วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

England Looting & Riots ความจริง และสิ่งที่ควรเรียนรู้


ภาพการปล้นสดมภ์และจราจลที่กรุงลอนดอน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554 และต่อเนื่องอีกสองคืน สร้างความน่าตกใจไปทั่วโลกในเบื้องต้น และความน่าอับอายให้ประเทศชาติ และเป็นสิ่งน่ารังเกียจ …ระดับ sickening and disgusting scenes สำหรับเพื่อนร่วมชาติเป็นอย่างยิ่ง

ที่มาของเหตุการณ์ดูสับสนสำหรับคนนอกบริเทน ส่วนเหตุปัจจัยยิ่งเป็นเรื่องยุ่งยากแก่การเข้าใจ แต่หากอดทนทำความเข้าใจได้บ้าง อาจให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์

ปฐมเหตุ

พฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม Mark Duggan เสียชีวิตระหว่างการเข้าจับกุมของตำรวจ ขณะนั่งอยู่บนรถแท๊กซี่

17.30 น. เสาร์ที่ 6 สิงหาคม ญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้ง Semone Wilson คู่หมั้นที่เป็นแม่ของลูกทั้งสาม รวมตัวประท้วงอย่างสงบที่สถานีตำรวจ Tottenham เพื่อเรียกร้องคำอธิบายการเสียชีวิตของ Duggan ซึ่งครอบครัวอ้างถึงข่าวลือว่าถูกยิงหลังจากถูกใส่กุญแจมือ และอ้างว่ามีเพื่อนได้รับข้อความจาก Mark Duggan ก่อนเสียชีวิตสิบห้านาทีว่าปลอดภัยดี แม้กำลังถูกต้อนจนมุม

ญาติและครอบครัว รับทราบว่า IPCC (Independent Police Complaint Commission หน่วยงานอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของตำรวจหากเกิดการร้องเรียนหรือกรณีไม่โปร่งใสใดๆ) ได้รับคำร้องและอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบแล้ว ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวจากการที่ไม่มีตำรวจออกมาพบและอธิบาย เมื่อมีก็ไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่พอตามที่ต้องการ

สี่ชั่วโมงให้หลัง ความเครียดประทุเป็นการกระทบกระทั่ง มีข่าวลือแพร่ออกไปว่าเด็กหญิงอายุ 16 ที่ไปประท้วง ถูกตำรวจทำร้าย ความจริงเป็นอย่างไรไม่ปรากฏ แม้บางคนอ้างว่าเห็นเด็กหญิงขว้างก้อนกระดาษ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีก้อนหินข้างในใส่ตำรวจ

จากนั้น ความจริงเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญแล้ว เมื่อเหตุการณ์บานปลายอย่างที่เห็น

ญาติและครอบครัวของ Mark Duggan แถลงการณ์ว่าไม่ต้องการเกี่ยวข้อง (รับผิดชอบ) กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับขอโทษประชาชน

เงื่อนงำและประเด็นสำคัญ

ครอบครัวของ Mark Duggan ปฏิเสธการพูดคุยกับสื่อมวลชน กล่าวหาว่าสื่อมวลชนบิดเบือนภาพของชายอายุ 29 ปี พ่อลูก 3 ที่รักครอบครัว ซึ่งกำลังมีความหวังที่จะได้แต่งงานกับคู่หมั้นและ ‘ย้ายออก’ จากท้อทแน่มไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่อื่น

ภาพในสายตาของตำรวจ Mark Duggan คือ Gangster & Drug dealer

Semone Wilson คู่หมั้นบอกว่า Duggan ไม่เคยเป็นอันธพาลแก๊งซเตอร์ใดๆ ไม่เคยเป็นสมาชิกกลุ่มไหน ยอมรับเพียงว่าเคยถูกควบคุมตัว และ was known to police คือ มีแฟ้มประวัติอยู่กับตำรวจ แต่ไม่เคยติดคุก

