วันที่ พุธ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปฐมฤกษ์แผนกคดีสิ่งแวดล้อม (ศาลปกครองสูงสุด)





“สภาทนาย” ฟ้องยกเลิกแผนแม่บทมอเตอร์เวย์ ๕ แสนล้าน
เช็กบิลกรมทางฯ ยัน ครม.- ขออำนาจศาลคุ้มครองชั่วคราว

ที่สำนักงานศาลปกครองสูงสุด เช้าวานนี้ (๙ ส.ค.) นายไสว จิตเพียร อุปนายกสภาทนายความ (ประธานคณะทำงานคดีปกครอง) และคณะตัวแทนสภาทนายความผู้รับมอบอำนาจจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย (มอเตอร์เวย์) รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้น ๕๓๗,๙๖๐ (ห้าแสนสามหมื่นเจ็ดพันเก้าร้อยหกสิบล้านบาท) ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุด โดยมีผู้ถูกฟ้อง ๓ ราย คือ กรมทางหลวงโดยอธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรีผู้เห็นชอบแผนแม่บทฯ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๐ เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้าง “มอเตอร์เวย์” ในเส้นทางสายบางปะอิน – นครราชสีมา (ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖) - ขอนแก่น - หนองคาย ระยะทาง ๕๓๕ กิโลเมตร และสายนครราชสีมา - อุบลราชธานี ระยะทาง ๓๐๑ กิโลเมตร (รวมระยะทาง ๘๓๖ กิโลเมตร)

ทั้งนี้ เนื่องจากพฤติการณ์ทั้งหมดของผู้ถูกฟ้อง ส่อว่าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคแรก (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒    เพราะมิได้ผ่านกระบวนการพิจารณาทางปกครอง ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ คือไม่มีการศึกษาถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้รอบด้าน  ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๖๖ และ ๖๗ นอกจากนี้ยังส่อถึงความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างไม่สุจริต ไม่คุ้มค่าเกินกว่าความเป็นจริง สร้างภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควรด้วยดุลพินิจโดยไม่ชอบ  โดยเฉพาะโครงการ  “มอเตอร์เวย์” สายบางปะอิน – นครราชสีมา (ระยะทาง ๑๙๙ กม.) เริ่มก่อตัวในปี ๒๕๔๗ – ๒๕๔๘ โดยมีมูลค่าโครงการประมาณ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท (สองหมื่นเก้าพันล้านบาท) แต่ปรากฏว่าได้เพิ่มขึ้นถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท (หกหมื่นล้านบาท) ในปัจจุบัน

คำฟ้องตอนหนึ่งสรุปได้ว่า โครงการ “มอเตอร์เวย์” สายบางปะอิน – นครราชสีมา มีเส้นทางตัดผ่าน จ. พระนครศรีอยุธยา จ.สระบุรี และจ.นครราชสีมา โดยแนวก่อสร้างจะพาดผ่านทั้งสิ้น ๓๖ หมู่บ้าน หรือชุมชนถึง ๒๑ ตำบล ๑๗ อำเภอ ของ ๓ จังหวัด เส้นทางการก่อสร้างโครงการนี้ตัดผ่านพื้นที่หลายแห่งอันเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่า เขตหวงห้ามสัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติแห่งชาติ ผ่านโบราณสถานสำคัญคือ แหล่งตัดหินสีคิ้วและเมืองโบราณเสมา (ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ) และพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๒ (ตามมติ ครม.) จึงส่งผลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งด้านสภาพภูมิประเทศ นิเวศน์พืช นิเวศน์สัตว์ การเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ขัดต่อ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ และไม่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาทางปกครอง ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ คือไม่มีการศึกษาถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้รอบด้าน โดยไม่มีการจัดทำ EIA (รายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม) จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๖๖ และ ๖๗

คำฟ้องตอนหนึ่งระบุว่า “โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน – โคราช ประหยัดระยะทางกว่าเดิมเพียง ๕ กิโลเมตรเท่านั้น (เทียบกับเส้นทางถนนมิตรภาพ) การสร้างให้คดเคี้ยวไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด โครงการนี้แบ่งแยกพื้นที่ ๒ ฝั่ง วิถีชีวิตของคนและสัตว์จะเปลี่ยนไปตลอดกาล นอกจากนี้มลพิษจากท่อไอเสียบนมอเตอร์เวย์ จะลงสู่ลำตะคองซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบของเมืองโคราช และยังมีความไม่โปร่งใสในการเพิ่มงบประมาณจาก ๒๙,๐๐๐ล้านบาท  เป็น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท”    

