วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รวมมิตร..ภาพท้องนาราคาแพง ..ข้าวคอยฝน คนคอยจำนำ ..กับ ชีวิตที่ต้องทนทำของ คุณยายลำดวน ชาวนาเบอร์ ๑ แห่งท้องทุ่งดงแดง !!!..


..

.. ถ่ายภาพ และ เล่าเรื่อง โดย วินเซนต์  ..

 

 

...................................................... 

 

รวมมิตร..ภาพท้องนาราคาแพง ..ข้าวคอยฝน คนคอยจำนำ ..กับ ชีวิตที่ต้องทนทำของ คุณยายลำดวน ชาวนาเบอร์ ๑ แห่งท้องทุ่งดงแดง !!!..

 

 

ที่นี่..

ฝนตกทุกวัน..

เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำมืด เที่ยงคืน ดึกดื่น ..

ตื่นขึ้นมาทีไรก็ได้ยินแต่เสียงสายฝนที่หล่นลงมา ..

ไอดินกลิ่นหญ้า กลิ่นหยาดละอองน้ำค้าง ที่ผสานคละเคล้าอยู่กับความชุ่มฉ่ำเย็นของไอหมอกเมฆฝนที่ปกคลุมอยู่เต็มเหนือเทือกเขาฝั่งเมืองลาว ยังคงมิจางหายไปไหน..

เป็นเวลาระยะเวลาแรมเดือนมาแล้วที่พายุฝนปกคลุมที่นี่..

เสมือนหนึ่งว่าหยาดน้ำฝนจะไม่ยอมหนีห่างจากเราไปไหน..

ที่นี่ ..ที่ผืนพิภพนี้ ยังมีอะไรต่อมิอะไรที่ยังคงสกปรกคั่งค้าง..

รอให้สายฝนจากฟากฟ้า .. เทมาชะล้างออกไป !!!.. 

ไม่มีแสงแดดจัดจ้าที่เพียงพอส่องเข้ามาในตัวบ้านหลายวัน นานวันเข้าบ้านไม้ก็กลายเป็นที่เกาะแกะของเชื้อราที่ก่อตัวขึ้นมาตามผนัง ตามตู้หนังสือ ตามตู้เสื้อผ้า ..

ผ้าที่ซักทิ้งค้างตากไว้รอการแห้ง มันใช้เวลานานข้ามวันก็ยังไม่แห้ง ตะไคร้เขียวเกาะขึ้นเต็มตามฟื้นปูนรอบบ้าน มันทั้งลื่นทั้งเหนอะหนะ และ ชะล้างมันออกไปไม่ไหวเพราะฝนนั้นไม่หยุดตกเสียที ..

พายุฝนที่เข้ามาติดๆกัน มันทำให้ชีวิตผู้คนตามละแวกริมโขงนี้นั้นเปลี่ยนไปมากพอสมควร ท้องนามีน้ำขังอยู่เต็มบางแห่งก็ถึงกับเอ่อท่วม ในขณะที่สายน้ำโขงนั้นก็ยกระดับปริมาณน้ำมาจ่อท่ารอท่วมอยู่นานแล้วแล้ว..

หากได้พายุฝนดีๆอีกสักห่าสองห่า ..ชาวนาแถบนี้ได้ร้องไห้กันเป็นบ้าเป็นหลังแน่ๆ !!!..

มันเป็นเช่นนี้แหละชีวิตชาวนารากหญ้า นาแล้งข้าวคอยฝน นาน้ำล้นคนเฝ้าคอยความหวัง ฝนที่หล่นที่หลั่งลงมาไม่มีใครสามารถไปสั่งหรือไปกำหนดได้ ..

ปีนี้น้ำมามากกว่าปีก่อนๆ พื้นที่แถบนี้เลยเป็นทุ่งน้ำไม่ใช่ทุ่งนา ..

ข้าวที่เคยคาดหวังว่าจะได้ราคางดงามตามการปั่นราคา ..

