วันที่ อังคาร สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนึ่งในน้ำใจ


เรื่องวันนี้ขอย้อนรำลึกถึงความหลัง  สมัยที่เรียนอยู่ที่จังหวัดปัตตานีซึ่งเป็นหนึ่งในสามของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  สมัยนั้นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีความสงบสุข  ไปไหนได้อย่างปลอดภัยไม่ต้องห่วงกังวล  พวกเราจึงอยู่กันอย่างมีความสุขสบาย

ตอนนั้นกิจกรรมที่เรานิยมทำกันในช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์คือการโบกรถไปเที่ยวในที่ต่างๆ  โดยพวกเราจะจับกลุ่มกันอย่างน้อย ๒-๓ คนหรือมากกว่านั้น นัดหมายเวลาจะไปกันแล้ว  ก่อนไปแต่ละคนต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการสวมเสื้อแจ๊คเก็ตหรือเสื้อแขนยาวพร้อมหมวกเป็นอย่างน้อยเพราะแดดร้อนมาก  และส่วนใหญ่รถที่จะให้เราโบกมักเป็นรถกะบะ  แต่ก็มีบ้างเหมือนกันโบกได้รถเก๋ง  รถปิคอัพและรถสิบล้อ บางครั้งมีรถจากประเทศมาเลเซียเดินทางมาท่องเที่ยวพวกเราก็โบก  บางครั้งเขาก็รับพวกเราำไปด้วย...คิดดูตอนนั้นแสนสงบน่าอยู่ขนาดไหน

ครั้งหนึ่งเป็นความทรงจำที่ไม่รู้ลืม  เราเตรียมตัวไปโบกรถตั้งแต่เช้าตรู่  จุดหมายคืออำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปซื้อของกันในตลาดต่างๆ โดยเฉพาะตลาดกิมหยง  พวกเราไปตรงจุดที่โบกรถประจำกัน  แต่ละคณะก็จะยืนกระจายกันไปตามลำดับก่อนหลัง วันนั้นพวกเราโบกได้รถกะบะที่มีแคปหลังก็เลยนั่งคุยกับเจ้าของรถไปเรื่อยๆอย่างสนุกสนาน  พี่เขาก็ถามว่าเราจะไปไหนกัน  เราบอกพี่เขาเสร็จก็เลยถามว่าแล้วพี่เขาจะไปไหน  เขาก็บอกแต่เราจำไม่ได้ว่าเขาจะไปไหน  แต่จำได้ว่าคนละที่กับที่เราไป  เราก็เลยบอกว่าเราจะลงที่แยกระหว่างทางก่อนถึงเส้นทางที่พี่เขาจะไป แต่(อีกครั้ง)เมื่อถึงทางแยกพี่เขาไม่ไ้ด้หยุดให้เราลง  กลับขับรถตรงไปในเส้นทางที่เราจะไป  เราก็ถามว่าทำไมไปเส้นทางนี้ เขาก็บอกว่าจะส่งพวกเราก่อน เราก็บอกว่าเราไปกันได้ไม่ต้องรบกวนขนาดนั้น แต่พี่เขาก็ไม่ยอมพูดอะไร ขับรถไปเรื่อยๆแล้วจนถึงจุดหมาย ส่งพวกเราพร้อมกับเลี้ยงข้าวเรียบร้อยเพราะเป็นตอนเที่ยงพอดี  พวกเราบอกจะจ่ายเองก็ไม่ยอม เรามารู้ตอนเรียกเจ้าของร้านมาเก็บเงิน  เจ้าของร้านก็บอกว่าพี่เขาจ่ายเรียบร้อยแล้ว (พี่เขาแอบไปจ่ายกับเจ้าของร้านก่อนแล้ว)  ระหว่างที่กินข้าวกันอยู่พี่เขาก็บอกพวกเราว่าในตอนเย็นเขาจะกลับกี่โมง  พวกเราขอบคุณและลาจากด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ

วันนั้นหลังจากเที่ยวเล่น ซื้อของเสร็จเราก็กลับด้วยวิธีเดิมคือโบกรถ  ในจุดโบกที่จะกลับปัตตานี  แปลกมากคือพวกเราเจอรถพี่เขาอีกทั้งที่เรากลับเร็วกว่าเวลาที่พี่เขาบอก  ที่เขาเล่าให้ฟังก็คือเขาทำธุระเสร็จเร็วก็เลยกลับเร็ว เลยจ๊ะเอ๋กับเราอีกและก็รับพวกเรากลับอีกครั้ง  ขากลับก็คุยกันอย่างสนุกสนานเช่นขามา แล้วพี่เขาก็ทำแบบเดิมคือส่งพวกเราจนถึงหน้าหอพักในมหาวิทยาลัย พร้อมกับสั่งสอนว่า "วันหลังถ้าไม่มีเงินอย่าไปเที่ยวที่ไกลๆ แบบนี้เป็นผู้หญิงทั้งนั้นมันอันตราย" พวกเราหันมามองหน้ากันแล้วตอบว่า "ค่ะ" พร้อมกัน  ขอบคุณและลาพี่เขาด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของพี่เขายิ่งนัก  และเข้าใจว่าทำไมพี่เขาส่งเราจนถึงที่ทั้งตอนไปและกลับ จริงๆแล้วพวกหนูก็มีเงินพอที่จะจ่ายค่าโดยสารนะคะ แต่มันไม่เท่ห์และไม่ได้แสดงความสามารถ ตามธรรมเนียมของเราในตอนนั้นต้องรถโบกเท่านั้น  แต่ถึงอย่างไรพี่ก็สร้างความประทับเป็นอย่างยิ่งให้กับพวกเราที่ได้รับความหวังดีและความกรุณาจากคนแปลกหน้าในตอนนั้น

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในความประทับใจที่เกิดขึ้นตอนเรียนที่รูสะมิแล  ตอนนี้การโบกรถที่นั่นคงไม่มีแล้ว  

เรื่องนี้เขียนขึ้นจากความประทับใจในน้ำใจที่มักจะได้รับเสมอมาจากชายแดนใต้  ความสุขสงบที่หวังว่าวันหนึ่งจะกลับคืนมาแม้ว่าบรรยากาศอาจไม่เหมือนเดิม

โดย หญิงหลิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net