วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตำนานวังน้ำเขียว กว่าจะเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน" ได้-เสีย อะไร?


"วังน้ำเขียว" อีกที เพราะคงเป็นข่าวใหญ่คู่กับข่าว ครม.ปู1 ไปตลอดสัปดาห์นี้

 

 ก่อนจะมีอุทยานฯทับลาน วังน้ำเขียว เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็นเชื่อมต่อพนมดงรัก เป็นเขตเคลื่อนไหว พคท.อีสานใต้

 

 20-30 ปีก่อน กรมป่าไม้ อนุญาตให้สัมปทานป่าไม้ในป่าดงพญาเย็น นับหมื่นไร่ "นายทุน"จ่ายเงินให้ทหารและ ผกค.เพื่ออำนวยความสะดวก

 

ราวปี 30 รัฐบาลสั่งปิดป่า เลิกสัมปทาน แต่ป่าแถวนั้นเหลือแต่ตอไม้ พื้นดินว่างเปล่า ชาวบ้านเริ่มจับจองที่ดินทำกิน

 

รัฐบาลตัดถนนสายปักธงไชย-กบินทร์บุรี และจัดสรรที่ดินให้ "ผกค.กลับใจ" จึงเป็นกำเนิด "หมู่บ้านไทยสามัคคี"

 

คนต่างถิ่นเริ่มหลั่งไหลเข้าวังน้ำเขียว คนที่อยู่ก่อนก็ขายที่ดินราคาถูกๆ นอกเหนือจากการทำไร่คือ ขุดตอไม้มาเผาถ่านขาย

 

"ตอไม้" ที่เหลือจากการทำไม้ของนายทุนมีมากมาย สองข้างทางสายปักธงไชยช่วงผ่านวังน้ำเขียว จึงมีคนขายถ่าน

 

เมื่อประกาศอุทยานฯทับลาน ในยุคแผ่นดินบูม พร้อมมีการแจก สปก. เริ่มมีนายทุนเข้าไปกว้านซื้อที่ดิน จนเกิดข่าวฉาว "มาดามพีเค"

 

ผ่านยุคนายทุนทำไม้ ยุคชาวบ้านเผาถ่าน ผ่านมาถึงยุคนายทุนทำธุรกิจเกษตรสีเขียว พอดีกับการจัดตั้ง อ.วังน้ำเขียว

 

ธุรกิจเกษตรสีเขียว ส่งผลให้เกิดธุรกิจท่องเที่ยว วังน้ำเขียวจึงเข้าสู่ยุค "รีสอร์ตบูม" พร้อมจุดขาย "อากาศดีชั้นเยี่ยม"

 

อากาศวังน้ำเขียวดี ไม่ใช่เพราะไร่การเกษตรสีเขียว แต่เพราะมันอยู่กึ่งป่าเขาใหญ่กับป่าพนมดงรัก (อุทยานฯทับลาน)

 

รีสอร์ตบูม จึงมีการขยายพื้นที่จากฝั่งทับลาน มาทางเขาแผงม้าติดอุทยานฯเขาใหญ่ ด้วยจุดขาย "นอนรีสอร์ทดูกระทิง"

 

จากตำนานวังน้ำเขียว ทำให้รู้ว่า กว่าจะเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน" ต้องให้นายทุนตัดไม้ไปขาย ชาวบ้านขุดตอไม้เผาถ่าน

 

ที่มา http://twitter.com/can_nw

โดย Nity

 

กลับไปที่ www.oknation.net