มาบัดนี้กลับไม่มีความแน่นอนเสียแล้ว..

....................................

..

นาของคุณยายลำดวน..

ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก ..ไม่ได้อยู่ในท้องน้ำที่ไม่ใช่ท้องนาแถบนี้..

แต่อยู่โน่นบนผืนดินที่ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์พอสมควรในหมู่บ้านดงแดงแห่งหนึ่งแถวๆขอนแก่น..

ชาวนาเบอร์ ๑ แบบคุณยายลำดวนนี้ มีชีวิตที่น่าสนใจใคร่ศึกษามากๆ เพราะแกเป็นชาวนาที่ขยันทำงานไร่งานมากๆ ประหยัด อดทน แต่ก็จนลงในทุกๆปี ..

ปีนี้คุณยายลำดวนแบ่งขายที่นามาให้เราส่วนหนึ่ง จากนามรดกผืนใหญ่ที่ได้รับแบ่งปันมา หลังจากที่นาผืนนี้ ไปค้างจำนองอยู่กับเจ๊กในตลาดแถวๆอำเภอกระนวนนานร่วมๆ ๑๐ กว่าปี ..

คุณยายลำดวนแบ่งที่นาขายให้เรา และ เหลือผืนนาผืนสุดท้ายนี้ไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองเพียงพอที่จะแบ่งให้ลูกๆของคุณยายต่อไปอีก ๓ ส่วนสำหรับ ๓ คน ในอนาคตข้างหน้า..

ตอนนี้ลูกๆของคุณยายแต่ละคนก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดต่างคนต่างแยกย้ายไปมีครอบครัว และ ต่างคนต่างก็หันหน้าหนีจากงานไร่งานนาหันไปหางานทำที่กรุงเทพฯจนหมด ..

ทุกวันนี้ ..คุณยายลำดวนเลยต้องทำนาอยู่กับสามีสองคน !!!..

ที่เราเห็นผ่านมาหลายปี คุณยายลำดวนทำนาเท่าไหร่ก็ยังจน ทนทำเท่าไหร่ก็ยิ่งกรอบ หอบกลับมาได้ในแต่ละปีก็มีแต่ก้อนหนี้ที่พอกพูนขึ้น ไมว่าคุณยายลำดวนจะประหยัดการใช้จ่ายเงินมากมายขนาดไหน ??..

มันก็ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ต้องติดหนี้ติดสินเพิ่มมากขึ้นทุกปี ..

และ ไม่มีทีท่าวี่แววมาจะหมดหนี้ได้ !!..

ปีนี้ก็เหมือนกัน ..ฝันของคุณยายลำดวนแสนจะบรรเจิดหนักกว่าทุกปีเพราะมีตัวเลขรับจำนำที่สูงขึ้นจนคุณยายแอบเพ้อแอบฝันว่ายังไงๆปีนี้นั้น ..ก็คงจะฟันกำไรได้บ้างจากข้าวใหม่ หรือไม่ อย่างน้อยๆก็ขอให้ไม่ขาดทุน ..เหมือน ๒ ปีที่ผ่านมา ที่คุณยายลำดวนทำนาแล้วไม่ขาดทุน..

ทว่า ๒ ปีที่ผ่านมาที่คุณยายลำดวนปลูกข้าวแล้วไม่ขาดทุน คุณยายลำดวนเองไม่รู้ว่าที่ผ่านมา ๒ ปี ทำไมคุณยายไม่ขาดทุน ? คุณยายลำดวนรู้แต่ว่ามีเงินอุดหนุนช่วยเหลือมาจากรัฐบาล ..

ถ้าไม่ถามคุณยายลำดวนก็จะไม่ตอบว่าได้รับการช่วยเหลือ แต่คุณยายลำดวนก็บอกไม่ได้ว่าเงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาลเก่านั้นคือเงินอะไร ?  ..

ต้องซอกแซกถามถึงจะยอมตอบว่าได้เงินประกันรายได้ช่วยเหลือจากรัฐบาลชุดที่แล้ว..