ประเด็นสำคัญที่เป็นเหตุแห่งการเรียกร้องคำตอบ คือ  

ตำรวจยิงคนบริสุทธิ์ที่ไม่มีอาวุธ โดยไม่มีเหตุผล

เมื่อมีการพบปืนในครอบครองของผู้เสียชีวิต ก็มีการกล่าวอ้างว่าเป็นปืนปลอม  (Replica) ที่ทำเหมือนจริง และใช้ยิงกระสุนจริงไม่ได้

แล้วกล่าวหาว่า ตำรวจอ้างว่ายิงตอบโต้ผู้เสียชีวิต  

แปลความจากเหตุการณ์ และสิ่งที่ได้จากการตรวจสอบ

ขอทำความเข้าใจในสิ่งที่ค้านกับความเคยชินนอกเกรทบริเทน ในเรื่องการประท้วง และการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่มีหลายระดับ

การประท้วงทำได้อย่างถูกกฎหมาย และเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ โดยได้รับการสนับสนุนให้แสดงออกถึงการเห็นต่างภายใต้กรอบกฎหมาย

การกอบโกย ขโมย เผาบ้านเผาเมือง และความไร้ระเบียบ ไม่นับเป็นการประท้วง

ในเกรทบริเทน ไม่มีตำรวจจราจร ไม่มีตำรวจโบกรถตามสี่แยก การใช้รถใช้ถนนอาศัยความเข้มของกฎหมายเป็นตัวควบคุม ตั้งแต่การปฏิบัติตามกฎหมายที่ต้องสอบผ่านทฤษฎี จึงมีสิทธิ์สอบภาคปฏิบัติ (การขับรถที่เลวลงที่มีให้เห็นในเมืองใหญ่ มีส่วนมาจากการอนุญาตให้ใช้ใบอนุญาตขับขี่จากชาติยุโรปอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้)

ตำรวจไม่สามารถพกปืนได้ทุกระดับชั้น

ตำรวจที่พยายามจับกุม Mark Duggan เป็น Specialist firearms officers ที่พกปืนและมีสิทธิ์ตัดสินใจยิงผู้ต้องสงสัย

ตำรวจในที่เกิดเหตุ รหัส CO19 ให้การว่าผู้ต้องสงสัยมีลักษณะบอกเหตุเป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไปและตัวตำรวจเอง ตามระเบียบปฏิบัติจึงมีสิทธิ์ยิงผู้ต้องสงสัยได้เมื่อแสดงอาการ (เช่น คว้าอาวุธ) ในกรณีเช่นนี้ ประชาชนจึงตัดความเห็นว่าเป็นการกระทำที่เหี้ยมโหดออกไป

จากการตรวจสอบอาวุธปืนของ Mark Duggan พบว่าเป็นปืนแบบ Replica ซึ่งมีการดัดแปลงเพื่อให้ใช้กระสุนจริงยิงได้ และมีกระสุนบรรจุพร้อมยิง

จากหน้า Facebook ของ Mark Duggan ปรากฏภาพของเจ้าตัวในเสื้อที่มีคำว่า Star Gang ซึ่งเป็นกลุ่ม Gangster ใหญ่ที่เชื่อมโยงกับแก๊งอื่นในนอร์ธลอนดอน อย่าง Broadwater Farm Posse และ Tottenham Mandem

The Voice ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์แนวหน้าสำหรับคนผิวสีในบริเทนยังเปิดเผยถึงความโยงใยของผู้เสียชีวิตกับแก๊งต่างๆ

ปฏิกิริยาของคน... ทั้งเลวและดี

ความเลวนั้นทำง่าย คนเลวจึงรวมตัวกันเร็ว ด้วยการชักจูงผ่าน Social Networking ให้ออกมารวมตัวกันฉกชิงวิ่งราว การเผาและการปล้นสดมภ์จึงเป็นข่าวอย่างที่ปรากฏไปทั่วโลก Blackberry เป็นตัวช่วยที่สำคัญในการนัดแนะอย่างปลอดภัยฉันใด ผู้ดำเนินการ Blackberry ก็ออกแถลงทันทีว่าพร้อมจะนำข้อความและข้อมูลของผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมครั้งนี้ส่งให้ทางการทันที

