วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพียงเอ่ย จาสิตาเลอะ ก็อยู่ได้.. ณ. แชงกรีล่า



 25 กรกฎาคม 2554

ด่านเข้าเมืองที่หนองคาย คึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นเวลาที่ด่านเพิ่งเปิด ฉันเรียกรถสามล้อราคา 60 บาท ไปส่งที่ด่าน ได้ยินเสียงแว่วๆจากรถข้างๆ ว่าคนละ 10 บาท แต่ละคนจึงกรูกันขึ้นไปจนแน่นคัน คนขับคันของฉันหันมาบอกฉันว่า คนเดียวออกเลย คล้ายกลัวว่าฉันจะเปลี่ยนใจ ไม่หรอก..เงินอาจมีความหมายแต่บางเวลา ราคาของมันก็มีความหมายในมุมอื่นมากกว่า ฉันไม่ตั้งใจจะประหยัดการใช้เงินกับคนหาเช้ากินค่ำ เพื่อจะไปจ่ายให้กับคนรวยๆ (โดยเฉพาะเจ้าของร้านอาหารหรือโรงแรมหรูๆอยู่แล้ว)

ตรวจตราผ่านด่านมาแล้ว มาเจอด่านที่เป็นของจริง เมื่อชาวลาวทั้งหลายที่เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารมามะรุมมะตุ้มขอให้ไปรถตัวเอง ราคาที่นำเสนอนั้นเฉือนกันครั้งละ 50 บาท จากที่บอกว่าไปตลาดเช้า 300 บาท อีกรายบอกว่า 250 บาท เอาน่ะ..จะอย่างไรก็ตาม ฉันไม่ต้องการเห็นการแก่งแย่ง แม้ว่าพวกเขาจะคิดว่านี่คือการชิงชัย

หันไปเห็นโต๊ะประชาสัมพันธ์ที่เขียนบอกราคารถเอาไว้อย่างมีมาตรฐาน จึงเข้าไปถามว่า ถ้าจะไปท่ารถสายเหนือ (ฉันเพิ่งรู้ว่าตอนนี้ในนครเวียงจันท์มีท่ารถสายเหนือ สายใต้ แยกออกไปแล้วต่างหากจากแม่หญิงลาวที่นั่งมาบนรถเมล์ที่ให้บริการข้ามสะพานแก่ผู้โดยสารทั้งหมด ระหว่างลาวกับไทย) จึงบอกความจำนงว่าจะไปที่ท่ารถสายเหนือ คิดราคาเท่าไหร่ เจ้าพนักงานที่นั่งที่โต๊ะบอกว่า 400 บาท เพิ่มอีก 100 บาท เพราะไกลออกไปอีก ฉันจึงโอเค..

รถที่มาจอดรับหรูหราสง่าเอี่ยมทีเดียว เป็นรถตู้ขนาดใหญ่ มีผ้าสีขาวสะอ้านหุ้มเบาะ ฉันลากกระเป๋าขึ้นไปตั้ง แล้วพาตัวเองไปไว้บนเบาะนุ่มๆ ในแถวที่ถัดจากคนขับ พลางนึกในใจว่า “นี่แค่เริ่มต้นก็ดูหรูหราเกินจำเป็นเสียแล้วนะเธอเอ๋ย”
อีกใจเถียงว่า “ช่างมันเถอะนา...เดี๋ยวก็เจอของจริงเองล่ะนา”

และ....ในที่สุด บนรถเมล์สายเวียงจันท์-อุดมไซ ฉันก็เจอของจริงตามที่คาดหวังไว้จริงๆ

นี่ไง...การเดินทางเพื่อมองโลกให้ทะลุโลก..เริ่มต้นที่นี่เอง



ภาพประกอบทั้งหมด คือแชงกรีล่า.....



ศิลปินธิเบต



จตุรัสเมืองจงเตี้ยน มีการเต้นรำทุกยามเย็น ใครใคร่เต้นเชิญเต้น




อีกมุมของลานเต้นรำ




ดอกไม้สวยๆมากมาย เกลื่อนพื้น..วัว ควาย ผู้คนเหยียบย่ำราวกอหญ้า




ทุ่งดอกไม้ข้างๆโรมแรม ที่เรียกว่า หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน




กระติกใส่น้ำร้อน ที่โรงแรมจัดให้กับผู้มาพัก เติมได้ตามสบาย




รถของชาวพื้นเมือง ที่ฉันโบกเข้าเมืองบ่อยครั้ง....เพียงทักทายว่า "จาสิตาเลอะ"




ถนนสายนี้ ผ่านหน้าโรงแรมมุ่งสู่ภูเขาสูง ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเยือน แต่ฉันเดินทุกวัน




บรรยากาศข้างๆโรงแรม



เดินขึ้นภูเขา ทักทายไปเรื่อย




สหายร่วมทางในยามนี้ พวกเขากางเต็นท์นอนในที่ๆปลอดภัยใกล้โรงแรม กลางวันเราเดินเล่นด้วยกัน




ความศักดิ์สิทธิ์ มีทั่วไป





เดินขึ้นภูเขา ไม่มีเงานักท่องเที่ยวอื่น วันนั้นเราหาเห็ดมาเผากิน เห็ดหลายชนิด เราเรียนรู้จากตลาด




ไม้ป่า สวยงาม




ทุ่งหญ้า หน้าโรงแรม





ลำธาร ที่ไหลรินจากป่าสู่ทุ่งหญ้า สะอาดดื่มได้




ทิวทัศน์หน้าโรงแรม




อาคารขวามือคือโรงแรมที่พัก (ซ้ายมือกำลังก่อสร้างเพิ่มเติม)



ยามนี้ สิ่งดีๆที่พบเจอคือศาสนสถาน




ที่พักของลามะ...ที่ฉันได้มีโอกาสตามเข้าไปขอถ่ายรูป (แต่ขอสงวนไม่เอามาแสดง)







นี่คือรถประจำคณะเรา แต่วันนี้...คันนี้ฉันโบกเพียงลำพัง ด้วยภาษาใบ้ ที่คำว่า "ฟ่านเตี้ยน" พร้อมกับคำว่า "จาสิตาเลอะ" ที่หมายถึงคำทักทาย และบอกลา...ทั้งขอบคุณ ในภาษาธิเบต


...........

ถ่ายภาพนกมาฝากคุณชาลีด้วย...แล้วเอามาให้ดู ไม่ธรรมดาทีเดียว (โปรดติดตาม)




โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net