วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้กล้าหาญทั้งสาม...ณ...ไชน่า


                                                            
พวกเขาสงบเงียบ พูดน้อยเท่าที่จำเป็น ท่าทีเป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบสูง มีน้ำใจ ช่างเกรงใจ และชอบที่จะเป็นผู้ให้มากกว่าที่จะเป็นผู้รับ 

การเดินทางเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตช่างน่าสนใจ คงไม่ใช่เพื่อการสร้างความภาคภูมิใจว่าได้เป็นผู้พิชิตอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่พวกเขาเลือกกระทำดูเหมือนแตกต่างจากเพื่อนร่วมชาติมากมายนัก หากมองในมุมของการท่องเที่ยว ที่เป็นการกิน ซื้อ และสนุกสนานกับถ่ายภาพตัวเองกับสิ่งสำคัญของสถานที่ และนั่นเป็นพฤติกรรมร่วมชาติ ที่ไม่เลือกเพศ เลือกวัยของชนชาวจีนเป็นส่วนใหญ่

ครั้งหนึ่ง ฉันเห็นผู้ชายวัยหลายฤดูฝนสามสี่คน ผลัดเต๊ะท่าถ่ายรูปกับทิวทัศน์ ฉันแอบก้มหน้ายิ้ม....อย่างเอ็นดู






วันที่พวกเขามาส่งฉันขึ้นรถไปภูเขาหิมะ แล้วบอกว่าไปทำงานหาเงิน นั่นไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อเด็กชายคนขวามือสุด ที่เป็นเด็กเร่ร่อนเก็บขวดพลาสติกขาย ที่ต้องการเครื่องมือในการทำมาหากิน เด็กชายคนนี้ถูกพ่อแม่ที่แท้จริงทอดทิ้งให้คนอื่นเลี้ยงตั้งแต่อายุ 6 ขวบ กระทั่งเขาอายุได้ 11 ขวบ คนที่เลี้ยงดูทอดทิ้งซ้ำอีก จึงต้องออกมาหาเงินเลี้ยงตัวเอง 

เรื่องของคนที่ต้องนอนข้างถนนอย่างจำเป็น กับคนที่เลือกนอนข้างถนนบางเวลาแบบเด็กหนุ่มสาวสามคนนี้ จึงเป็นสิ่งที่ตราตรึงใจฉันเป็นอย่างยิ่ง

เด็กผู้ชายได้รถเข็นและถุงใส่ขวดพลาสติก...







วันต่อมา เราชวนกันไปเที่ยวนอกเมือง พวกเขาให้ฉันเลือกสถานที่ แน่นอน ฉันเลือกหมู่บ้านที่ชื่อไบ่ชา ที่นั่นมีวัดแบบธิเบตอยู่บนภูเขา ฉันอยากไปกราบพระ เราเหมารถแท็กซี่ในราคา 50 หยวน ที่ฉันตั้งใจจะจ่ายเอง เพราะอย่างไรก็ตามถ้าฉันเร่ร่อนอยู่คนเดียวก็ต้องจ่ายตามนั้น

แต่พอลงจากรถ ปรากฏว่า "เปาเมี้ยว" รีบแย่งจ่ายไปเสียแล้ว




เราโชคดี ได้พบกับการสาธยายมนตรา (มีเครื่องดนตรีประกอบ) ได้กราบพระ ได้นั่งสมาธินานราวสองชั่วโมง



ได้จุดประทีปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไปพบคุยกับชนชาวธิเบตที่ใจดี คอยดูแลพวกเรา






รวมทั้งท่านลามะรูปนี้ ที่เมตตามอบลูกประคำให้พวกเรา (ด้วยการขอของฉัน แล้วขอถ่ายรูปท่านด้วย)


ทิวทัศน์ของวัด พื้นที่วัดกำลังถูกปรับปรุง เด็กๆบอกว่า มาคราวหน้าเราคงต้องจ่ายค่าตั๋วเพื่อเข้าวัด ตามนโยบายรัฐบาล  (ฮา)





ลงมาจากวัดด้วยการขออาศัยคนที่ไปไหว้พระ เราแวะที่หมู่บ้านไบ่ชา พบคนใจดีให้ไปเก็บผลไม้กินได้ถึงที่ต้น ที่อยู่ในบริเวณบ้าน.....คือเธอ คนในภาพข้างล่างนั้น




เธอเป็นชาวนาซี (ชนพื้นเมือง)







หมาที่นี่ถูกเลี้ยงแบบล่ามเป็นส่วนใหญ่....นี่คือโรงนาของเธอ


.....

เล่าเรื่องผ่านภาพมาพอให้เห็นว่าที่แท้แล้วการท่องเที่ยวแบบจีนๆ มีทั้งข้อดีและข้อด้อยต่อคนพื้นที่
การกระจายรายได้เป็นไปอย่างไรไม่รู้ รู้แต่ว่าค่าแรงขั้นต่ำที่นี่ราวๆ 40 หยวน (200 บาท)

แต่ค่าผ่านประตูเข้าไปดูสถานที่สำคัญ อย่างต่ำ 80 หยวน ไม่มีแบ่งว่านี่จีน นี่ชาติอื่น
ดังนั้น...การเที่ยวจีนแบบคนจนๆ พบปะกับคนจนๆ ที่พอจะมีโอกาสทำมาหากินกับนักท่องเที่ยวจนๆได้บ้าง 

สิ่งที่เราได้ร่วมกันอย่างแน่นอน นั่นคือ....ไมตรีจิตและความสุข
เพราะมื้อเที่ยงของวันนั้น มีคุณยายมาชวนไปเที่ยวบ้าน  บ้านเก่าแก่อายุ 400 ปี แล้วแกก็ทำอาหารเลี้ยง ไม่ได้นำเสนอเพื่อจะขายอาหาร แต่เป็นอาหารที่ทำจากใจจริงๆ....อร่อย และมีความสุขในการพูดคุย

ฉันโชคดีที่พบพวกเขา ในการเดินทางครั้งนี้ และตอนนี้ เราอยู่ที่แชงกรีล่า ฉันอยู่ที่โรงแรมสไตล์เดิม คือจ่ายค่าที่พักน้อย แต่มิตรภาพเยอะ และกำลังอัพบล๊อกในท่ามกลางเสียงคุยพึมพำในห้องอุ่นๆ หอมควันไฟจากเตาต้มน้ำ ที่ชั้นล่างของโรงแรม ฟังเพลงลาตินเบาๆ คลายหนาว

ส่วนพวกเขา..วันนี้ หลังจากแยกทางกันในตอนเที่ยง ฉันไปเที่ยววัดสำคัญที่ต้องจ่ายค่าตั๋วแพง พวกเขาได้ไปของานทำที่ร้านอาหาร เพื่อแลกกับที่พัก และนั่นคือเรื่องของผู้กล้าหาญทั้งสามของฉัน

คืนนี้พวกเขาไม่ต้องนอนในเต็นท์ เจ้าของร้านใจดีช่วยเปิดห้องในโรงแรมให้นอน...นั่นคือเสียงที่ส่งมาตามสัญญาณโทรศัพท์ในตอนเย็น

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net