คนดีที่มีอยู่ก็ไม่ยิ่งหย่อนกัน การ tweet ชวนกันออกมาเคลียร์พื้นที่จึงมีผู้คนมาร่วมอย่างคับคั่ง การรวมตัวกันที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือ อาสาสมัครสนับสนุนตำรวจ และการออกมาปกป้องชุมชนของตนเอง ภาพหนุ่มฉกรรจ์โพกศีรษะอย่างพวกซิกข์คว้าไม้คริกเกทออกมาเป็นอาวุธสู้ จึงเรียกรอยยิ้มและแรงใจได้จากคนบริทิช

การจัดการของรัฐบาล

การจัดการปัญหาในเบื้องต้นต่ำกว่ามาตรฐานทั้งกำลังคน และความรุนแรงในการตอบโต้ เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เดือดร้อน ถึงความขาดแคลนตำรวจช่วยเหลือเมื่อถูกพวกอันธพาลบุก และฝ่ายรัฐบาลมีข้อจำกัดที่ต้องระวังการนำวิธีใดๆ มาใช้ เช่น Water cannon และ Rubber bullet ซึ่งเพิ่งมีการอนุมัติให้นำมาใช้ตอบโต้ แต่การนำมาใช้ก็ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์อีก

สิ่งที่พูดกันเป็นกรณีสุดท้าย คือการนำกำลังทหารออกมาช่วยเหลือ

ในหลายประเทศรวมทั้งบริเทน การนำกำลังทหารออกมาตบเท้าไม่ใช่สิ่งปกติที่ทำกัน ทหารมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูแต่การรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศเป็นหน้าที่ของตำรวจ ดังนั้นการมีทหารออกมาเดินจึงเป็นเรื่องแปลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นบนเกรทบริเทน ยกเว้น Northern Ireland ซึ่งถือเป็นเหตุวิกฤติขั้นสงคราม

ผู้ใหญ่ในรัฐบาลส่วนใหญ่พักร้อน เพราะเป็นช่วงซัมเมอร์ปิดสภา ที่เรียกว่า Summer Recess เมื่อเกิดเหตุการณ์จึงกลับมารวมตัวกัน เรียกว่า COBRA คำจริง คือ COBR (ย่อมาจาก Cabinet Office Briefing Room ที่บังเอิญชอบคุยกันที่ห้อง ‘A’ สื่อมวลชนเลยแถม A ให้เสียเลย) เมื่อนายกรัฐมนตรีกลับมา ประโยคประทับใจประชาชน คือ เมื่อคนเหล่านี้โตพอที่จะประกอบอาชญากรรมได้ ก็โตพอที่จะต้องโทษตามกฎหมายได้เช่นกัน

David Cameron ส่งข้อความสั้นๆ ถึงอันธพาลเหล่านั้นว่า

You will feel the full force of the law…

ความหมายที่สำคัญลำดับแรก คือ ต้องนำ Law and Order กลับคืนสู่ประเทศชาติ

กล้อง CCTV จำนวนมหาศาล สร้างประโยชน์เต็มที่ จน ณ ขณะนี้ ผู้ถูกจับกุมใกล้จำนวนพัน คนที่สร้างความวุ่นวายใหม่ที่ Manchester และอื่นๆ จะถูกต้อนไปเรื่อยให้ผ่านกล้องมากมาย ไม่ต้องใช้ความรุนแรงในการปะทะ แล้วตำรวจจะไปตามเก็บตัวมาเอง

สิ่งที่น่าสนใจ ที่ตำรวจพูด คือ คนเหล่านี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า ตำรวจมีประวัติอยู่แล้ว การเกิดเหตุเช่นนี้ก็เป็นเหตุชัดให้ตั้งข้อหาจับได้ทันที