แต่ปีนี้..ดูเหมือนว่าคุณยายลำดวนจะมีความหวังมากกว่าเดิม เพราะรัฐบาลใหม่นี้ใจป้ำกว่าเก่าให้เยอะกว่าเดิม ..ปีนี้..มีรัฐบาลใหม่แล้ว..ก็คงจะให้อะไรต่อมิอะไรดีขึ้นกว่ารัฐบาลเก่าแน่ๆ ..

เขาว่ากันมาอย่างนั้น เขาชวนฝันกันมาอย่างนี้ เขารอคอยกันมาแรมปี..

ยายลำดวน ชาวนาเบอร์ ๑ เลยไม่มีหน้าที่ปฏิเสธ..

แอบเก็บไปฝัน..หนักกว่าเก่า !!..

...........................................

นาข้าว..

ผืนที่คุณยายลำดวนแบ่งขายให้เรานั้น..

มันเป็นนาหนองที่ติดกับนาเรามีน้ำท่วมมากทุกปี..

แต่ละปีก็เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จทีหลังชาวบ้านเขา ดีหน่อยที่ไม่ใช้เครื่องทุ่นแรงเก็บเกี่ยว คุณยายลำดวนกับสามีเก็บเกี่ยวเอง ทุ่นค่าแรงแต่ไม่คุ้มค่ากายเพราะสังขารร่างกายก็ร่วงโรยลงไปทุกปีๆ ..

ปีนี้..คุณยายลำดวนอายุมากแล้ว  เดินไม่คล่องท่องเที่ยวไม่สะดวกเหมือนเดิม ที่มีเพิ่มเติมมามากหน่อยก็คือ ถ้อยคำบ่นเรื่องปมปัญหาชีวิต ปัญหาหนี้สินที่สุดแสนจะสับสน และ ความยากจนที่ไม่สามารถหลุดพ้นเสียที มีให้ได้ยินทุกครั้งที่เราเจอกัน..

ปีนี้..สิ่งดีๆที่คุณยายลำดวนปวารณาไว้ ก็คือ การเข้าวัดเข้าวาบ่อยๆ แต่ว่าบ่อยครั้งที่คุณยายลำดวนก็มักจะฟุ้งซ่านกลับออกมาจากวัด พร้อมๆกับเรื่องราวปัญหาชีวิตที่ประเดประดังเข้ามา จนวัดวาที่คุณยายลำดวนหวังพึ่งพาเป็นที่พึ่งทางใจก็ไม่สามารถนำพาจิตใจอันสุขสงบมาสู่คุณยายลำดวนได้..

เราสองคนมานั่งทบทวนชีวิตคุณยายลำดวนในฐานะที่คุณยายลำดวนเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เรารักและเคารพ และ ได้เข้าไปช่วยเหลือคุณยายลำดวนในเรื่องของการปลดเปลื้องปมหนี้สินในบางส่วน และ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคุณยายลำดวนเป็นรายเดือนเหมือนๆเงินเดือนคนแก่ของรัฐบาล ..

ทว่า ก็ดูเหมือนกับว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันไม่ได้ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ทางใจของคุณยายลำดวนให้เบาบางลงมาได้เลย รอยยิ้มที่เคยเบิกบานของคุณยายลำดวนในระยะหลังๆนั้น เป็นรอยยิ้มปนทุกข์เสียมากกว่า ...

ปมปัญหาชาวนา ??..ในความคิดเห็นของเราเท่าที่ได้สัมผัสใกล้ชิดติดตามมาในหลายๆครอบครัว หลายๆคน หลายๆจังหวัด หลายๆพื้นที่ มันจึงไม่น่าจะใช่แค่เรื่องของภาระหนี้สินเท่านั้น มันคงยังมีเรื่องถวิลหวังอื่นๆ เรื่องปรารถนาใคร่อยากอื่นๆ ที่ไม่สมหวังตั้งใจอีกมากมาย ..