ผู้ฟ้องคดีคดีทั้งหมดรวม ๑๖ คน ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งระงับยับยั้ง (คุ้มครองชั่วคราว) และพิจารณายกเลิกเพิกถอนการดำเนินการใดๆ ในโครงการ “มอเตอร์เวย์” ทั้งหมดตามคำข้อท้ายคำฟ้อง ดังนี้

ข้อ ๑.ให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งยกเลิกหรือเพิกถอน แผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๐ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร. ๐๒๐๕/๕๗๓๒ ลงวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๔๐ ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  และให้ยกเลิกการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ สายบางปะอิน – นครราชสีมา (ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖) – ขอนแก่น – หนองคาย ระยะทาง ๕๓๔ กิโลเมตร และทางหลวงพิเศษสายอื่นๆทุกเส้นทาง ในแผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทยดังกล่าวตามฟ้อง ที่ยังมิได้ดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด

ข้อ ๒.ให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ทุเลาการบังคับใช้ แผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย และมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๐ ตามคำขอท้ายฟ้องข้อ ๑.ข้างต้น รวมทั้งให้ยุติกระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างทางหลวงพิเศษตามฟ้อง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกายภาพ หรือ  การใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ หรือคำสั่งทางปกครอง หรือการกระทำอื่นใดไว้ก่อนชั่วคราวระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองจนกว่าคดีจะถึงที่สุด



อนึ่ง ภายหลังจากนั้นคณะทั้งหมดได้เดินทางไปออกรายการ "สภากาแฟ สภาประชาชน" ทางสถานีโทรทัศน์ เอเอสทีวี เพื่อชี้แจงถึงผลกระทบและปัญหาความร้อนของประชาชนจากโครงการนี้ โดย นายไสว จิตเพียร ได้เปิดเผยตอนหนึ่งว่าสภาทนายความมีหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนในด้านคดีต่างๆ โดยคดีนี้ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากกรรมาธิการฯ วุฒิสภา และเครือข่ายภาคประชาชน (ป.ป.ช.ภาคประชาชน) หลังจากทำการศึกษาตรวจสอบจึงพบว่าโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - นครราชสีมา (โคราช) เป็นเพียง ๑ ใน ๑๔ เส้นทางของแผนแม่บทฯ ที่มีมูลค่ากว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้ แผนแม่บทดังกล่าวไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง กรมชลประทาน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการจัดการจราจรทางบก (สจร.) โดยหน่วยงานทั้งหมดต่างคัดค้านและเสนอให้ทำการศึกษาและสอบถามความคิดเห็นให้รอบด้าน แต่รัฐบาลที่ผ่านๆ มากลับไม่ปฏิบัติตาม ดังนั้น ประชาชนจึงต้องฟ้องเพิกถอนแผนแม่บทฯ ดังกล่าว และเนื่องจากคดีนี้เกี่ยวเนื่องกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เจ้าหน้าที่ศาลปกครองสูงสุดจึงได้พิจารณาบรรจุคำฟ้องในแผนกคดีสิ่งแวดล้อมที่เพิ่งเปิดเป็นคดีแรก

ศูนย์ข่าว ป.ป.ช.ภาคประชาชน รายงาน
http://www.facebook.com/pages/%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99/238802956142290?sk=wall



(โพสต์ย้อนหลัง)

จ่อฟ้องศาลปกครองยกเลิกมอเตอร์เวย์ ๕ แสนล้าน! (จบ)
http://www.oknation.net/blog/pacm/2011/08/04/entry-1

จ่อฟ้องศาลปกครองยกเลิกมอเตอร์เวย์ ๕ แสนล้าน! (๒)
http://www.oknation.net/blog/pacm/2011/08/03/entry-2

จ่อฟ้องศาลปกครองยกเลิกมอเตอร์เวย์ ๕ แสนล้าน! (๑)
http://www.oknation.net/blog/pacm/2011/08/02/entry-1

โดย ป.ป.ช.ภาคประชาชน

 

กลับไปที่ www.oknation.net