คุกในลอนดอนขณะนี้ไม่มีที่รองรับเสียแล้ว แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะคุกอื่นนอกเมืองอีกหลายแห่งยังกวักมือรอรับคนเหล่านี้อย่างเต็มใจ

คนเหล่านี้เริ่มถูกนำตัวขึ้นศาลเข้าสู่กระบวนยุติธรรมแล้ว

แม้จะสนับสนุนคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอย่างไร แต่ความเด็ดขาดเช่นนี้ไม่มีให้เห็นในกรณีเผากรุงเทพมหานคร จะด้วยเหตุใดก็ตามที  

ปัญหาที่แท้จริง

Ed Miliband ผู้นำพรรคฝ่ายค้านสรุปไว้น่าฟังว่า ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องแก้ไข เป็นการด่วนเกินไปที่จะสรุปว่าปัญหาเกิดจากอะไร แม้มีการพูดกันว่าหลายสาเหตุมาจากนโยบายของรัฐบาล เมื่อทุกอย่างคลี่คลายฝ่ายค้านก็จะเข้ามาตรวจสอบแน่

ขณะเดียวกัน หลายทฤษฎีที่มีผู้กล่าวไว้ ก็ล้วนมีส่วนเป็นขนมผสมน้ำยา ที่กระพือเหตุการณ์ให้รุนแรง ปมปัญหาที่คนลอนดอนโดยเฉพาะทราบกันดี คืออาชญากรรมจากอาวุธปืน และมีด ที่เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องกำจัดทิ้งอย่างเร่งด่วนอยู่แล้ว

การตัดงบประมาณที่รัฐบาลปัจจุบันได้กำหนดไว้ ดูเป็นปัญหาที่เห็นชัดสำหรับการขาดแคลนกำลังตำรวจในการจัดการกับฝูงชนในคืนแรก การขึ้นค่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยอาจไม่ก่อให้เกิดผลในทันที เพราะยังไม่เริ่มในปีนี้ ทว่าการตัดเงินช่วยเหลือนักเรียนหลังอายุ 16 ซึ่งเรียนฟรี บวกกับการตัดงบในการดำเนินการหน่วยงานเช่น Community Relations Office และ Job Centre มีส่วนสร้างความเคว้งคว้างให้กับเยาวชนในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทำให้ขาดผู้ให้คำแนะนำ และผลักให้จมลงสู่กลุ่มแก๊งอันธพาลได้ง่ายและเร็วขึ้น

แม้กระทั่ง Social Exclusion ที่หมายถึงบุคคลที่มาจากสภาพครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ ตกงาน ไม่มี contribution ใดๆ ให้สังคมและไม่ได้รู้สึกว่ามีการยอมรับหรือตอบสนองจากสังคม จึงไม่สะทกสะท้านกับการทำลายสมบัติของสังคมและผู้อื่น ซึ่งประเด็นนี้ยังมีรายละเอียดลึกซึ้งอีกมาก เกินกว่าที่จะนำมาด่วนสรุป

ลอนดอนน่ากลัวไหม?

ลอนดอนคงไม่แตกต่างไปจากทุกเมืองในโลกนี้ ความดีเลวของคนมีทุกที่ การเดินย่านคลองเตยเวลาตีสี่คงไม่น่าสพรึงกลัวน้อยไปกว่าที่ใดในโลกสำหรับคนไม่คุ้นเคย

The worst of Britain is also the best of Britain.

สำหรับเกรทบริเทนแล้ว เราเรียนรู้จากปัญหาและข้อผิดพลาดมาหลายยุค การเกิดปัญหาคือการซักซ้อมสมองในการหาทางออก คนลอนดอนถูกสอนให้แข็งแกร่งและไม่สะทกสะท้านกับปัญหา ดังวลีที่ใช้ปลุกปลอบผู้คนมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองว่า

Keep calm and carry on.

………………..

Reference:

ข่าวสารพัดสำนัก: BBC, The Telegraph, The Guardian, Twitter

ภาพ: BBC, SW19

 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net