ที่ยังคงทำให้จิตใจของชาวนาทั้งหลาย โดยเฉพาะชาวนาเบอร์ ๑ อย่างคุณยายลำดวนนั้น หลีกหนีห่างจากคำว่า "พอเพียง" มากมายเหลือเกิน และ นับวันก็ยิ่งห่างมากขึ้นทุกวันๆ !!!

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเก่าก่อน กลายเป็นตำนานที่เล่าผ่านปากแต่ขาดการปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง มีเรื่องที่ต้องให้จับจ่ายใช้เงินตลอด ประหยัดแล้ว อดออมแล้วแต่ก็มีหนี้สิน มีเรื่องให้ต้องหยิบเงินออกจากถุงมาจ่ายตลอด..

ทุนนิยม..วิ่งลงหมู่บ้านโหมกระหน่ำเข้าหาชีวิตคุณยายลำดวนอย่างหนัก คุณยายจะมองเห็นหรือเปล่าเราไม่รู้ ?? แต่เราก็พอมองเห็นมูลเหตุของผลที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง ??.. 

คุณยายลำดวนทุกวันนี้ยังมีหนี้กองทุนหมู่บ้านที่ค้างชำระ และ ยังรู้สึกผงะกับก้อนเงินของรัฐบาลที่จะให้หยิบยืมใหม่ เราให้เงินคุณยายยืมเพื่อนำไปคืนหมู่บ้านและค่อยนำเงินคืนใหม่นั้นกลับมาคืนเรา ..

ทว่า คุณยายลำดวนเริ่มรู้สึกลังเลใจเพราะยืมไปทีไรก็ยากต่อการหาเงินมาจ่ายหนี้คืนทุกที ..คุณยายลำดวนกลายเป็น..ชาวนาที่หวาดระแวงการใช้จ่ายเงินของตัวเอง ..

ภาพเก่าๆของลูกสาวชาวนาที่ขยัน ประหยัด อดทนอดออม ร่ำรวยเงินทองและที่นาในอดีต วันนี้กลายเป็นชาวนายากจนชักหน้าไม่ถึงหลัง..

มันต้องมีเรื่องอะไรให้เราได้ติดตามศึกษาชีวิตชาวนาของคุณยายลำดวนมากขึ้นและลงลึกในรายละเอียดมากกว่าเดิม ..มันน่าสนใจ น่าศึกษามากๆ !!..

ในฐานะที่เราเองก็เปรียบเสมือนกับชาวนาครอบครัวหนึ่งเหมือนกัน แม้จะเป็นเพียงการจ้างแรงงานชาวบ้านเขาทำโดยใช้วิธีแบ่งปันผลประโยชน์ในระบบสัดส่วน  !!!..

ทว่า ชีวิตเราก็หนีไม่พ้นเรื่องของการ ปลูกข้าวเพื่อกิน เหลือแบ่งขาย ที่รายได้ รายจ่าย มันมีตัวเลขของคำว่า กำไร ขาดทุน รอเราอยู่เหมือนกัน !!!..

เพียงแต่ว่า..เราสองคนนั้นไม่ได้มองการปลูกข้าวไปในเรื่องของกำไรอะไรมากมาย..

แค่ปลูกข้าวไว้ไม่ต้องให้เราต้องไปซื้อข้าวถุง ซื้อข้าวโรงสีของพ่อค้าคนกลางกิน..

เราก็ถือว่า..เราสุขสบายและกำไรเกินพอแล้วจากการทำนา !!..

..........................................

..

ภาพท้องฟ้าที่สดใส..

แม้ยามมีเมฆหมอกฝนปะปนอยู่มาก..

ความสดใสของท้องทุ่ง ความเขียวขจีของกล้าข้าว ความอุดมสมบูรณ์ของน้ำท่า..

