำงาน ในสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 ท่าน ที่หากพูดกันตามตรงแล้ว นอกเหนือจาก คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย คนไทยก็แทบจะไม่รู้จัก นักการเมืองคนใด ของพรรคการเมืองนี้ ที่ประกาศ ตั้งแต่ยามแรกว่า จะเป็นฝ่ายค้าน

แต่สิ่งที่ปรากฎ

กลับกลายเป็นเพียง

เรื่องราวของความสะใจ

ในความไม่รู้จัก กาละเทศะ ไม่รู้ว่า สิ่งใดควรกระทำ หรือ มิควรกระทำ สิ่งใดเป็นเรื่องราวหลัก ในการประชุม ที่แทบต้องบอกว่า ใช้เงินภาษีของประชาชนคนไทย ในการลงทุน เพื่อให้ท่านนักการเมืองทั้งหลาย มานั่งหารือ นั่งชูคอ นั่งตั้งสติ และ ให้ท่านได้ยกมือซักถาม หรือ แก่งแย่งกันประท้วง เพียงเพื่อทำให้ คนไทยเอือมระอา ในความไม่มีวุฒิภาวะ

ประเด็นปัญหา จากการตั้งคำถาม

ตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐสภา

ใช่สาระเช่นนั้นหรือ

สำหรับ คำตอบของนักธุรกิจ ที่เคยประสบความสำเร็จ เช่น คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ย่อมต้องรู้ว่า ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และ ค่าเสียเวลา ที่เรากำลังจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าถ่ายทอดสด เพียงเพื่อให้นักการเมืองคนหนึ่ง มาป่วนเวลาประชุมนานนับสิบนาที มีมูลค่าที่สูงมากเพียงไร หรือ จำต้องเข้าใจว่า มูลค่าที่สูญเปล่าเหล่านี้ ต้องย้อนกลับมา เป็นภาระในการใช้จ่าย จากภาษีอากรของคนไทย

ประเด็นปัญหา

ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เลือก

จึงตั้งคำถาม ในเชิงความเสื่อมถอย ที่เกิดขึ้น

จากวุฒิภาวะ จากความรู้สึกแค่เพียงว่า สะใจ ในวาจาก้าวร้าว ไม่เคารพกฎ กติกา แล มารยาท ในการประชุม หรือ ไม่สามารถพิสูจน์ทราบ ถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เข้าใจในหลักการ รู้ถึงวาระเร่งด่วนที่ควรดำเนินการ ควรพูด หรือ ไม่ควรพูด ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญ

ความเสื่อมถอย ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรม

อันมีเนื้อหาสาระ จากการกระทำ

ที่มากกว่า ตั้งโต๊ะแถลงข่าว

วันนี้ บทพิสูจน์ จากการลงคะแนนแค่เพียงสะใจ ก็คงได้รับความสะใจ เป็น คำตอบ สำหรับโอกาสอันสูญเสีย ของ คนไทยร่วมชาติ ที่ต้องทนนั่งฟัง ความไร้สาระ จากนักการเมืองด้อยวุฒิภาวะ ซึ่งย้ำคิดย้ำทำ และ รักษาเพียงคำกล่าวอ้างว่า เป็นสิทธิของตนเอง มากกว่าจะสนใจ ปกป้องสิทธิของคนไทย หรือ พิทักษ์รักษาสิทธิผู้ลงคะแนนเสียง ด้วย สติปัญญา

พฤติกรรมก้าวร้าว

ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้

อาจเป็นหอกดาบ ที่กลับมาทิ่มแทง

ในยามที่ ศึกหลายด้าน ของ คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ย้อนกลับมาทวงคืน เหมือนเช่นที่นักการเมืองท่านนี้ ก่นด่านักการเมืองท่านอื่น หรือ ประจานกลางหน้าสื่อ เพียงเพราะคิดว่า เขาเหล่านั้น เอาเปรียบตนเอง เหมือนเช่นเหตุผลหลัก ในการเล่นการเมือง ที่คิดเพียงว่า ต้องการปกป้องตนเอง จากการถูกรังแก หรือ ถูกกินหัวคิว จากนักการเมือง

จุดเริ่มในการตัดสินใจเล่นการเมือง

และ จุดจบในการเลิกเล่น

อาจเป็นเรื่องเดียวกัน

เป็นเรื่องเดียวกับที่ คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไม่สามารถควบคุม สติ อารมณ์ และ ปัญญา ของตนเองได้ จึงได้เที่ยวทำร้ายร่างกาย ผู้ประกาศข่าว ด้วยข้ออ้างว่า เขาพูดจาก้าวล้ำล่วงเกินตนเอง จนบันดาลโทสะ ใช้กำลังเข้าตัดสินปัญหา มากกว่าใช้ปัญญา โต้แย้งคลี่คลาย

สำหรับคำตอบ

ที่คนไทย ผู้มีสิทธิ์มีเสียง

จะมอบบทเรียน ในทางการเมือง

หากวันนี้ ยังคงคิดแต่เพียง ผลประโยชน์ และ สิทธิ ของตนเอง ของพรรคการเมืองตัวเอง หรือ คิดเพียงแค่ว่า จะสรรหา ดอกไม้ ธูปเทียน สรรพสัตว์ วลีใด ประโยคเด่น เพียงเพื่อมาขายข่าว กับ สื่อมวลชน แล้วคิดเพียงว่า ประชาชนคนไทยชอบใจ สำหรับคำตอบที่มากมายกว่า การตั้งโต๊ะเล่าปาหี่ หรือ ทำตัวเป็นคนตรง เพื่อกลบเกลื่อนความเถื่อนในใจ

ประเด็นปัญหา ที่คนไทยซึ่งต่างเอือมระอา

อาจจะตอบเข้าหู คุณชูวิทย์ ให้ได้ยิน

ว่า ในรัฐสภาที่ผ่านมานั้น

มีอันธพาล และ กุ๊ย มากเกินพอ แล้วครับ

 สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net