ช่างเป็นเส้นคู่ขนานกันเหลือเกินกับรายละเอียดทุกซอกทุกมุมปัญหาชีวิตชาวนาเบอร์ ๑ อย่างคุณยายลำดวน ที่ช่างมีเรื่องชวนฝัน ชวนให้เราได้ติดตามและค้นหาคำตอบในทุกย่างก้าวของชีวิตจริงๆ ..

คุณยายลำดวนเป็นคนแก่ที่ร่าเริงสนุกสนานพูดเก่ง ชื่นชอบการสนทนาปราศรัย และ ท้าวเรื่องท้าวความหลังเก่าๆได้แม่นยำเห็นภาพชัดเจนมากกว่าใครในหมู่บ้านดงแดงแห่งนี้ที่เรารู้จัก ..

ในขณะที่ชาวบ้านในหมู่บ้านดงแดงแห่งนี้นั้น เปลี่ยนวิถีชีวิตเป็น ชาวไร่ ชาวนา กึ่งประชาธิปไตย (เพราะเห็นออกไปตามหากันบ่อยๆ) และ  กึ่งทุนนิยม เพราะมีหนี้สินล้นพ้นตัวทุกครัวเรือน ว่างงาน และ เกียจคร้านงานหนัก !!! .. 

ทุกย่างก้าวชีวิตของชาวนาชาวไร่แห่งหมู่บ้านดงแดงแห่งนี้ เปลี่ยนแปลงไปจากวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไปค่อนข้างมาก แนวคิดและวิถีชีวิตแบบเก่าๆขาดหายไปจนหมด ปรัชญาชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงไม่มี ไม่พูดถึง พูดถึงแต่เรื่องความต้องการและความปรารถนาในชีวิตที่มากขึ้น .. 

ในขณะที่ฐานะและความเป็นอยู่ก็เดินสวนทางกันกับความปรารถนาความอยากได้ใคร่มี ที่ไม่มีวันจะโคจรมาพบกันได้เพราะมันต่างเดินไปกันคนละเส้นทางของเหตุและผล ..

ชีวิตผู้คนสับสนมากขึ้น คุยเรื่องการเงินมากกว่าคุยเรื่องการงาน ชีวิต และ ความรู้ ศาสตร์ความรู้ต่างๆเกี่ยวกับงานไร่งานนา หรือ ภูมิปัญญาชาวบ้านเดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่แค่รู้เพียงงูๆปลาๆไม่จริงจังที่จะทำเป็นเรื่องของวิถีชีวิต หรือ เรื่องขององค์ความรู้ภูมิปัญญา ..

คนรุ่นใหม่ในหมู่บ้าน ..มีคนเกียจคร้านการงานมากขึ้น หนักไม่เอาเบาไม่สู้มากขึ้น ภาพความงดงามแบบเก่าๆ ภาพวิถีชีวิตไทยอีสานแบบเก่าๆ เปลี่ยนแปลงไปแบบวูบวาบ คนขยันมีน้อย คนรอคอยความหวังมีมากขึ้นเรื่อยๆ ..

ในขณะที่เมฆหมอกแห่งความเอื่อยเฉื่อยเนือยของชีวิต กำลังปกคลุมไปทั่วหมู่บ้านดงแดง พายุทุนนิยมสีแดงก็ถาโถมเข้ามาหาเหยื่อ รายแล้วรายเล่า..

รอยยิ้มร่าเริงเก่าๆของคุณยายลำดวนในอดีตก็ค่อยๆจางหายไปแทบไม่มีเหลือ..

เหลือไว้แต่เพียงรอยยิ้มแห้งๆ ของชาวนาเคว้งคว้างแก่ๆ..

ที่กำลังหมดแรงจะสู้ !!!..

ปล. ตามไปดูภาพทั้งหมดกันได้เลยครับ

.....................................

รวมมิตร..ภาพท้องนาราคาแพง ..

ข้าวคอยฝน คนคอยจำนำ กับ ชีวิตที่ต้องทนทำ..

ของคุณยายลำดวน ชาวนาเบอร์ ๑ แห่งท้องทุ่งดงแดง !!!.. 

............................

 

.. ไปรับคุณตาถมพี่เขยยายลำดวนมาคอยชี้แนวเขต ..

.. สามีคุณยายลำดวนเดินนำทาง ..

 

.. พี่เบิ๊ก ..คนรับจ้างทำนาคนใหม่ ..

 ..

.. ภรรยาที่มาช่วยงานสามี ..

.. ทำนาช่วยกัน ๒ คน ..

.. ต้นกล้าที่รอการปักดำ ..

  .. นาหนองน้ำท่วมต้องระบายน้ำออกตลอด ..

.. ระหว่างนาเก่าของเรากับนาใหม่ของคุณยายลำดวนที่แบ่งขายให้ ..

.. ขอนแก่นวันนั้นเมฆมากแดดนิดๆ ..

..ไม่เหมือนบึงกาฬ ฟ้าครึ้มเมฆฝนตลอดทั้งวัน ..

 ................................................

.. ช่างรังวัด ..

.. เดินสบายๆ ในวันแดดร่มลมตก ..

.. คนงานปักหมุดไม่สบายเท่าไหร่เพราะต้องลุยน้ำ ..

.. ก่อไฟเตรียมอาหารเที่ยง ..

.

.. คุณยายลำดวนกับผลไม้เพื่อสุขภาพ ..

.. สนทนาสัพเพเหระกันระหว่างรอทานอาหาร ..

.. หมากเค็ง และ พริกสด ..

.. เจ้ามอม สามี คุณมะลิ ..

.. แกงหน่อไม้ ..

.. แม่ครัวจำเป็น เข้าครัว ตำส้มตำปู ..

.. ประกอบกับกับข้าวในปิ่นโตที่เตรียมมา ..

.. ก็ได้อาหารมื้อเที่ยงสารพัดอย่างเต็มวงข้าว

.. วัวตัวสุดท้ายของคุณยายลำดวนที่เลี้ยงอยู่..

..ถ่ายรูปจนอิ่มหนำ ทานข้าวจนอิ่มท้อง ..

.. ก็ได้เวลาเดินทางกลับไป พร้อมๆกับเตรียมตัวไปทำบุญที่วัดในวันรุ่งขึ้น..

..................................................

.. ไปที่วัดของพระอาจารย์ ..

..  ทำบุญตักบาตร และ ถวายภัตตาหารเช้า ..

.. เป็นวัดเล็กๆที่เงียบสงบดี ..

...........................................................

.. ดอกไม้ริมสระของพระอาจารย์ ..

.. ชูช่อเบ่งบาน ท่ามกลางหยาดน้ำค้าง ..

.. เก็บภาพ คุณยาย และ หลานสาวไว้เป็นที่ระลึก ..

.. ชีวิต..มีรุ่งเรือง เติบโต งดงาม ..

.. มี ร่วงโรย ร่วงหล่น มลายไป ..

......................................................

.. ภาพที่ยังคงมีอยู่ทุกบ้าน พบเห็นที่กุฏิพระอาจารย์ ..

.. เป็นพระนักพัฒนาที่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านพัฒนาศาสนาน่าเลื่อมใส ..

.. คุณยายลำดวนพามาขอพรจากพระอาจารย์ ..

.. บริเวณรอบๆกุฎิที่จัดเป็นพิพิทธภัณฑ์ประจำหมู่บ้าน ..

ที่ผสมผสานเข้ากันระหว่างศาสนา วิถีชีวิตผู้คน และ ศิลปะหัตถกรรม..

.. หลังจากรับศีลรับพรจากพระอาจารย์ ..

.. ก็เดินทางกลับ ..เป็นอันสวัสดีครับ !!!..

พบกันใหม่ ..โอกาสหน้านะครับ !!!

................................................

วินเซนต์

ริมโขง   บึงกาฬ

๑๒  สิงหาคม  ๒๕๕๔

.....................................................


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net